ขนบธรรมเนียมการแอ่วสาว การอู้สาว ของหนุ่มๆ ชาวเหนือ สมัยโบราณ ทั้งงดงามซ่อนความลึกซึ้ง ในเชิงศิลปะไม่ว่าจะเป็นดนตรี และการใช้ภาษา (อดีตกรุล้านนา สังคีต จันทนะโพธิ สยามบันทึกพิมพ์ พ.ศ.2552)เวลา “กินแลง” ราวสองทุ่มหลังอาหารมื้อค่ำ พวกบ่าวจะแต่งตัว ผัดหน้าทาแป้งหวีผม แต่ต้องไม่เรียบนัก บ่าวหวีผมเรียบสาวจะดูแคลน เป็นคนหลายใจ ไปกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละสี่ห้าคนบางกลุ่มมีสะล้อ ซอ ซึง และขลุ่ย ดีดสีตีเป่า ร้องจ๊อย (เพลงยาว) แก้เหงา ทั้งเป็นสัญญาบอกสาวให้รู้ตัวการอู้สาว บ่าวชาวเหนือรุ่นโบราณ ใช้คำพูดไพเราะเสนาะหู เป็นคำร้อยกรอง เรียกกันว่า “คำเครือ”“งามเลิศล้ำ เจ้าแว่นเงาใส งามเหลือนี้ไป เป็นแม่พระเจ้า” หมายความว่า งามเหลือเกินนะแม่น้องสาวคนสวย หากงามยิ่งกว่านี้ไป ต้องเป็นเทพธิดาเท่านั้น”ไม่เก่งเฉพาะทางหนุ่ม ทางสาวก็ต้องเก่งคำเครือ พอๆกัน สาวจึงต้องตอบอย่างถ่อมตัว“รูปร่างของน้องก็เหมือนผีแป๋ง เหมือนนกยางแดง ลงกล๋างป่าข้าว” หมายความว่า “รูปร่างของน้องไม่สวย เหมือนปีสร้างขึ้น เช่นนกยางแดง” นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ขั้นแนะนำตัวเท่านั้น“คำเครือ” ขั้นต่อไป ยังแฝงปริศนา ที่สองฝ่ายต้องใช้ปัญญา รับรู้เท่าทันกันและกัน“กินข้าวแลงกับอะหยัง” (กินข้าวเย็นกับอะไร) ถ้าสาวตอบ “กิ๋นข้าวแลงกับแก๋งบ่าฟัก” หนุ่มก็จงรู้ สาวพอใจ ความหมายซ่อนอยู่ที่คำ “ฟัก” เอาตัว ร. ใส่แทนตัว ฟ ก็จะเป็นรักหลักคำเครือ ถือตัวสะกดเป็นสำคัญ แต่ถ้าสาวตอบ “กิ๋นข้าวแลงกับน้ำพริก” หนุ่มก็ต้องเปิดหมวกอำลาคำว่า “น้ำพริก” ใกล้เคียงกับคำว่า “ปีก” แปลว่า “กลับ” เท่ากับบอกให้บ่าวกลับ หากสาวพูดว่า “แก๋งบ่าฟักใส่ง่าหอม” คำ “ง่าหอม” ผวนกลับเป็น “ง่อมหา” หรือแปลว่า คิดถึงแสดงว่า สาวบอกรัก บอกคิดถึง อยากพบบ่าวอีกยังมีอีกบางประโยค ถ้าสาวบอก “แก๋งหยวกใส่หูกระต่าย” คำกระต่าย หมายถึงความเบื่อหน่าย ถ้าหนุ่มยังไม่รู้ตัวตื๊อต่อ สาวจะย้ำ “แก๋งผักบุ้งใส่กุ้งตัวเดียว”แก๋งผักบุ้ง หมายถึงยุ่ง หมายถึงคนหลายคน กุ้งตัวเดียว เตือนชายให้รู้ว่าตัวคนเดียว ขืนตื๊ออยู่ต่อไป ก็อาจถูกรุมซ้อมเจ็บตัว ต้องรีบลงจากบ้านสาวไปทันทีแต่ถ้าพูดว่า “แก๋งป๋าเหยี่ยน” เหยี่ยนคือปลาไหล สาวบอกให้หนุ่มนั่งกระเถิบเข้าไปใกล้ เมื่อสาวพูดคำนี้ ก็อย่าเผลอใจ คิดว่าสาวให้ท่า เพราะคำนี้บางทีเป็นคำสาวเตือน อย่าทำตัวเป็นปลาไหล เพราะอาจจะเจอแกงผักบุ้งหากหนุ่มเหิมเกริม แตะเนื้อต้องตัวสาว ก็เข้าเงื่อนไข “ผิดผี”กระบวนการใช้คำเครือ การร้องเพลงยาว “จ๊อย” ประกอบสะล้อซอซึงหรือขลุ่ย คุณสังคีต จันทนะโพธิ บอกว่า เลือนหายไปจากเมืองเหนือนานเต็มทีแล้วเหมือนจารีตประเพณีดีงาม แบบเดิมๆ ในหลายๆบ้านเมืองเพิ่งมีข่าวนักกีฬาญี่ปุ่นในเอเชียนเกมส์ถูกไล่ออกจากเกมการแข่งขัน โทษฐานไปเอาผู้หญิงมาค้างในห้องพัก...ในวงการกีฬา มีกฎ กติกา มารยาท ที่ละเมิดไม่ได้คนผิดถ้าไม่รู้ตัวว่าผิด ขืนอยู่ต่อไป ทำให้เสียชื่อประเทศชาติ ก็ต้องมีกระบวนการผลักไสเรื่องทำนองนี้ คนโบราณเปรียบเปรย “ปลาร้าพันห่อด้วยใบคา ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง” ความจริงที่เห็นๆกันวันนี้ ปลาร้ายังไม่รู้ตัวว่าเป็นปลาเน่า ใบคาก็ทำทีไม่รู้ตัวว่าติดกลิ่นเหม็นดูทางทีวีเมื่อไหร่ ทั้งปลาร้า ทั้งใบคา ก็ยังเห็นยิ้มย่องผ่องใสไม่ร้อนไม่หนาวไปด้วยกัน.กิเลน ประลองเชิง