เปิดให้สัมภาษณ์สดทุกคนวันนี้ แต่ ‘คุมคำถาม’ ที่ไม่กระทบจิตใจ จ่อใช้กม.คุ้มครองเด็กดูแลต่อจ่อใช้กฎหมายคุ้มครองเด็กดูแลทีมหมูป่า 13 คน หลังออกจากโรงพยาบาลไปใช้ชีวิตตามปกติที่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้สื่อและบุคคลภายนอกรบกวนหรือกระทำการกระทบจิตใจ ขณะที่ผู้ว่าฯเผยแค่ขอร้องไม่ถึงกับประกาศบังคับ พร้อมตั้งกรรมการดูแลเด็กทั้งหมด โดยมี นอภ.แม่สาย เป็นประธานรวมทั้งการดูแลเรื่องผลประโยชน์ ส่วนสื่อส่งคำถามกว่า 100 ข้อให้เจ้าหน้าที่คัดกรองก่อนส่งให้กลุ่มเด็กเป็นคนตอบในรายการพบสื่อ ขณะที่ “ครูบาบุญชุ่ม” เตรียมจะเป็นพระอุปัชฌาย์บรรพชาหมู่ให้ทีม 13 หมูป่าภายหลังทำพิธีเซ่นไหว้บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอขมาเจ้าแม่นางนอน บริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมนิมนต์พระสวดถอนวิญญาณ “จ่าแซม” น.ต.สมาน กุนัน “วีรบุรุษถ้ำหลวง” ให้ไปสู่สุคติ แต่เรื่องราวเบื้องหลังของการติดในถ้ำของ 13 ทีมหมูป่ายังกล่าวขานไม่รู้จบ ล่าสุด “จอห์น โวลันเธน” ฮีโร่นักดำน้ำชาวอังกฤษเปิดปากให้สัมภาษณ์ผ่าน BBC ระบุที่ดำน้ำไปพบเด็กในถ้ำไม่ใช่โชคหรือปาฏิหาริย์แต่มีการฝึกซ้อมและวางแผนทุกขั้นตอน ปิดถ้ำหลวงอย่างเป็นทางการต่อมาเช้าวันที่ 17 ก.ค. บริเวณหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงรายกลุ่มเจ้าหน้าที่ อบต.โป่งผา และเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ และจิตอาสาช่วยกันเก็บเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้และเก็บกวาดทำความสะอาด หลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ส่วนบริเวณทางเข้าวนอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ 3 ป้ายมีข้อความทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและภาษาจีนว่า “ประกาศวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ด้วยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2561 ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ได้มีหน่วยงานต่างดำเนินการค้นหาและกู้ภัยผู้พลัดหลงภายในถ้ำหลวง ดังนั้นเพื่อให้พื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวของวนอุทยานฯ ได้มีการฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมจึงให้ปิดวนอุทยานฯ บริเวณถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอน เพื่อมิให้เข้าไปเที่ยวชมเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ วันที่11 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง” “ลูกหมูป่า” หลงฝูงเป็นอนุสรณ์ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจของวนอุทยานฯ ได้ใช้ไม้กั้นตรวจสอบรถยนต์และบุคคลที่เข้าออกตลอด 24 ชม. สำหรับบุคคลที่จะเข้าไปในวนอุทยานฯ ได้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ส่วนทางลงปากถ้ำหลวง เจ้าหน้าที่ได้ทำประตูตะแกรงเหล็กปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกลักลอบเข้าไป ขณะนี้บริเวณหน้าถ้ำไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากหมูป่า 1 ตัวกับไก่ป่า 13 ตัว ที่ถูกนำไปแลกกับชีวิต 13 ทีมหมูป่าตามความเชื่อ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ ทราบว่าลูกหมูป่าตัวนี้หลงฝูงมาอยู่กับทหารหน่วยซีลที่หน้าถ้ำตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุเด็กติดถ้ำ โดยทหารหน่วยซีลให้อาหารตลอดพร้อมตั้งชื่อว่า “เบ๊บบี้” ภายหลังหน่วยซีลถอนกำลังไปมันยังคงวิ่งเล่นกับไก่ป่า 13 ตัวที่ถูกนำมาปล่อยพร้อมกัน โดยเจ้าหน้าที่วนอุทยานฯ คอยเลี้ยงดูถือเป็นอนุสรณ์ของหมูป่าทั้ง 13 คนแห่หนุนยกฐานะเป็นอุทยานส่วนกรณีที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมยกระดับวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนและจะทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้านในพื้นที่นั้น ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบวนอุทยานฯต่างเห็นพ้องกับอธิบดีที่จะยกระดับเป็นอุทยานแห่งชาติโดยนางแก้ว นามแสง แม่ค้าขายข้าวที่ปากทางเข้าถ้ำหลวงบอกว่า หากยกระดับเป็นอุทยานและแหล่งท่องเที่ยวแล้วจะทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวชมอุทยานถ้ำหลวงกันมากขึ้น เช่นเดียวกับนางวัน คำหงษ์ อายุ 56 ปี กล่าวว่า เห็นด้วยและหวังว่าทางกรมอุทยานจะหางบประมาณมาสร้างถนนทางเข้าถ้ำหลวงให้ดีกว่านี้ด้วย ทีม “หมูป่า” พบสื่อก่อนกลับบ้านสำหรับเด็ก 13 คน ที่ฟื้นฟูร่างกายที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์นั้นมีรายงานว่าแพทย์อนุญาตให้ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน กลับบ้านได้ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ผวจ.เชียงรายจะเปิดให้สื่อมวลชนได้พบกับทั้ง 13 คน อย่างเป็นทางการก่อนให้กลับบ้าน ในวันเดียวกันโดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ส่งคำถามก่อนล่วงหน้าเพื่อที่ให้นักจิตวิทยาคัดกรองความเหมาะสม เนื่องจากต้องระมัดระวังในเรื่องจิตใจ ของเด็ก ขณะที่แพทย์ระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 คน ออกจากโรงพยาบาลคือผลกระทบทางด้านจิตใจระลอกที่ 2 โดยขอให้ทุกฝ่ายทั้งสื่อมวลชน ผู้ปกครอง คำนึงถึงสิทธิของเด็ก ความปลอดภัย และความพร้อม เพื่อให้เด็กกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมได้เร็วที่สุดไม่ให้สื่อถามเด็กโดยตรงนางพิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เปิดเผยภายหลังการเข้าพบนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงรายว่า ในวันที่ 18 ก.ค. เวลา 18.00 น. จะแถลงข่าวส่งน้องๆทีมหมูป่ากลับบ้าน ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงราย โดยมีน้องทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ร่วมแถลงข่าวด้วยแต่จะตอบคำถามจากที่ให้สื่อมวลชนส่งคำถามมาล่วงหน้าผ่านทางไลน์ กลุ่มสื่อโดยจะให้นักจิตวิทยาวิเคราะห์เลือกคำถามเพื่อให้น้องๆทีมหมูป่าตอบคำถามโดยไม่อนุญาตให้ถามน้องโดยตรง เนื่องจากป้องกันผลกระทบต่อสภาพจิตใจของสมาชิกทีมหมูป่าเป็นผู้ประสบภัยตั้งกรรมการดูแลประโยชน์ต่อมานายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า หลังจากการแถลงข่าวแพทย์ได้อนุญาตให้น้องๆทีมหมูป่ากลับบ้านและไปโรงเรียนได้ตามปกติ เรื่องการดูแลเด็กโดยปกติจะมีกฎหมายคุ้มครองเด็กอยู่แล้วในเรื่องการไม่รบกวนหรือกระทำการใดๆ ที่จะกระทบกระเทือนจิตใจ ในเรื่องนี้จะขอร้องสื่อและขอความเข้าใจ คงไม่ใช่เรื่องการประกาศกฎหมายบังคับ ในส่วนการดูแลจะมีคณะกรรมการอำเภอแม่สาย โดยนายอำเภอเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคอยติดตามดูแล รวมถึงกลุ่มสหวิชาชีพที่จะคอยติดตามดูแลที่บ้านจนกว่าเด็กๆ จะปรับตัวใช้ชีวิตปกติได้ รวมทั้งให้คำปรึกษาเพื่อ ป้องกันการคุกคามและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมกันนี้ได้ให้คำแนะนำกับผู้ปกครองของทีมหมูป่าว่า หากมีการเสนอผลประโยชน์ใดๆ ให้ปรึกษากับคณะกรรมการหรือผู้รู้ด้านต่างๆก่อนจะทำสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกแสวงหาผลประโยชน์ไปในทางที่ไม่ชอบเน้นกฎหมายคุ้มครองเด็กนางอณิรา ธินนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงรายเปิดเผยหลังประชุมเตรียมรับการกลับบ้านของทีมหมูป่าว่า หลังแถลงข่าวในวันที่ 18 ก.ค. เสร็จ 13 ทีมหมูป่าจะขึ้นรถตู้ 6 คัน พร้อมผู้ปกครอง 39 คน เดินทางกลับบ้านทันที มีเจ้าหน้าที่ พม.เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก ทีมเจ้าหน้าที่ป้องกันปราบปรามค้ามนุษย์ ทีมสหวิชาชีพ นักสังคม สงเคราะห์จะเดินทางเข้าพื้นที่ไปด้วยเพื่อประสานกับ อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปพูดคุยปลอบใจกับครอบครัวเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจทั้ง 13 คนโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ รพ.แม่สาย สาธารณสุขอำเภอและทีมจิตเวชออกดูแลฟื้นทั้งร่างกายและสภาพจิตใจ ดังนั้นจึงขอฝากให้เจ้าหน้าที่ ญาติพี่น้องและครูในโรงเรียนคำนึงถึงกฎหมาย คุ้มครองเด็ก ไม่ให้พูดรื้อฟื้นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถ้ำและให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ สื่อส่งคำถามกว่า 100 ข้อผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังให้สื่อส่งคำถามผ่านกลุ่มไลน์ “Save หมูป่า” กับกลุ่มไลน์ “ศปก.PR.ถ้ำหลวง” ปรากฏว่ามีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศส่งคำถามเกิน 100 คำถามให้กับทีมประชาสัมพันธ์ พบว่าคำถามที่สื่อไทยส่วนใหญ่ต้องการทราบมากคือ การใช้ชีวิตในถ้ำว่าผ่านความยากลำบากและมีชีวิตรอดได้อย่างไร ดำรงชีวิตอย่างไร เมื่อขาดอาหาร ก่อนจะถูกนำออกมาจากถ้ำเตรียมตัวและจัดลำดับกันอย่างไร รู้สึกอย่างไรกับวิธีการที่ได้รับการแนะนำ รู้สึกกลัวหรือไม่ มั่นใจแค่ไหน วิธีการที่ได้รับการช่วยเหลือนำออกมาน้องรู้สึกตัวหรือไม่และรู้สึกอย่างไร แพทย์และทีมช่วยเหลือนำน้องๆออกมาด้วยวิธีการใดสื่อต่างชาติสนใจเรียนสมาธิส่วนสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น CNN ต้องการทราบว่า จากที่ทั่วโลกได้จับตามองแต่ละวันของการสูญหายทีมหมูป่าฯต้องการสื่อสารถึงทุกๆคนนั้นที่ติดตามเรื่องราวนั้นอย่างไรและทีมหมูป่าฯได้เรียนรู้การทำสมาธิ ในถ้ำช่วยประสบการณ์ครั้งนี้อย่างไร ส่วน BBC อยากให้เล่าถึงช่วงเวลาที่พบกับทีมประดาน้ำอังกฤษครั้งแรกและได้พูดภาษาอังกฤษด้วยและประเด็นที่สื่อทั้งไทยและต่างประเทศสนใจมากคือ น้อง ๆ ไปติดอยู่ในถ้ำได้อย่างไร และทำไมถึงเลือกที่จะหนีไปทางซ้ายและลึกเข้าไปในถ้ำที่เป็นทางตันหลานอยากกินน้ำพริกหนุ่มผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนางคำ คำแก้ว อายุ 71 ปี ยายของ ด.ช.