คุณกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้สัมภาษณ์วันก่อนว่า จะเอายางพารา ในสต๊อกที่ขายไม่ออก 100,000 ตัน มูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท ไปเผาไฟเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ที่ท่านรัฐมนตรีแก้ไม่ตก ในขณะที่ชาวนาเขมร กำลังจะทดลองขายข้าวผ่านเทคโนโลยี “บล็อกเชน” เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ด้วยการใช้เทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาช่วยอ่านสองข่าวนี้พร้อมกันแล้ว ผมอธิบายอะไรไม่ถูกชาวนาเขมร วันนี้ก็มีชะตากรรมไม่ต่างไปจากชาวนาไทย ที่ยังหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ปลูกข้าวปีละหลายสิบล้านตัน เลี้ยงคนทั้งประเทศ ส่งออกไปขายต่างประเทศ นำเงินเข้าประเทศมากมาย แต่ชาวนากลับเป็นหนี้เป็นสินล้นพ้นตัว จากต้นทุนการปลูกข้าวที่แพงขึ้น แต่กลับขายข้าวได้ราคาเดิมหรือต่ำกว่าเดิม เพราะขาดความรู้และไม่มีอำนาจต่อรอง รัฐบาลช่วยอะไรไม่ได้ ถมเงินผ่านโรงสีเพื่อช่วยพยุงราคาข้าว สุดท้ายคนรวยก็รวยกว่าเดิม ชาวนาก็จนกว่าเดิม เพราะเป็นหนี้มากขึ้นประชาชนกัมพูชากว่า 60% ยังเป็นเกษตรกร ส่วนใหญ่ก็ขาดความรู้เกี่ยวกับราคาตลาดเหมือนชาวนาไทย มีหนี้สินท่วมตัวจากการกู้เงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง ต้องขายข้าวในราคาถูกเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ เหมือนชาวนาไทย ประเทศจะเจริญแค่ไหน จีดีพีจะโตแค่ไหน ชาวนาก็ยังยากจนเหมือนเดิม ขายข้าวได้ราคาเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลงวันนี้เป็นโชคดีของ ชาวนาเขมร เมื่อ Oxfam องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ได้คิดค้นแอปพลิเคชัน ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับ “เงินดิจิทัล” หรือ Cryptocurrency มาสร้างเป็นแอป BlocRice เพื่อช่วยชาวนารายเล็กๆขายข้าวในราคาที่เป็นธรรม สามารถเข้าถึงตลาดผู้ส่งออก ผู้บริโภค และเข้าถึงสถาบันการเงิน ผ่านเทคโนโลยี บล็อกเชน และ Smart Contracts ในการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้เงินสด (Smart Contracts เป็นสัญญาอัจฉริยะ ข้อตกลงในสัญญาจะถูกเก็บไว้ในรูปรหัสคอมพิวเตอร์ เก็บไว้ในเครือข่ายบล็อกเชนอีกที ถ้าคำสั่งให้ทำธุรกรรมหรือจ่ายเงินไม่ตรงกับสัญญาที่ทำไว้ ก็จะทำธุรกรรมไม่ได้)อ๊อกซ์เฟม ได้ทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ “บล็อกไรซ์” กับ ชาวนากลุ่มเล็ก 50 ครัวเรือน ในจังหวัดพระวิหาร ภาคกลางของกัมพูชาที่ ปลูกข้าวออร์แกนิก เป็นหลัก แต่ละครัวเรือนมีที่นาเพียง 1-2 เฮกตาร์ ประมาณ 6-12 ไร่ ผลิตข้าวออร์แกนิกได้ปีละ 2.5-3 ตัน เป็นโครงการนำร่อง เพื่อส่งเสริมให้ชาวนากลุ่มนี้ทำการเกษตรแบบมีพันธสัญญากับสหกรณ์ชาวนา ผู้ส่งออก ผู้ซื้อในประเทศ โดยมีสัญญากำหนดราคาซื้อหลัก ปริมาณการขาย วิธีขนส่ง และเงื่อนไข อื่นๆล่วงหน้า ส่วน การชำระเงินค่าข้าว ก็ชำระผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มไปยัง บัญชีของชาวนาในธนาคารโดยตรง โดยไม่ต้องใช้เงินสด ระบบบล็อกเชนจะช่วยอัปเดตบัญชีเงินในธนาคารให้ทราบตลอดเวลาหน่วยงานรัฐที่เข้าร่วมโครงการนำร่องก็มีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง โดยมีหน่วยงานด้านค้าปลีกยุโรป (ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่จากกัมพูชา) บริษัทนำเข้าข้าว บริษัทส่งออกข้าว และ ธนาคาร เข้าร่วมโครงการด้วยโซลินน์ ลิม ผู้อำนวยการอ๊อกซ์เฟมกัมพูชา กล่าวว่าบล็อกไรซ์จะช่วยให้ชาวนามีอำนาจต่อรองโดยอิงราคาตลาด เนื่องจากสหกรณ์เป็นคู่สัญญาด้วย หากโครงการนำร่องประสบความสำเร็จ จะนำโครงการนี้ไปใช้ในจังหวัดอื่นๆของกัมพูชา และ พืชเกษตรอื่นที่มีปัญหา เช่น มันสำปะหลัง มะม่วงหิมพานต์ ข้าวโพด พริกไทยเดือนที่แล้วนี้เอง อ๊อกซ์เฟม เพิ่งจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน BlocRice ให้กับสหกรณ์การเกษตรในภูมิภาค รัฐบาลท้องถิ่น และ บริษัทภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องเมื่อไหร่ รัฐมนตรีไทย จะคิดแก้ปัญหาชาวนา และเกษตรกร ด้วยวิธีอันชาญฉลาด ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยแบบนี้บ้าง เพื่อให้สมกับเป็นยุค “ไทยแลนด์ 4.0” แทนที่จะคิดเอายางเป็นหมื่นล้านไปเผาไฟทิ้ง เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ.“ลม เปลี่ยนทิศ”