นายกฯเยือนศรีลังกาสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ปลื้มเป็นมหามงคลของชีวิต ขอพรปกป้องประเทศ ไทยอย่าพบพานเรื่องร้ายอีก ปธน.ศรีลังกาชื่นชมภารกิจไทยแลนด์กู้ชีวิต 13 หมูป่า พร้อมมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ให้รัฐบาลไทย “บิ๊กตู่” ย้ำ ครม.สัญจร-ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่มีวาระแฝงการเมือง ยังห่วงผู้มีรายได้น้อย แนะคนข้างบนช่วยคนข้างล่าง เตรียมแผนใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยขึ้นรถไฟฟ้า “สุเทพ” ไลฟ์สดหาสมาชิกพรรค พท.ข้องใจถามหาบรรทัดฐาน “วิษณุ” อัดทำบ้านเมืองมั่วซั่ว แฉเทคนิคดูดใหม่ใช้เงื่อนเวลาบีบ เป่าหูเพื่อไทยแตกสลายแน่ “ศุภชัย” เตือนรุ่นน้องว่าที่ กกต.ใหม่ไม่เป็นกลางระวังเจ็บตัว กสม.เสวนาชำแหละ รธน.60 จี้เลิกจับขึ้นศาลทหาร-ให้อุทธรณ์ได้ กระทุ้งเลิก ม.279 รองรับอำนาจ คสช.ภารกิจกู้ชีวิต 13 หมูป่าอะคาเดมีของไทยดังกระหึ่มทั่วโลก ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้รับคำชื่นชมยินดีระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยือนประเทศศรีลังกา พร้อมเน้นย้ำการประชุม ครม.สัญจร และการจัดวางยุทธศาสตร์ชาติไม่มีประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝงนายกฯ ปลื้มศรีลังกาชื่นชมช่วยหมูป่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12-13 ก.ค. โดยเมื่อเวลา 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) วันที่ 12 ก.ค. นายกฯ เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ อบอุ่น ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงโคลัม จากนั้นร่วมหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ โดยประธานาธิบดีศรีลังกาเปิดการหารือด้วยการแสดงความชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จของไทยในการช่วยชีวิตเยาวชนไทยทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ความสำเร็จมาจากความ พยายาม และแรงสนับสนุนจากทุกคนทุกฝ่าย จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี มอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์รัฐบาลไทยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการเปิดการเจรจาความ ตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน จะเร่งรัดเปิดเจรจา หากสำเร็จจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 63 และนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณศรีลังกาที่จะมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่รัฐบาลไทย ทั้งนี้ ไทยพิจารณาให้วัดวชิรธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ประดิษฐานหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของศรีลังกา พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อจัดเตรียมพิธีรับมอบหน่อโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ จากรัฐบาลศรีลังกาอย่างสมเกียรตินายกฯ สักการะพระธาตุเขี้ยวแก้วต่อมาเวลา 07.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) วันที่ 13 ก.ค. นายกฯและภริยา พร้อมคณะ เดินทางไปยังเทมเปิลทรีส์ เพื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกับนายรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ก่อนจะเดินทางกลับโรงแรมแชงกรี-ลา และพบปะผู้นำพรรคฝ่ายค้านของศรีลังกา จากนั้นนายกฯ และคณะกลุ่มเล็ก เดินทางไปสวนพฤกษศาสตร์เพอราเดนิยา เมืองแคนดี เพื่อเยี่ยมชมและปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของศรีลังกา ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันกับมะกอกน้ำหรือสารภีน้ำ และออกเดินทางไปวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เพื่อร่วมพิธีสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้วของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนจะเดินทางจากเมืองแคนดีไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ บันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ โดยเฮลิคอปเตอร์ กระทั่งเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกฯ และคณะเดินทางออกจากกรุงโคลัมโบกลับถึงประเทศไทย เวลา 23.05 น. ขอสิ่งร้ายๆอย่าเกิดขึ้นในไทยอีกพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนว่า ไทย-ศรีลังกาเห็นตรงกันว่าควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ลักษณะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ และถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงสุด มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ซึ่งในรอบ 5 ปี จะเปิดผอบหนึ่งครั้ง นับเป็นมหามงคลสูงสุด และถือโอกาสกราบสักการะแทนคนไทย ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องประเทศไทย หวังว่าสิ่งร้ายๆจะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย และจะเกิดสิ่งดีๆ นับจากนี้เป็นต้นไป ขอให้คนไทยมีความสุข ขอให้คนที่มีรายได้น้อยได้รับรายได้ที่สูงขึ้น ให้คนไม่ดีเปลี่ยนใจเป็นคนดี เลิกทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนการสร้างเมืองใหม่ของศรีลังกาแบบถมทะเล ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปใช้ในไทย ถ้าทำลายระบบนิเวศก็ทำไม่ได้ แค่อยากสร้างมุมมองใหม่ว่าเราจะทำอย่างไรกับพื้นดินของเรา ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลยยัน ครม.สัญจรไม่แฝงการเมืองพล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงประเด็นการเมืองกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์การเตรียมลงพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 23-24 ก.ค.นี้ว่า การลงพื้นที่ก็เพื่อให้มีการเสนอโครงการ ยืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องลงพื้นที่ไปดูว่าประชาชนต้องการอะไร อยู่ในแผนแล้วหรือไม่ ถ้าอยู่ในแผนอยู่แล้วก็ปรับให้เร็วขึ้น หากโครงการใดต้องดำเนินการเร่งด่วน ก็จะหางบประมาณเสริมให้ จะให้สั่งการบนหอคอยงาช้างได้อย่างไร ขอย้ำว่า ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใดชวนปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เดือน ก.ค.นี้เป็นเดือนมหามงคล เป็นเดือนที่ปวงชนชาวไทยจะได้เฉลิมฉลอง “วันเฉลิมพระชนมพรรษา” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เชิญชวนให้พสกนิกรชาวไทยทุกภาคส่วน ได้ร่วมใจกันแต่งกายสีเหลืองตลอดทั้งเดือนอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมกันนี้อยากจะเชิญชวนให้บ้านเรือน ชุมชน วัด สถานที่ราชการ ร่วมกันปลูกป่า ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ โดยเฉพาะต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำพระองค์ มีดอกสีเหลือง เป็นสีประจำวันพระราชสมภพ จะผลิดอกช่วงวันพระราช สมภพพอดี ที่ผ่านมาเมื่อพระองค์เสด็จประกอบพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่างๆ จะทรงปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานไว้ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่าน และเป็นสิริมงคลแก่ราษฎรในพื้นที่ หรืออาจจะรณรงค์ปลูกต้นไม้ประจำจังหวัดด้วยก็ได้ตามข้างถนน ริมน้ำ สวนสาธารณะ ให้เป็นทิวแถวสวยงาม หรือสลับสีสันทำบ้านเมืองสะอาดเดือนมหามงคลนายกฯกล่าวว่า เราอาจปลูกป่าเพื่อเป็นธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงต้องการให้ราษฎรมีอาหารไว้กิน ไว้ใช้ อย่างยั่งยืน พูดง่ายๆก็คือมีการปลูกพืชที่สามารถเก็บกินได้ต่างๆในพื้นที่ป่า ทรงเป็นห่วงการเปลี่ยน แปลงของสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม อาจจะส่งผลให้โลกขาดอาหาร เปรียบเสมือนการสร้างธนาคารอาหารของครัวเรือน หรือชุมชน เราอาจจะเริ่มการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ของตนเองไว้บ้าง ไม้มีค่าเหล่านั้นถือเป็นการออมวันนี้ กฎหมายออกมาแล้ว