สมพงษ์ ใจวงค์ หรือน้องพงษ์ อายุ 13 ปี หนึ่งในสมาชิกทีมหมู่ป่าฯที่ติดถ้ำโดยนางคำเปิดเผยว่า เลี้ยงน้องพงษ์มาตั้งแต่เด็กๆที่ผ่านมาไปเฝ้าน้องพงษ์เปลี่ยนกับลูกอีกคนที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ แต่ยังไม่ได้กอดหลาน ได้เพียงยืนพูดคุยผ่านห้องกระจกเท่านั้น น้องพงษ์บอกว่าอยากกลับบ้าน อยากกินน้ำพริกหนุ่มและข้าวผัดไข่ดาว หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นอยากให้หลานบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผู้ที่คุ้มครองปกปักรักษาถ้ำหลวง และ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม และยังเป็นการขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ช่วยเหลือหลานออกจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย ตอนที่หลานติดอยู่ภายในถ้ำ ตนได้แต่ร้องห่มร้องไห้ไหว้ขอวอนสิ่งศักดิ์ช่วยคุ้มครองเท่านั้น วันข้างหน้าหากสร้างอนุสาวรีย์จ่าแซมเสร็จจะให้หลานไปไหว้ วอนขอให้หลานมีชีวิตปกติด้านนางเกี๋ยงคำ จันทาพูน อายุ 66 ปี ยายของ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี หรือน้องโน้ต เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่น้องโน้ตไปเฝ้าที่หน้าถ้ำและที่โรงพยาบาลตลอด จะกลับมาบ้านตอนที่มาเอาเสื้อผ้าเท่านั้น ตอนนี้รู้สึกดีใจและโล่งใจที่หลานปลอดภัย แต่ก็เสียใจที่จ่าแซมเสียชีวิตและสำหรับตนถือว่าจ่าแซมเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวง หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นก็อยากจะให้น้องโน้ตบวชเช่นกันเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผู้ที่ปกปักรักษาถ้ำหลวงและจ่าแซม อยากขอร้องสื่อมวลชนหากหลานกลับบ้านหรือเข้าเรียนตามปกติแล้ว ไม่อยากให้ไปรบกวน ปล่อยให้เขามีชีวิตเหมือนปกติทั่วไปเหมือนที่เคยเป็นจัดเจ้าหน้าที่-ครูคอยดูแลทั้งนี้ จากข้อมูลของแหล่งข่าวทราบว่าผู้ปกครองของน้องๆส่วนใหญ่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์มีอาชีพรับจ้าง บางรายอยู่บ้านเช่า มีเพียงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ที่พอมีฐานะแต่ไม่ได้ร่ำรวยมาก ซึ่งหลังจากที่น้องทั้งหมดออกจาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงครูที่โรงเรียนของน้องๆ จะร่วมกันลงพื้นที่เพื่อติดตามเยียวยาสภาพจิตใจของทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน ร่วมกับผู้ปกครอง โดยได้พยายามขอร้องสื่อมวลชนอย่าไปติดตามเด็กและครอบครัวที่บ้าน ทั้งนี้ มีทั้งสื่อมวลชนของไทยและสื่อมวลชนต่างชาติหลายสำนักได้ไปขอพบผู้ปกครองของน้องๆหลายครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยมีผู้ปกครองรายใดออกมาพูดหรือให้ข้อมูลใดๆเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการตอกย้ำบาดแผลด้านจิตใจของน้องๆโรงเรียนเตรียมรับอย่างอบอุ่นขณะที่นายจิรัฐการต์ สุวรรณกาญาจน์ ผอ.โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และอาจารย์พา ผู้สื่อข่าวไปชมผลงานการวาดภาพลงบนเสื้อของ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ หรือน้องบิว อายุ 14 ปี หนึ่งในทีมหมูป่าฯที่ติดถ้ำโดยภาพดังกล่าวน้องบิวได้วาดเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดเรื่องที่ถ้ำหลวงโดยนายจิรัฐการต์เปิดเผยว่า น้องบิวชอบงานทางด้านศิลปะและดนตรีเป็นทีมดุริยางค์ของโรงเรียนและชอบเล่นฟุตบอล เป็นเด็กร่าเริง แจ่มใส หากน้องบิวกลับมาเรียนตามปกติทางโรงเรียนจะมีการจัดพิธีรับขวัญโดยสภานักเรียนและเพื่อนๆของน้องบิวและต่อด้วยการผูกข้อมือสู่ขวัญตามประเพณีพื้นเมือง ในส่วนเรื่องการเรียนทางโรงเรียนมีแผนรองรับที่จะช่วยน้องบิวไว้แล้วทั้งการสอนซ่อม เสริมและมีการทำห้องเรียนดิจิทัลคลาสรูมในรายวิชาเปิดใจโค้ชสร้างทีมหมูป่าด้านนายนพรัตน์ กันทะวงศ์ โค้ชของทีมหมูป่าอะคาเดมีและมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า น้องๆทีมหมูป่าเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน สาเหตุที่สร้างทีมฟุตบอลเพื่อรวบรวมเยาวชนในพื้นที่ อ.แม่สาย ให้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ ห่างไกลยา เสพติด เด็กที่นี่ติดมือถือมากเลยสร้างทีมเพื่อเปิดโอกาสให้น้องทุกๆคนไม่ปิดกั้นโอกาส ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน โรงเรียนใดเรารับสอนฟุตบอลให้ทุกคนแบบเท่าเทียมกัน และรักน้องๆในทีมเหมือนกันทุกคน ในจำนวน 80 คน หากน้องชุดติดถ้ำมีสุขภาพแข็งแรงดีแล้วพร้อมกับซ้อมฟุตบอลได้แล้วจะเรียกกลับซ้อมทันที “หมอภาคย์” ทำงานวันแรกเช้าวันเดียวกัน ที่กองพันเสนารักษ์ที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.นครราชสีมา พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พันเสนารักษ์ที่ 3 ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก หลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง จ.เชียงราย โดยมีผู้ใต้บังคับบัญชานับร้อยนายให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นพร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจทั้งนี้ หมอภาคย์ได้กล่าวกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจครั้งนี้พร้อมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เคยปฏิบัติหน้าที่ เป็นบทเรียนที่ทุกคนทุกประเทศต้องนำไปศึกษาเรียนรู้ อยากให้มองภาพเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนการต่อภาพจิ๊กซอว์ ตนเพียงจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ใช้ต่อภาพให้สมบูรณ์เท่านั้น ทุกคนมีความสำคัญทั้งหมด หากขาดใครคนใดคนหนึ่งไปภารกิจครั้งนี้จะไม่สำเร็จ ตนประทับใจเด็กทุกคนที่ติดในถ้ำหลวง เพราะทุกคนมีความใสซื่อ เดียงสาตามประสาเด็กมีจิตใจดีงาม และสิ่งที่ทับใจมากคือทุกคนเป็นคนมีระเบียบวินัยชมโค้ชเอกจิตใจดีมากหมอหนุ่มคนดังกล่าวอีกว่า สอบถามเด็กเข้าไปเที่ยวในถ้ำทราบว่าเป็นการเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ ตั้งใจจะทำกิจกรรมเพียง 1 ชั่วโมงแล้วจะกลับออกไป ส่วนตัวโค้ชเอกเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก รักเด็กเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก อายุ 24-25 ปี แต่สามารถเป็นศูนย์รวมจิตใจของเด็กๆได้ดีและมีการอบรมสั่งสอนเด็กเรื่องการแบ่งปันกัน เป็นคนเสียสละที่ไม่พูดอะไร เอาอาหารให้เด็กรับประทานตลอดโดยที่ตัวเองแทบไม่ได้กินเลย ขอให้เด็กกินอิ่มก่อน ตนยอมรับว่าตัวโค้ชเอกเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก ดูแลเด็กๆ ทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้ทุกคนที่ติดอยู่ในถ้ำมีขวัญและกำลังใจที่ดีมากแบกออกซิเจน 4 