ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมวีวัน จ.นครราชสีมา น่าประทับใจมาก คนโคราชมากกว่า 300 คน มาสัมมนาเพื่อฟังข้อมูลของโครงการก่อสร้างศูนย์รวบรวมตู้คอนเทนเนอร์และเปลี่ยนโหมดขนส่ง Korat ICD: Inland Container Depot หรือท่าเรือบก (Dry Port) ที่สามารถจะทำให้โคราชเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคการสัมมนาครั้งนี้ นอกจากจะมีการเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย มาให้ข้อมูลท่าเรือบกจากประสบการณ์ของตัวเองแล้ว ก็ยังมีการเชิญนายกสมาคมโลจิสติกส์แห่งเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ มาเล่าเรื่องการมีท่าเรือบกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้อี้อูกลายเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าหรือศูนย์ค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดไปทั่วโลก นอกจากนั้น ยังมีการเชิญ เจ้าของบริษัท เจ้อเจียง หลางฉีเหว่ย อี-คอมเมิร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 1 ของเมืองอี้อู ที่นำสินค้าลงขายในเว็บไซต์ออนไลน์ของจีนหลายคนถามว่า ถ้ามีท่าเรือบกที่โคราชแล้ว ก็หมายความว่า จะไม่มีท่าเรือบกที่ขอนแก่นใช่ไหม อาจารย์นิติภูมิธณัฐตอบว่า ไม่ว่าท่าเรือบกจะเกิดขึ้นที่จังหวัดใด ก็คือท่าเรือบกของประเทศไทย เป็นสมบัติของคนไทยทั้งชาติ ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะมีทั้ง 2 จังหวัด หรือมีในจังหวัดอื่นๆด้วย เพราะการสร้างท่าเรือบกสมัยนี้ เทคโนโลยียุคใหม่ทำให้สร้างได้ง่ายขึ้น และไม่มีการก่อสร้างที่ซับซ้อนเหมือนท่าเรือทั่วไปในสมัยก่อนเหตุการณ์ที่เป็นความทุกข์ของผู้ประกอบการในปัจจุบันก็คือ การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจากสถานที่ต่างๆในประเทศไทย เมื่อ ต้องการส่งออกก็ต้องไปทำพิธีศุลกากรที่ท่าเรือแหลมฉบัง หรือท่าเรืออื่น หรือตามชายแดนที่จะข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผู้อ่านท่านเคยเห็นสภาพความเป็นจริงไหมครับ ที่รถบรรทุกหรือรถตู้คอนเทนเนอร์จอดคอยกันทีละเป็นร้อยนับพันคันเพื่อรับการตรวจที่จะผ่านพิธีศุลกากร บางครั้งต้องรอนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวันแต่การกระจายท่าเรือบกให้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด จะทำให้การตรวจเพื่อผ่านพิธีศุลกากรและอื่นๆ ทำได้ไวขึ้น เมื่อสินค้าออกจากโคราชหรือขอนแก่นแล้ว ก็สามารถข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนก่อน ประเทศต่างๆให้ความสนใจท่าเรือบกและมีการสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับเราไม่ใช่เมืองขึ้นของจีน แต่เราต้องใช้ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางบกและเส้นทางสายไหมทางทะเลของจีนให้เป็นประโยชน์ เพราะจีนพัฒนาการขนส่งอย่างดีเข้ากับเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรปตะวันออก ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันตกได้อย่างสมบูรณ์แล้ว มีการส่งสินค้านับพันๆตู้คอนเทนเนอร์จากจีนไปยังเมืองต่างๆในทวีปยุโรปในแต่ละสัปดาห์เส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 นอกจากจะมีเส้นทางสายไหมทางบก หรือ Silk Road Economic Belt แล้ว ยังมีเส้นทางสายไหมทางทะเล หรือ Maritime Silk Road ตามเส้นทางเดินเรือในอดีตที่เชื่อมจีนเข้ากับเกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน ตุรกี กรีซ ฯลฯ จากมหาสมุทรแปซิฟิกข้ามไปมหาสมุทรอินเดียทะลุไปจนถึงแอฟริกา เท่าที่ดูในแผนยุทธศาสตร์ฉบับทางการของจีนนั้น เส้นทางสายไหมทางทะเลครอบคลุมประเทศใกล้เคียงตามแนวเส้นทางมากถึง 65 ประเทศ โดยมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วยนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดของประเทศไทย ที่ผู้คนตื่นตัวเรื่องการพัฒนาจังหวัดตนเองเพื่อให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ของไทยที่สามารถไปเชื่อมกับยุทธศาสตร์ของจีน ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์เบอร์ต้นของโลกปัจจุบันที่ผมรับใช้ว่า ยุทธศาสตร์ของไทย เพราะไทยเป็น 1 ใน CICPEC หรือ China-Indochina Peninsula Economic Corridor ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งมีทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย ขอเรียนนะครับว่า ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน เป็น 1 ใน 6 ระเบียงเศรษฐกิจย่อยภายใต้ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ของจีนนอกจากนครราชสีมา ขอนแก่นแล้ว ผมก็ยังนึกถึงอุบลราชธานี และจังหวัดใหญ่อื่นๆอีกหลายแห่งที่ควรจะมีท่าเรือบกจีนรุกเร็วและแรง ถ้าเราไม่เพิ่มเติมเสริมความรู้ให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจการกระดิกพลิกตัวของจีน วันข้างหน้าเราอาจจะเสียเปรียบจีนได้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com