พล.ต.อ.จักรทิพย์ - พล.ต.ท.ชาญเทพ - พล.ต.ท.ฐิติราช“จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีก” กากบาท เข้าเวรประจำวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561ปลายเดือน ส.ค.คงได้เห็นโผโยกย้าย “นายพลตำรวจ” แม้ในปีนี้ไม่ได้หวือหวาเหมือนข่าวที่มีคนจงใจปล่อยออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 35 เบียดเก้าอี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ...พอใกล้แต่งตั้งโยกย้ายจริง “ข่าวปล่อย” เงียบหายไปด้วยชื่อชั้นประสบการณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ นำชุดสืบสวนปิดคดีสำคัญด้วยตัวเอง คดีระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎฯ ถ้าวันนั้นยังจับ “มือระเบิด” ไม่ได้ น่าจะมีเหตุระเบิดป่วนทำความเสียหายบ้านเมืองไทยตามมาอีก และคดีฆาตกรรมยกครัว 8 ศพ ที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่...พล.ต.อ.จักรทิพย์นำทีมรวบทีมสังหารได้ยกทีมแต่ที่ติดตาที่สุดเป็นภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สวมชุดพลร่ม ค่ายนเรศวร นำกำลังชุดกู้ภัยหน่วยพลร่มค่ายนเรศวร ขึ้นดอยผาหมี หาที่ลงโรยตัวช่วยเหลือ 13 ทีม “หมูป่าอะคาเดมี แม่สาย” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย...เป็นภาพที่ประทับใจพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ การันตีเก้าอี้ยังแน่นตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ที่ว่าง 1 ตำแหน่ง ถ้าเป็นไปตามนโยบาย คสช.ยุบเลิกที่ปรึกษา (เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.) แค่หมุน พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (สบ10) เข้ามาเป็นรอง ผบ.ตร. และยุบเลิกตำแหน่งที่ปรึกษา (เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.) ออกไป...ไม่มีการขยับผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร.ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ว่าง 4 ตำแหน่ง ผบช.ที่ว่าง 16 ตำแหน่ง รอง ผบช.ที่ว่าง 37 ตำแหน่ง ผบก.ที่ว่าง 73 ตำแหน่ง...น่าจับตาเป็น ผบช.น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ที่เกษียณ มีชื่อ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. นรต.รุ่น 36 ร่วมรุ่น ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 36...ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกหม้อนักสืบมือดีของนครบาล และอยู่ร่วมกันในทีมสืบสวนคดีสำคัญของ ตร.อีกคน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. โดดเด่นจากงานความมั่นคงที่ทำต่อเนื่อง คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายทุนเงินกู้เถื่อน...เป็น 3 ตัวเลือก ที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าเหมาะสมส่วนหน่วยหลัก ผบช.ก. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาร-พิทักษ์ ผบช.ก. นรต.รุ่น 34 ครบเกษียณ...คนที่มาสืบทอดอำนาจเป็น พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. นรต. รุ่น 37 อดีต ผบก.ป. ที่อยู่ในสายเดียวกันอีกคดีที่เป็นข่าวดังมากในประเทศโมซัมบิก ผลงานตำรวจไทยร่วมกับตำรวจโมซัมบิก และทีมสืบสวนเอฟบีไอ สหรัฐอเมริกา จับกุมตัว นายโมเหม็ด อาซิฟ อับดุล ซาทาร์ หัวหน้าแก๊งมาเฟียรายใหญ่ ก่อคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ และฆ่าเจ้าหน้าที่ในประเทศโมซัมบิก เป็นบุคคลที่ชาวโมซัมบิกหวาดกลัว มีหมายจับของตำรวจสากล...เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญของหน่วยงานเอฟบีไอ สหรัฐอเมริกา และประเทศโมซัมบิก ต้องการตัวมากที่สุด...หนีเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานบงการอุ้มตัวเศรษฐีที่อยู่ทั่วโลกกว่า 50 ราย เรียกค่าไถ่ และเป็นผู้บงการฆ่าอัยการที่มาทำคดี โดยให้ลูกน้องใช้อาวุธสงครามยิงที่ศีรษะ16 นัดเสียชีวิตต่อหน้าภรรยาและลูก เป็นอีกคดีที่สะเทือนขวัญชาวโมซัมบิก...มีหลายคดีที่เจ้าหน้าที่โมซัมบิกที่เกี่ยวข้องทำคดีโดนสั่งเก็บทุกรายคดีจับกุมนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหดในพื้นที่ภาคอีสาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมกับ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ค้นอายัดบ้าน ที่ดิน เงินทอง รถยนต์ เครือข่ายนายทุนเงินกู้มูลค่า 120 ล้านบาท และคืนโฉนดที่ดินให้ชาวบ้าน...เป็นผลงานรัฐบาลที่ได้รับเสียงชื่นชมมาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้ ผบ.ตร. ตั้งศูนย์ปราบปรามนายทุนเงินกู้...ขยายผลทั่วประเทศ.กากบาท