ถังมุดน้ำ“ช่วงระยะทางในการดำน้ำเข้าไปช่วยเด็กที่ติดอยู่บริเวณเนินนมสาวเป็นระยะทางที่ยากลำบากมาก ผมและหน่วยซีลคนอื่นๆต้องแบกและใช้ถังออกซิเจนมากถึงคนละ 4 ถัง ดำน้ำติดตัวเข้าไปถึงจะถึงบริเวณเนินนมสาวที่เด็กอยู่กัน แต่เด็กทุกคนมีสภาพจิตใจและความพร้อมมาก ส่วนนักดำน้ำต่างชาติทุกคนเป็นมืออาชีพมากรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ขณะที่เด็กต้องได้รับการประเมินสภาพจิตใจก่อนนำออกจากถ้ำแต่ละคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม ตรงนี้น่าจะมาจากโค้ชเอกเป็นคนสอน ระหว่างที่อยู่กับเด็กต้องพูดคุยแต่เรื่องสร้างสรรค์ เช่น ออกไปแล้วจะกินอะไรกันดี จะไปเที่ยวไหนกัน แต่เด็กมีวิตกกังวลเรื่องเดียวคือ การบ้านของโรงเรียนที่คั่งค้างหลายวันกลัวทำไม่ทัน” หมอภาคย์กล่าว“จ่าแซม” ฮีโร่ของคนทั้งโลกผบ.พันเสนารักษ์ที่ 3 กล่าวด้วยว่า หากสามารถบอกไปถึงจ่าแซมได้จะขอบอกดังๆเลยว่า จ่าแซมเป็นฮีโร่ และอยู่ในดวงใจของคนทั้งโลกซึ่งจ่าแซมได้รับมอบหมายภารกิจให้นำถังออกซิเจนไปวางไว้ตามจุดต่างๆภายในถ้ำ เพราะหากขาดถังออกซิเจนภารกิจทั้งหมดไม่มีทางสำเร็จได้เลย เพราะภายในถ้ำต้องการใช้ออกซิเจนเป็นจำนวนมาก และการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีลกล่าวว่าการสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียและเสียสละที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการเสียชีวิตที่มีเกียรติและสมศักดิ์ศรีของมนุษย์กบและฝากไปถึงเด็กทีมหมูป่าได้รู้และเห็นความเสียสละของพี่น้องชาวไทยจะทำให้น้องๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยอดเยี่ยมและเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศต่อไป ส่วนที่มีคนพูดว่าตนเป็นหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีนั้น ขอขอบคุณที่ตั้งฉายาให้ “ผมไม่ใช่คน ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีและไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นที่สุดอะไร เพราะมันไม่มีคำว่าที่สุดจริงๆ” คุณหมอคนดังกล่าว เมืองลับแลต้อนรับ 21 ฮีโร่ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก อ.เมืองอุตรดิตถ์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ เป็นประธานกล่าวต้อนรับทีมกู้ภัยจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 5 คน รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก จำนวน 12 คน นำทีมโดย พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผอ.รพ.ค่ายพิชัยดาบหักและทีมกู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ (มอส.) จำนวน 4 คน รวมทั้งหมด 21 คนที่เดินทางไปร่วมภารกิจค้นหาและช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย โดยมีนายสุรชัย มณีประกร ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายชลิต ธนวัฒน์ รองนายก อบจ. อุตรดิตถ์ นายเพชรเกษม ส่งศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนจำนวนมากพร้อมใจกันมาให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบ “ครูบา” รับเป็นอุปัชฌาย์ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง รัฐฉาน ประเทศพม่า ได้เดินทางกราบสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัด ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยสมเด็จพระสังฆราชได้ประทาน ตาลปัตร ผ้าไตรและเครื่องสังฆภัณฑ์แก่ครูบาบุญชุ่ม ส่วนบริเวณด้านนอกพระอุโบสถ มีพุทธศาสนิกชนไปรอไหว้จนเต็มพื้นที่ด้วยพลังศรัทธา เช่นเดียวกับ YinYin (อี ยิน) และ Mathay (มะเต) ชาวไทยใหญ่ที่ทำงาน อยู่ในประเทศไทย ทราบข่าวจากเพื่อนว่า ครูบาบุญชุ่ม มาที่วัดราชบพิธฯ จึงเดินทางมาไหว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา โดยเฉพาะคำสอนของครูบาบุญชุ่มที่สอนให้ทุกคนคิดดี ทำดี ใครจะคิดร้ายกับเรา เราก็ต้องคิดดี และมีรายงานว่า ครูบาบุญชุ่มจะเดินทาง กลับไปเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ 13 ทีมหมูป่าด้วยย้ำให้สัญชาติต้องรอบคอบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการให้สัญชาติไทยกับเยาวชน 3 คนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี ว่า การจะให้สัญชาติไม่ได้อยู่ที่ผู้มีอำนาจ ไม่ว่าทั้งนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงรัฐมนตรีมหาดไทย อยากจะให้สัญชาติกับใครก็ให้ได้ เพราะมีเงื่อนไขระบุกลุ่มคนที่ให้สัญชาติได้อยู่แล้ว จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ เพราะถ้าให้สัญชาติผิดคน ไม่ว่าจะไม่ตรงเงื่อนไข หรือว่าให้ผิดโดยใช้กฎหมายผิด ผู้ที่ดำเนินการต้องถือว่ามีความผิด ซึ่งความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะวิธีการพิสูจน์ที่ยาก ทั้งพิสูจน์ดีเอ็นเอ และหลักฐานอื่นๆร่วมด้วย หากทำพลาดไปแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจะมีความผิด ดังนั้นเรื่องนี้ต้องให้มีความชัดเจนตามกฎหมาย ทั้งนี้กลุ่มคนที่เราให้สัญชาติเมื่อปลายปีที่แล้ว คือให้ผู้ที่เกิดในแผ่นดินไทย และอยู่ถึง 15 ปี แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะไม่ได้เข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายก็ให้สัญชาติได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นเช่นนั้นจริง และตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันเราได้ให้สัญชาติไทยไปแล้วกว่า 2 หมื่นคนจัดงานเลี้ยงที่พระลานพระราชวังดุสิตพล.อ.อนุพงษ์ยังกล่าวถึงการจัดหาสถานที่เพื่อเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยปฏิบัติงานภารกิจค้นหาทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนว่า ขณะนี้รัฐบาลจะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ขอใช้สถานที่พระลานพระราชวังดุสิต เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเพราะสถานที่ดังกล่าวกว้างขวาง สามารถรองรับคนได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลจะต้องทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้สถานที่ไปก่อน ส่วนกำหนดการ การจัดงานเลี้ยงทั้งหมด รัฐบาลได้กำหนดไว้เบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเพราะอาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม ส่วนกำหนดจะจัดขึ้นในวันไหนนั้น ต้องหารือกันอีกครั้งโดยคำนึงถึงความสะดวกของเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมงานพร้อมกันนี้รัฐบาลจะเตรียมสถานที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดด้วย รัฐบาลให้ถ่ายทอดสด 45 นาทีที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเตรียมการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่าออกจากโรงพยาบาลจัดแถลง ข่าวพบปะระหว่างทีมหมูป่ากับสื่อมวลชนโดยจะถ่ายทอดสดผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทยในวันที่ 18 ก.