ขายลำไยไม่ได้ราคา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตลำไยที่ได้มีคุณภาพต่ำเป็นจำนวนมาก... ลำไยคุณภาพเกรด AAA, AA และ A มีน้อย“ปีนี้การรณรงค์ให้เกษตรกรผลิตลำไยคุณภาพ โดยใช้กลไกของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 21 ศูนย์ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือ ด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีตัดแต่งกิ่ง ตัดต้นเตี้ย ตัดแต่งช่อดอก เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถผลิตลำไยคุณภาพได้มากกว่า 20,000 ตัน” นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยถึงวิธีการผลิตลำไยให้ได้คุณภาพ...เริ่มจาก การเตรียมต้นให้สมบูรณ์ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องมีการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่ม รวมถึงต้องจัดการธาตุอาหารเพื่อให้เกิดการแตกใบและกิ่งใหม่ที่สมบูรณ์ด้วยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกต้นละ 5-10 กก. และปุ๋ยยูเรียต้นละ 4 กก. สำหรับต้นขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นต้นเล็กให้ลดตามส่วนจากนั้นรอไปถึงลำไยแตกใบใหม่อย่างน้อย 2 ครั้ง ถึงจะวางแผนใช้สารเร่งสำหรับทำลำไยนอกฤดู...แต่ถ้าเป็นลำไยในฤดูให้รอไปจนถึงเวลาลำไยเริ่มออกดอกและติดผลขั้นต่อไปสำคัญที่สุด ตัดแต่งช่อผลในช่วงติดผลอ่อน ผลมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง แต่ไม่เกินขนาดผลมะเขือพวง ตัดแต่งให้เหลือ 40–60 ผลต่อช่อ ให้น้ำตามระยะการเจริญเติบโตที่สำคัญของพืชและช่วงเวลาที่จำเป็น ฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำ แต่หากฝนทิ้งช่วงต้องให้น้ำอย่าปล่อยให้ดินแห้งและแฉะเกิน ให้น้ำในระดับดินพอชุ่ม...ช่วงติดผลให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และช่วงเวลาที่จำเป็น หรือให้ปุ๋ยสูตร เสมอผสมปุ๋ยยูเรียในอัตรา 1:1 โรยรอบทรงพุ่ม ต้นใหญ่ให้ต้นละ 2 กก. แต่ถ้าต้นเล็กปรับลดลงตามส่วน พร้อมกับฉีดพ่นฮอร์โมนเลี้ยงบำรุง พ่นยาป้องกันกำจัดเชื้อราตามด้วยการทำลำไยให้มีผิวสวย ก่อน เก็บเกี่ยวประมาณ 1–2 เดือน ให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อช่อผลพร้อมทั้งผูกมัดกระดาษด้านปลายช่อให้หลวม เพื่ออากาศจะได้ระบาย... แต่ถ้าไม่มีแรงงานให้ใช้วิธีฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยตัวการทำให้เกิดราดำที่ผลลำไย โดยใช้ปิโตรเลียมออยล์ หรือสารคลอไพริฟอส และควรพ่นก่อนการเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 1 เดือน วิธีการนี้ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเป็นเกรด AA และ A บางแปลงสามารถเกรด AAA สามารถส่งขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำได้ นอกจากนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้ร่วมกับ บริษัทไปรษณีย์ไทย นำผลผลิตเข้าสู่ระบบตลาดออนไลน์ด้วยระบบ E-Market ผ่าน Thailand postmart.com โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Business to Business หรือ B2B คือ การขายส่งสินค้าในปริมาณมาก ให้ทั้งตลาด Modern trade โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ผู้ผลิต เป็นต้น และ Business to Customer หรือ B2C ขายส่งตรงถึงมือผู้บริโภค อันเป็นสินค้าคุณภาพ เกรดพรีเมียม ซึ่งส่งผลให้สินค้าขายได้ในราคาที่สูงขึ้น.ชาติชาย ศิริพัฒน์