ประตูการเลือกตั้งเปิดแง้มเห็นเส้นทางตามโรดแม็ปทันทีหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งประกาศคลายล็อกการเมืองจากนี้ไปโฉมหน้าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า ในเมื่อกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ว.มีผลบังคับใช้ทันที รัฐบาลก็ต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเตรียมพร้อมจัดการเลือก ส.ว. จาก 10 กลุ่มอาชีพแบ่งช่องทางให้สมัครอิสระ และสมัครแบบผู้แทนองค์กรนิติบุคคล ให้สิทธิตัวแทนองค์กรก่อน คนที่ไม่ได้รับเลือกจากองค์กรก็มีเวลาลงสมัครอิสระได้เปิดให้เลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลกำหนดให้มี ส.ว. 250 คน ซึ่ง 200 คนแรก มาจากคณะกรรมการสรรหา ส.ว. 12 คน ถูกแต่งตั้งโดย คสช. คัดเลือกไม่เกิน 400 คน เสนอให้ คสช.คัดเลือกให้ได้ 194 คน รวมกับผู้ดำรงตำแหน่ง......“ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบกผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”และ 50 คนหลัง กกต.ดำเนินการให้คัดเลือกกันเองให้ได้ 200 คน แล้วส่งให้ คสช.คัดเลือกให้ได้ 50 คน และคัดเลือกรายชื่อสำรองอีก 50 คนคสช.คัดเลือกคงไม่หลับหูหลับตาเลือก คงมีกรรมวิธีคัดเลือกให้เกิดความหลากหลาย เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติทีมข่าวการเมือง ถามว่า กลไกการคัดเลือก 250 ส.ว. ถูกฝ่ายการเมืองมองว่า คสช.สั่งได้ เพราะมีที่มาจาก คสช. รวมถึง 6 ส.ว.ที่เป็นโดยตำแหน่งจะเข้าไปทำหน้าที่วิป ส.ว. นายชาติชาย บอกว่า เป็นมุมมองที่คับแคบ ในเมื่อ คสช.ยื่นไมตรีให้ก็ต้องมีไมตรีช่วยเหลือกันเพื่อประเทศชาติรวมถึง 6 ส.ว.จากเหล่าทัพก็เข้าไปสื่อสารระหว่างวุฒิสภากับกองทัพ ไม่ใช่ทำหน้าที่คอยกดปุ่มในเมื่อ คสช.ยึดอำนาจเข้ามา ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อคลายสู่สถานการณ์ปกติต้องมีตัวเชื่อมวุฒิสภาจะประคับประคองไม่ให้ทะเลาะกัน เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ขณะที่กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ต้องรออีก 90 วันนับจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษาจึงมีผลบังคับใช้ แล้วถึงจัดให้มีการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 150 วันเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ แล้วมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง (พ.ร.ฎ.) กกต.จะดำเนินการให้ได้ ส.ส. 500 คน จาก ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง 150 คนภายใน 5 วันนับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง มีขั้นตอนหลักที่ กกต.ต้องดำเนินการ ทั้งกำหนดวันเลือกตั้ง กำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเริ่มรับสมัครไม่เกิน 25 วันนับจากวันที่ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งใช้บังคับ และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วันหลังจากนั้นก็ตรวจสอบคุณสมบัติ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิลงสมัครหลังเลือกตั้ง กกต.ต้องเร่งประกาศผลภายใน 60 วัน หากได้ ส.ส.เกินร้อยละ 95 ให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อไม่ให้กระบวนการรัฐสภาหยุดชะงักลงแต่การตั้งรัฐบาลไม่ได้กำหนดทำให้เสร็จภายในกี่วัน เชื่อว่าคงได้เร็ว อาจจะคุยกันก่อนเลือกตั้งด้วยซ้ำไปหากตั้งไม่ได้จริงๆสังคมและสื่อมวลชนคงกดดัน ไม่ถึงขั้นต้องใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 5 ที่ระบุว่า“เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด ให้การกระทำนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”เพราะรัฐธรรมนูญเปิดให้โหวตกันเองตามขั้นตอน โดยการเลือกนายกรัฐมนตรีขั้นแรกต้องมาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ที่มี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ส.ส.ไม้แรก ส.ส.เป็นผู้เสนอ มีสมาชิกรับรองในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของ ส.