ค.ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ตั้งแต่ 18.00 น.โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ช่อง 9 และช่อง 11 จะถ่ายทอดจนจบ ส่วนช่องอื่นไม่ได้บังคับว่าจะเกาะเกี่ยวสัญญาณจนจบหรือไม่ หลังจบรายการเด็กๆทีมหมูป่าจะเดินทางกลับบ้านทันที การสัมภาษณ์หรือสอบถามเด็กต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเด็กและสังคม ชูถ้ำหลวง 1 ในแหล่งท่องเที่ยวนายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีการดำเนินการฟื้นฟูถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า กรมทรัพยากรธรณีจะมีการประชุมร่วมกับกรมอุทยานฯเพื่อจัดลำดับการสำรวจและจัดทำแผนผังถ้ำ กรมอุทยานฯจะเป็นฝ่ายคัดเลือกถ้ำที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปจำนวนมาก จำนวน 10 แห่ง จากถ้ำในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ จำนวน 169 แห่ง เพื่อดำเนินโครงการนำร่อง ถ้ำหลวงจะเป็นพื้นที่ 1 ใน 10 แห่งที่เข้าสู่โครงการนำร่องดังกล่าว โดยจะมีการจัดประชุมในเดือน ก.ย.นี้“อันสเวิร์ธ” จ่อฟ้อง “อีลอน มัสค์”สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ว่า หุ้นของเทสลา บริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าร่วงลง 3.01% หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ อันเป็นผลกระทบจากความขัดแย้งล่าสุดที่นายอีลอน มัสค์ ซีอีโอของเทสลาและบริษัทด้านอวกาศ สเปซเอ็กซ์ โพสต์ทวิตเตอร์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโจมตีนายเวอร์นอน อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษและเป็น 1 ในทีมกู้ภัยช่วยนำเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีและผู้ช่วยโค้ชออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนปลอดภัย หลังอันสเวิร์ธระบุว่าเรือดำน้ำจิ๋วของนายอีล ลอน มัสค์ ใช้การไม่ได้สำหรับปฏิบัติการช่วยเด็กทีมหมูป่าและว่า การเสนอให้เรือดำน้ำจิ๋วเป็นแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยในทวิตเตอร์ของนายอีลอน มัสค์ ซึ่งปัจจุบันถูกลบออกแล้วเรียกนายอันสเวิร์ธว่าเปโด กาย (pedo guy) คำว่าเปโดเป็นคำย่อของคำว่าพีเดอไฟล์ (paedophile) หรือพวกนิยมเสพกามเด็ก นายมัสค์ไม่ได้อ้างเหตุผลว่าเหตุใดจึงใช้คำนี้กับนายอันสเวิร์ธ ฝ่ายถูกโจมตีระบุต่อมาว่ากำลังพิจารณาฟ้องร้องต่อไปมอบรางวัล 2 นักดำน้ำโลกขณะที่บีบีซีรายงานด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ ของออสเตรเลีย เผยต่อสถานีวิทยุท้องถิ่น 3 เอดับเบิลยู กล่าวชื่นชมนักดำน้ำชาวออสเตรเลีย 2 คนคือ ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์และเครก ชาลเลน สัตวแพทย์ ที่มีบทบาทสำคัญช่วยเด็กทีมหมูป่า และผู้ช่วยโค้ชออกจากถ้ำหลวงฯ และยืนยันจะมอบรางวัลเกียรติยศของพลเรือนให้ทั้ง 2 คนแต่ยังไม่ระบุแน่ชัด แต่ก่อนหน้านี้มีการล่ารายชื่อออนไลน์เพื่อขอให้รัฐบาลออสเตรเลียมอบรางวัลทรงเกียรติสูงสุด “ครอสส์ ออฟ วาเลอร์” ให้นายแพทย์แฮร์ริส