อนันดา เอเวอริงแฮม กลับมาสวมชีวิตจิตวิญญาณเป็น “ขุนพันธ์” ตำรวจวีรบุรุษอันเป็นตำนาน ผู้ใช้อาคมเป็นอาวุธ และศรัทธาแห่งความดีปราบเสือร้ายจากทุกสารทิศ คำถามที่ว่า ตำรวจดียังมีอยู่ไหม?...“ขุนพันธ์ 2” มีคำตอบ “ยอมรับเลยว่านี่เป็นโปรเจกต์ที่ใช้พลังงานมากที่สุด ตอนปิดกล้องก็ยังบอกพี่โขมเลยว่าสิบปีนะพี่เดี๋ยวค่อยกลับมาเจอกัน ขอทำใจก่อนนะถ้าพี่จะให้ผมกลับมาเล่น พอรู้ว่ามีภาค 2 มันเป็นโปรเจกต์ที่ทำยาก ซึ่งมันทำให้ทุกๆคนรวมถึงตัวผม รู้สึกศรัทธาการทำงานในทางนี้ เรารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเทให้กับโปรเจกต์นี้ เราให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อเราทำภาค 1 ให้มันสำเร็จมาแล้วเนี่ย ภาค 2 คือ เรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องมากกว่านั้น กลุ่มกอง ถ่ายของเราเป็นเหมือนกลุ่มแก๊งโจรเชิ้ตดำไปแล้ว” ความแตกต่างที่ผู้ชมจะได้ สัมผัส?“จะได้เห็นตัวละครของขุนพันธ์ เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อมากขึ้น มีความเป็นมนุษย์ปุถุชน ภาคแรกขุนพันธ์จะค่อนข้างขาวดำ คือทุกอย่างที่เขาเชื่อมันเป็นเรื่องของกฎหมาย ในภาค 2 เราจะได้เห็นความเข้มข้นของวิชาอาคมที่ท่านขุนพันธ์มานำเสนอให้ทุกคนได้ดูนะครับ และจะได้เห็นที่มาที่ไปของวิชาอาคมเหล่านี้ว่าท่านไปเรียนมาจากที่ไหน ท่านเอามาใช้มากขึ้นชัดขึ้นมากกว่าภาคแรกอีก” ผู้ชมจะได้สัมผัสของขลัง วิชาอาคมอะไรของขุนพันธ์บ้าง?“หนังเหนียวคงกระพัน คาถาพรางตัว อาวุธพิเศษในภาคนี้ด้วยก็คือดาบแดง เราจะได้เห็นขุนพันธ์ใช้ดาบแดง เราจะได้เห็นความมันส์การปะทะกันของสามตัวละครที่มีความคงกระพัน มีวิชาแคล้วคลาด และก็พลังช้างสาร ยังมีตัวละครใหม่ๆ เสือใบกับเสือฝ้าย ที่สำคัญ เสือใบ (เป้-อารักษ์) ที่เจ้าเล่ห์ จะมีไหวพริบที่ดี ฉลาด แต่จุดที่ผมว่ามีเสน่ห์ของตัวเสือใบนี่คือ ความกะล่อน ความเจ้าชู้ เสือฝ้ายคือ จะเก่งอาวุธทุกชนิด ก้อย-รัชวิน รับบทเป็น บุตร์รา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมสุวรรณบุปผา เป็นแหล่งที่ทั้งโจร ทั้งตำรวจ ทุกๆคนที่อยู่ในสุพรรณฯมาหาความสุขกัน บุตร์รานอกจากความสวยมีเสน่ห์ล้นเหลือแล้ว ที่ไม่ธรรมดาคือมีอำนาจด้วย”.