ส. และต้องได้ 375 เสียงขึ้นไป ในชั้นนี้ ส.ว.มีสิทธิที่จะโหวตได้ด้วยไม้แรกหากกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกฯจากคนในได้ ไม้สองจะเอานายกฯคนนอก สมาชิกทั้ง 2 สภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อนายกฯจากคนในไม้สอง ส.ว.จะเสนอชื่อนายกฯคนนอกได้ และต้องมีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้ยกเว้น แล้วโหวตเลือกต้องได้ 375 เสียงขึ้นไปมาถึงวันนี้ กรธ.เป็นห่วงจุดไหนบ้าง นายชาติชาย บอกว่า ห่วงการทำไพรมารีโหวตตามกฎหมายพรรคการเมือง แม้ในบทเฉพาะกาลจะผ่อนผันให้ไม่ต้องทำทุกจังหวัดตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ต้องการปฏิรูปการเมืองในส่วนพรรคการเมือง โดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งเสนอชื่อผู้สมัคร ส.ส. ผู้บริหารพรรคกรธ.กำหนดให้พรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ประกอบด้วย 11 คน จากกรรมการบริหารพรรค 4 คน อีก 7 คนมาจากตัวแทนแต่ละภาคที่เป็นสมาชิกพรรค เพื่อป้องกันกรรมการบริหารพรรคครอบงำการสรรหาเวทีนี้เปิดให้คณะกรรมการสรรหาพูดคุยกับสมาชิกพรรค ก่อนนำรายชื่อเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรค หากไม่ผ่านก็นำกลับมาหาสมาชิกพรรคในเขตนั้นๆอีกที ทั้งประเทศสามารถให้แล้วเสร็จภายใน 20-30 วันขอย้ำขั้นตอนนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เปิดให้ประชาชนและให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วม อยากให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง ฉะนั้นการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.จะทำอย่างไรก็ได้ให้ประชาชนและสมาชิกพรรคมีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายขัดต่อความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญเชื่อมั่นว่าระบบนี้จะกลั่นกรองได้ตัวแทนของประชาชนจริงๆยิ่งเมื่อมีการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความหมาย ไม่เหมือนระบบแบบแพ้คัดออก เสียงของคนที่เลือกผู้สมัครที่ไม่ชนะถูกตัดทิ้งไปหมด บางครั้งแข่งขันในเขตนั้น 4 คน ผู้ชนะได้คะแนนแค่ร้อยละ 30 ที่เหลือได้ร้อยละ 10 กว่าต่อคน ผู้ชนะได้คะแนนน้อยกว่าคนที่แพ้เมื่อนำคะแนนรวมกันหลักประชาธิปไตยต้องเคารพทุกเสียง ระบบบัตรใบเดียวตอบสนองตรงนี้ ทุกคะแนนมีความหมายทีมข่าวการเมือง ถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เคยเกริ่นให้เห็นภาพรวมกติกาใหม่ ถ้าได้พรรคการเมืองที่ดีจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย นายชาติชาย บอกว่า ระบบการเลือกตั้งใหม่ เราต้องการให้ผู้มีสิทธิออกเสียงมีข้อมูลมากที่สุด ทั้งด้านนโยบายพรรค ชื่อผู้สมัคร ส.ส. ชื่อนายกฯไม่เช่นนั้นหากคะแนนโนโหวตมีมากกว่าคะแนนผู้สมัคร เขตนั้นต้องเลือกตั้งใหม่และผู้สมัครต้องเว้นวรรคกลไกการเลือกตั้งแบบนี้ พรรคการเมืองต้องมีนโยบายดี เฟ้นหาผู้สมัครสุดเจ๋ง รายชื่อนายกฯต้องดีย่อมมีโอกาสชนะถล่มทลายพรรคเล็กพรรคน้อยหากทำได้ดีในอนาคตย่อมมีโอกาสเติบโต ระบบเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ได้แจ้งเกิดและพรรคใหญ่ก็โตต่อไปได้อีก ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่คุณภาพของแต่ละพรรคเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการเมือง ประเทศไทยเลยเวลาคิดจะมี 2 พรรคใหญ่เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอังกฤษ เพราะทะเลาะกัน สุ่มเสี่ยงเกิดสงครามกลางเมือง แตกแยกทางความคิด ทำการเมืองแบบไม่ยอมแพ้ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ถูกปฏิวัติโลกเปลี่ยนไปแล้ว ทุกภาคส่วนต้องการความต่อเนื่อง การเมืองเป็นพื้นฐานสำคัญนักการเมืองต้องเล่นในสนามของตัวเอง ต้องเปลี่ยนทรรศนะมันไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจต้องมองว่าประชาชนจะอยู่อย่างไรในวันข้างหน้าอย่าเปิดประตูให้ทหารเข้ามาอีกการเมืองต้องเปลี่ยนไปสู่การประนอมอำนาจมุ่งเอาประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง.ทีมการเมือง