“เอมี่-อาเมเรีย” อดีตนางเอก ละครธิดาวานรรอดคุก ศาลมีนบุรี ยกฟ้องคดีจำหน่ายยาเสพติด เหลือแค่โทษเสพ สั่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 5 พันบาท โทษจำให้รอการ ลงโทษไว้ 2 ปี ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ 24 ชม. พ่อ-แม่เผยดีใจที่ศาลให้ความเป็นธรรม ส่วนพล-ปุณยวัจน์ แฟนหนุ่มโดนหนัก ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต รับสารภาพลดเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 7.5 แสนบาท ทนายความพอใจคำตัดสินไม่ขออุทธรณ์ อยู่ที่อัยการจะอุทธรณ์หรือไม่กรณีตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติ การพิเศษ (191) ล่อซื้อและจับกุมนายปุณยวัจน์ หรือพล หิรัณย์เตชะ อายุ 41 ปี และ น.ส.อาเมเรีย หรือเอมี่ จาคอป อายุ 29 ปี อดีตดารานักแสดงสาวชื่อดังจากละครเรื่องธิดาวานร และผู้ชนะการประกวดมิสทีน ไทยแลนด์ปี 2006 ที่บ้านเลขที่ 100/84 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. ตรวจค้นพบของกลางไอซ์ 70 กรัม ยาอี 16 เม็ด และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก ส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2560ความคืบหน้าจากห้องพิจารณา 203 ศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ศาลจังหวัดมีนบุรี อ่านคำพิพากษาคดีพนักงานอัยการคดียาเสพติดเป็นโจทก์ฟ้องนายปุณยวัจน์ หรือพล หิรัณย์เตชะ อายุ 41 ปี และ น.ส.อาเมเรีย หรือเอมี่ จาคอป อายุ 29 ปี นางเอกสาวลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ อดีตนางเอกชื่อดังจากละครธิดาวานร เจ้าของวลี “แม่มา” ทางสถานีโทรทัศนสีกองทัพบกช่อง 7 และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ปี 2006 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์และยาอี อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ย.60 จำเลยทั้งสองร่วมกันมียาไอซ์หนัก 70 กรัม และยาอี 16 เม็ดไว้ในครอบครองเพื่อเสพและเพื่อจำหน่าย พร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล 1 เครื่องและอุปกรณ์ในการเสพ ขณะที่จำเลยที่ 2 กำลังเสพยาเสพติดภายในห้องพักถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมที่บ้านเลขที่ 100/84 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม.ของจำเลยที่ 2 นายปุณยวัจน์ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพโดยตลอด ส่วน น.ส.เอมี่ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหาเสพยาเสพติดเท่านั้น แต่ให้การปฏิเสธข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานแล้ว ฝ่ายโจทก์มีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเบิกความฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ลูกค้ารายหนึ่ง ก่อนถูกจับกุมขยายผลจนทราบว่า ซื้อจากจำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่จึงให้ติดต่อล่อซื้อ นัดส่งยาเสพติดที่ร้านอาหารสตรีท กระทั่งจับกุมตัวจำเลยที่ 1 แล้วพามาตรวจค้นที่บ้านพัก พบจำเลยที่ 2 กำลังเสพยาของกลาง บริเวณกลางห้องนอนชั้น 2 พร้อมยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพ ศาลเห็นว่าพยานโจทก์ เป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเบิกความไปตามจริง ปฏิบัติตามหน้าที่ไม่เคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อน ไม่มีเหตุปรักปรำกลั่นแกล้งใส่ร้ายจำเลยให้ต้องรับโทษ จึงเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องจริงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า จากข้อเท็จจริงและการนำสืบของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมอย่างไร อีกทั้งจำเลยที่ 1 ยืนยันหนักแน่นว่า เป็นผู้ติดต่อซื้อยาเสพติดจากผู้ค้ามาจำหน่ายด้วยตัวเองตั้งแต่แรก จำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนรู้เห็น แม้จะพบว่า จำเลยที่ 2 กำลังเสพยาเสพติดในห้องนอนก็ตาม พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัย แม้ตำรวจตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้ในบ้านเกิดเหตุ กรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครัวเพื่อจำหน่าย พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1 ล้านบาท ฐานเสพแอมเฟตามีนจำคุก 6 เดือนให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เนื่องจากจำเลยที่ 1 เคยต้องโทษฐานกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่มากระทำผิดซ้ำในเวลา 5 ปีคงจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 1.5 ล้านบาท ฐานเสพยาเสพติดจำคุก 9 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ฐานเสพยาเสพติดจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยทั้งสองรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 25 ปี 4 เดือน 15 วัน ปรับ 750,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท แต่ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนภายใน 1 ปี และตรวจสารเสพติดทุกครั้ง รวมทั้งให้ร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง ริบของกลางหลังฟังคำพิพากษา เอมี่-เอมีเรีย หน้าตาสดชื่นขึ้นมาถนัดใจ มีนางลำดวน และนายฮันนาส จาคอป มารดาและบิดา เดินทางมาฟังคำพิพากษาร่วมเป็นกำลังใจด้วย นางลำดวนเผยว่า ดีใจมาก ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมแก่บุตรสาว ส่วนนายฮันนาส กล่าวชื่นชมทนายความ และดีใจที่ยกฟ้องลูกสาวคดีค้ายาเสพติดด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ทนายความของเอมี่กล่าวว่า พอใจกับผลคำพิพากษา หากอัยการจะยื่นอุทธรณ์ต้องแก้อุทธรณ์ต่อไป หลังเอมี่ได้รับการปล่อยตัวจะไปช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องโทษภัยจากยาเสพติด และจะแถลงข่าวต่อไป ส่วนนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความนายปุณยวัจน์กล่าวว่า พอใจกับผลคำพิพากษา ตนและลูกความจะไม่ยื่นอุทธรณ์ ตอนแรกคิดว่าจะรับโทษหนักกว่านี้ แต่ศาลท่านปรานีมากต่อมาเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำพิเศษมีนบุรี แดนหญิง ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. หลังจากเมื่อช่วงเช้าศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษายกฟ้องเอมี่-อาเมเรีย จาคอป อดีตนางเอกละครเรื่องธิดาวานรคดีจำหน่ายยาเสพติด ลงโทษเพียงข้อหาเสพ มีนายฮันนาส จาคอป และนางลำดวน จาคอป พ่อแม่และญาติๆมารอรับการปล่อยตัว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เปิดประตูเรือนจำปล่อย เอมี่-อาเมเรีย ออกมา อดีตดาราสาวสวมชุดเดรสยาวสีขาวดำลาย สีหน้ายิ้มแย้ม เดินมาก้มกราบเท้านายฮันนาสและนางลำดวน แล้วลุกขึ้นมาสวมกอดกันด้วยความดีใจ มีญาติที่มารอรับอยู่เข้าไปร่วมวง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น เอมี่-เอเมเรีย กล่าวเพียงสั้นๆว่า จะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการวันพรุ่งนี้ (29 ส.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานทนายความ จ.สมุทรสาคร จากนั้นเดินขึ้นรถออกไปพร้อมกับครอบครัว