นอกเหนือจากสะสมเงินทอง ก็อาจจะเป็นการสร้างความมั่นคงในอนาคต ด้วยการปลูกต้นไม้ อีกทั้งในเดือนมหามงคลนี้ อยากเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันดูแลบ้านเรือนของตนให้เรียบร้อย สะอาดตา ตัดแต่งต้นไม้ ดูแลสนามหญ้า ทาสีรั้ว เช่น ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษา นักศึกษาอาชีวะ อาสาสมัคร เอาชั่วโมงเรียนที่ต้องฝึกงานนั้นมาฝึกงานในพื้นที่จริง ให้อาคารต่างๆดูใหม่ขึ้นและรักษาของเดิมไว้ด้วยเล็งให้ผู้มีรายได้น้อยขึ้นรถไฟฟ้าพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะไปสู่เรื่องการเตรียมการเป็นประชาธิปไตยสากล การปฏิรูปประเทศ การปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไปสู่วิสัยทัศน์ คือความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน หลายมาตรการที่ออกไปในขณะนี้ได้ดูแลทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย มากน้อยตามความสามารถของรัฐบาลที่มีอยู่ ไม่ใช่หว่านไปทั่ว วันนี้รัฐบาลไม่ได้ทำการเมือง ทำเพื่อประชาชนทุกคน ทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นทุกคนต้องไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตนยังเป็นห่วงผู้มีรายได้น้อย ข้างบนต้องให้เค้าสามารถลงทุนได้ เพื่อจะมีภาษี มีรายได้กลับเข้าประเทศ วันนี้รัฐบาลดูแลในเรื่องบัตรผู้มีรายได้น้อย เตรียมแผนที่จะใช้ในเรื่องของการให้บริการขนส่งมวลชน จะมีโอกาสได้ขึ้นรถไฟฟ้ากับเขาได้บ้างไหม รัฐบาลคิดแบบนี้มาตลอด เพราะฉะนั้นก็ขอให้ฟังรัฐบาลบ้าง ขอให้มองในสถานะที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกันมากกว่า ไม่อยากจะไปบอกว่าทำดีที่สุดแล้ว แล้วใครทำไม่ดี ไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก วันนี้มองอนาคตเราจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน “สมคิด” อัดนักการเมืองจ้องจับผิดที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับนายฮิโรกิ มึตสึมาตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (President of JRTRO) ว่า ญี่ปุ่นไม่ได้ถามเรื่องการเมืองไทย เขารู้จักเราดี ผู้สื่อข่าวถามถึงการลงพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ในการประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค. ว่า ต้องถามนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว เมื่อถามว่า ขณะนี้บรรดานักการเมืองเตรียมต้อนรับและเตรียมนำเสนอโครงการ นายสมคิดตอบว่า ไม่ทราบ การลงพื้นที่คงเหมือนกับที่ผ่านมา พูดคุยปัญหาในท้องถิ่น จะให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรบ้าง ส่วนที่นักการเมืองวิจารณ์ว่ามีนัยการเมืองนั้น นักการเมืองก็คิดแต่เรื่องการเมือง ไม่มีหรอก เพราะไม่ได้ไปเพื่อการเมือง รัฐบาลไปเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชน “สุเทพ” ลุยชวน ปชช.เป็นสมาชิก รปช.วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นเจ้าของพรรค ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องผู้ร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง ตอนหนึ่งว่า ถ้ามีการจัดตั้งพรรคการเมืองจะต้องรวบรวมผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่น้อยกว่า 500 คน เพื่อร่วมกันจัดตั้ง โดยกฎหมายกำหนดว่าผู้ที่จะร่วมจัดตั้งพรรคจะต้องออกเงินเป็นทุนประเดิมอย่างน้อยคนละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เป็นพรรคมหาชน ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองของกลุ่มหรือของครอบครัว ตอนนี้รวบรวมผู้ร่วมอุดมการณ์ได้กว่า 400 คนแล้ว มั่นใจภายในเดือน ก.ค.นี้จะมีผู้ร่วมก่อตั้งได้เกิน 500 คน จากนั้นจะจัดประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรคต้นเดือน ส.ค.