...กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย ถิ่นพำนักของผู้คนมากราว 10 ล้านคน กำลังเผชิญสถานการณ์คล้ายคลึงเมืองใหญ่ริมชายฝั่งทะเลของโลกอีกหลายสิบเมือง นั่นคือ สภาพทรุดตัวจมลงทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ...ข้อมูลวิจัยของผู้เชี่ยวชาญสถาบันเทคโนโลยี บันดุง ศึกษาค้นคว้าพื้นที่กรุงจาการ์ตามาตลอดช่วง 20 ปี พบสรุปว่า ภายใน 32 ปีข้างหน้า หรือราว พ.ศ.2593 บางส่วนของกรุงจาการ์ตา โดยเฉพาะพื้นที่ตอนเหนือราว 95 เปอร์เซ็นต์จะจมทะเล ทั้งถือได้ว่าเมืองหลวงอินโดนีเซียคือหนึ่งในเมืองชายฝั่งที่จมทะเลเร็วมากที่สุดของโลกผลวิจัยชี้อัตราการทรุดตัวของกรุงจาการ์ตาเฉลี่ยปีละ 1-15 ซม. ทำให้พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงอินโดนีเซียเวลานี้อยู่ระดับต่ำกว่าผิวน้ำทะเลเฉพาะพื้นที่ตอนเหนือกรุงจาการ์ตา อัตราการทรุดตัวตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมามากถึงราว 2.5 เมตร บางพื้นที่อัตราการทรุดตัวมากเฉลี่ยถึงปีละ 25 ซม. หรือมากกว่าอัตราเฉลี่ยการทรุดตัวของเมืองใหญ่ชายฝั่งทะเลทั่วโลกถึงกว่าเท่าตัว จึงไม่แปลกถ้าพบเห็นอาคาร บ้านเรือนหลายแห่งทางตอนเหนือกรุงจาการ์ตา ทรุดจมหายลงเกือบ 1 ชั้น อาคารหลายแห่งถูกทิ้งร้าง เพราะน้ำท่วมพื้นที่ชั้นล่างอาคาร ต้องรอทุบทำลายสร้างใหม่บ้านเรือนหลายแห่งจากเคยติดชายฝั่งทะเลชมวิวทิวทัศน์สวยงาม บัดนี้ต้องถูกบดบังทิวทัศน์ด้วยแนวกั้นคลื่นกันน้ำทะเล หมู่บ้านชาวประมงริมทะเลจากเคยอยู่กันบนฝั่งกลับกลายต้องไปอยู่บนผิวน้ำการจมทะเลของพื้นที่บางส่วนในกรุงจาการ์ตา เนื่องจากเมืองหลวงอินโดนีเซียตั้งอยู่บนพื้นที่หนองน้ำ ทางผ่านของแม่น้ำมากถึง 13 สาย ไหลลงทะเลชวา พื้นที่แถบนั้นเกิดน้ำท่วมบ่อยแทบทุกปีสถานการณ์ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ เพราะเขตเมืองและสิ่งปลูกสร้างอาคารสูงถูกสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ แหล่งน้ำจืดใต้ดินถูกสูบใช้เพื่ออุปโภคบริโภคของผู้คนในสังคมเมืองอย่างมากมาย ยิ่งทำให้พื้นผิวดินทรุดตัวลงเร็วขึ้น ทางแก้ปัญหาของผู้คนชาวบ้านส่วนหนึ่งคือ ซ่อม ซ่อม และซ่อม หรือไม่ก็ขายสร้างใหม่หรือย้ายหนี ซึ่งแก้ปัญหาได้แค่ระดับหนึ่ง ผนวกอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสังคมเมือง ซึ่งกลายเป็นชุมชนใหม่ที่รวมตัวของผู้คนทั้งจากท้องถิ่นดั้งเดิมกับผู้คนอพยพย้ายเข้ามาใหม่ส่วนรัฐบาลอินโดนีเซียก็เร่งแก้ปัญหาสร้างแนวกั้นน้ำทะเลระยะทาง 32 กม. เร่งสร้างเกาะใหม่ถมทะเลอีก 17 แห่ง หวังบรรเทากอบกู้สถานการณ์ แม้ต้องทุ่มงบประมาณ หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.อานุภาพ เงินกระแชง