เพื่อเลือกคณะผู้บริหารพรรคชุดแรก แล้วไปจดทะเบียนให้เป็นพรรคการเมืองที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย หลังจากนั้นจะรณรงค์ให้ประชาชนมาเป็นเจ้าของร่วม หรือเป็นสมาชิกพรรค โดยขอให้เสียสละเงินคนละ 1 บาทต่อวัน หรือปีละ 365 บาท เพื่อเป็นเงินทุนในการดำเนินงานของพรรค ผู้ใดสนใจขอให้ติดตามทางหน้าเฟซบุ๊กพรรคหรือของตนได้พท.อัด “วิษณุ” ทำบ้านเมืองมั่วซั่วนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุการไลฟ์สดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เพื่อเชิญชวนประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไม่น่ามีปัญหาว่า วันนี้มีข้อห้ามไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม คำว่าไลฟ์สดหาสมาชิกได้จึงไม่น่าเป็นไปได้ ถ้าจะมีบรรทัดฐานเช่นนั้น ทุกพรรคต้องสามารถทำได้ ที่บอกว่าพรรคการเมืองลังเลไม่ดำเนินการเองนั้น ต้องถามนายวิษณุตีความการดำเนินกิจกรรมของพรรคไว้อย่างไร ถ้าไม่มีความชัดเจน และนายวิษณุไม่ได้เป็นคนชี้ขาดกฎหมาย แล้วปรากฏว่ามีการร้องเรียนในภายหลัง นายวิษณุจะรับผิดชอบหรือไม่ ขอให้ทำทุกอย่างโดยมีมาตรฐาน ทุกคนสามารถปฏิบัติได้จริง วันนี้ที่บ้านเมืองเรามั่ว เพราะเนติบริกรมั่วไปหมดใช่หรือไม่ แฉเทคนิคดูดใหม่ใช้เงื่อนเวลาบีบนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุไม่มีการใช้เงินและเรื่องคดีความดูดอดีต ส.ส.ว่า เป็นเรื่องที่พูดยาก กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง อย่างไรก็ตาม การพิจารณาผู้สมัครมาทดแทนคนที่ออกไปนั้น ต้องมีคุณภาพไม่ต่างจากเดิม เพื่อเป็นการให้เกียรติประชาชน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดูดที่เร่งให้อดีต ส.ส.ตัดสินใจ นายประยุทธ์ตอบว่า เป็นการทำงานการเมืองที่ขาดระบบ ตั้งแต่คนเดินหมากที่เป็นนายทุนอยู่เบื้องหลัง มาจนถึงคนทำงาน ไม่ว่าอ้วนหรือผอม ตนไม่ให้ราคา ไม่เจรจาด้วย มีการข่มขู่ไปเรื่อย เปลี่ยนจากข่มขู่เรื่องคดี เรื่องเงินทอง มาใช้เงื่อนเวลาว่าต้องมาช่วงนั้นช่วงนี้ ไม่เช่นนั้นจะมีคู่แข่งยื่นเงื่อนไขให้อดีต ส.ส.เร่งตัดสินใจ รูปแบบนี้จะออกมาเรื่อยๆอ้างโดนเป่าหูเพื่อไทยจะย่อยสลายนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อดีต ส.ส.อีสานได้มีการพูดคุยกันภายในถึงกระแสการดูดอดีต ส.ส.ว่าขณะนี้ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ เพื่อนฝูง หรือคนที่สนิทสนมรู้จักอดีต ส.ส.มาชักชวนให้ไปอยู่กับอีกฝ่าย แต่ไม่ครึกโครมเหมือนก่อนหน้านี้ มีการพูดโน้มน้าวว่า ให้ออกไปเถอะ ยังไงเพื่อไทยก็สลายอยู่แล้ว เขาต้องทำให้สลาย หรือทำให้เล็กลง ยืนยันว่าการดูดยังทำอย่างต่อเนื่อง อาจจะเปลี่ยนวิธีไปบ้าง และเชื่อว่าจะยังมีไปจนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง “ศุภชัย” เตือนว่าที่ กกต.ระวังเจ็บตัวเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบ 5 รายชื่อว่าที่ กกต.ว่า ขอแสดงความยินดีกับว่าที่ กกต.ชุดใหม่ทั้ง 5 คน ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. สำหรับกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก ให้อำนาจและเครื่องมือ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้นจึงอยากฝากให้ กกต.ชุดใหม่ศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดรอบคอบมากที่สุด อยากฝากทุกคนที่มาทำหน้าที่เป็น กกต. ให้อดทน อดกลั้น ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก ดำรงความเป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ ย้ำว่าต้องศึกษาข้อกฎหมายเยอะๆ เพราะเรามาอยู่ตรงนี้มีผู้ส่วนได้ส่วนเสียมาก หากไม่เป็นกลางก็จะเจ็บตัวได้กสม.เสวนาชำแหละ รธน.ฉบับ 60วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีการจัดเสวนาเรื่อง โรดแม็ป : สิทธิมนุษยชนบนเส้นทางประชาธิปไตย เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี วันสถาปนาองค์กร นายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. กล่าวเสวนาว่า ในรัฐธรรมนูญปี 60 มีหลายเรื่อง ที่ขัดกับหลักกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งความขัดแย้งกันในรัฐธรรมนูญและบท เฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งอาจเป็นปัญหาในอนาคต ขณะที่การปฏิรูปและกำหนดยุทธศาสตร์ชาติมีระยะเวลากว่า 20 ปี โดยคนกลุ่มหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะขัดแย้งกับหลักประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ การที่เราจะแก้ปัญหาของประเทศชาติ ศาลถือเป็นองค์กรสำคัญ แต่มีอีกองค์กรที่จะควบคู่ไปกับศาล ก็คือประชาชน จะต้องช่วยกันสร้างพลังต่อรองกับอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมจี้เลิกขึ้นศาลทหาร–อุทธรณ์ได้นายวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้กำลังเปิดพื้นที่ให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น เห็นได้จากการตัดสินคดีสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยกฎหมายลูกให้มีการเลือกตั้งที่ง่ายและเร็วขึ้น รวมทั้งกรณีที่ศาลฎีกายกคำร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมเกี่ยวกับการทำรัฐประหารว่ามีรัฐธรรมนูญรองรับ แต่ตนมองว่าแม้รัฐธรรมนูญจะมีการนิรโทษกรรมให้กับการทำรัฐประหาร แต่ประเด็นนี้ยังค้างอยู่ในเวทีนานาชาติ รวมถึงการใช้กฎหมายปิดกั้น เสรีภาพการชุมนุม ตลอดจนประเด็นการลงโทษประหารชีวิต ที่ไทยหันกลับมาใช้บังคับในครั้งล่าสุด ทั้งที่เคยสัญญาไว้ภายใต้องค์กรนานาชาติ ขอให้ผู้มีอำนาจเปิดพื้นที่และลดการใช้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพการเคลื่อนไหวของประชาชน รวมทั้งให้คดีพลเรือนขึ้นศาลพลเรือนแทนศาลทหาร หรือถ้าจะต้องขึ้นศาลทหารควรให้อุทธรณ์ได้ข้องใจรัฐบาลตีความอำนาจด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า หลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐนิติธรรม และหลักประชาธิปไตยถือเป็นรากแก้วของเสรีประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญปี 60 เริ่มต้นก็ถือว่าขัดกับหลักนิติรัฐนิติธรรมแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการเลือกเซ็ตซีโร่องค์กร อิสระเฉพาะบางองค์กร อยากให้ กสม.ดูมาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติว่าการใช้สิทธิเสรีภาพต้องไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งอนาคตจะกระทบกับเสรีภาพทางการเมือง และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะการ ตีความคำว่าความมั่นคงของรัฐจะมีขอบเขตมากแค่ไหน ความมั่นคงของรัฐหมายถึงความมั่นคงของรัฐบาลหรือไม่ ความมั่นคงของรัฐหมายถึงความมั่นคงของนายกฯหรือไม่ ส่วนเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองหากข้อขัดแย้งยังไม่มีฉันทานุมัติทางสังคม ก็จะยังมีความขัดแย้งอยู่ตลอด กระทุ้งเลิก ม.279 รับรอง คสช.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นอำนาจขององค์กรอิสระและศาล แต่ที่ผ่านมามีการเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระ เหมือนกับการเอาองค์กรอิสระมาอยู่ในกำมือ ส่วนการให้มี ส.ว.ระยะแรก 250 คน มาจากการให้ความ เห็นชอบของ คสช. ซึ่งจะเป็นองค์กรที่เข้ามาพิจารณาตั้งองค์กรอิสระในอนาคต จะไว้ใจได้หรือไม่ เพราะหากคุณลุงอยากกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง องค์กรอิสระจะกล้าตรวจสอบหรือไม่ นอกจากนี้อยากให้ กสม.เสนอแนะให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน คือยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่รับรองให้ประกาศคำสั่งและการกระทำคสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยชอบด้วยกฎหมายนายวัสกล่าวเสริมว่า มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นพิสดารมาก และส่งผลกระทบวงกว้าง กสม.จะเอาไปพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากผู้มีอำนาจ รัฐในปัจจุบันยังเดินหน้าไปสู่การเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ก็ทำให้เราเห็นว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งยังเลือนราง