“พิชัย” แฉอีกพลังดูดรุกหนักขู่ถึงขั้นยุบพรรค เย้ย “บิ๊กตู่” อย่ามัวแอบให้ลงมาเล่นเต็มตัว “วรชัย” ปูดเปลี่ยนแผนดูดกระจายฝากเลี้ยงพรรคนอมินี คสช. “มาร์ค” ชื่นมื่นร่วมเบิร์ธเดย์ “เทือก” ครบ 69 ปี ยันสัมพันธ์ส่วนตัวยังดีกันอยู่ จวกแก๊งดูดให้เกรงใจประชาชนบ้าง ตอกรัฐบาลอย่าปฏิรูปแค่ปากต้องปฏิบัติจริงด้วย “สุเทพ” รับแล้วอยู่เบื้องหน้าจัดตั้ง รปช. เก็บปากงดวิจารณ์ก๊วนสามมิตร “จุรินทร์” ซัดทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะโดยไม่สนวิธีการ รอง หน.อนาคตใหม่อ้างทหารเริ่มอึดอัด มทภ.2โต้ไม่เคยส่งทหารดูดใครกระแสการดูดอดีต ส.ส.ของกลุ่มสามมิตร เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ยังคงเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายการเมือง ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกปากเตือนกลุ่มสามมิตรให้หัดเกรงใจประชาชนบ้าง โดยรัฐบาลควรทำให้เห็นว่าต้องการจะปฏิรูปการเมืองจริง“พิชัย” แฉพลังดูดขู่ยุบพรรคเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จัดเสวนา “พรรค การเมืองกับแนวทางการสามัคคีปรองดองแห่งชาติ” โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนจึงต้องกลับมาดูว่าจะให้อภัยเรื่องนี้ได้อย่างไร พูดเช่นนี้ก็จะมองว่าตนเสนอนิรโทษกรรม ถ้าถึงจุดหนึ่งอาจต้องมาคิดกันว่าจะอยู่บนความชอกช้ำไปอย่างนี้หรือ สิ่งเหล่านี้เราต้องศึกษาเรียนรู้ อยากเห็นประเทศเดินหน้า ผู้นำพรรคการเมืองต้องไม่มีลักษณะขัดแย้ง อย่าเพิ่มปัญหาใหม่โดยการสืบทอดอำนาจ สำหรับการดูดอดีต ส.ส. นอกจากเสนอเงินและตำแหน่งแล้ว ยังมีการขู่โดยใช้คดีความ บางคนโดนคดีเพราะปฏิเสธพลังดูด มีการส่งข้อความขู่ว่าจะมีการยุบพรรคเดิมก่อนการเลือกตั้ง และการดูดครั้งนี้ไม่ปกติเพราะเป็นการดูดเพื่อสืบทอดอำนาจ ยิ่งทำให้ภาพของรัฐบาลติดลบลงเรื่อยๆ เย้ยอย่าแอบให้ลงมาเต็มตัวนายพิชัยกล่าวว่า แม้แกนนำรัฐบาลจะปฏิเสธ แต่ประชาชนเห็นได้ชัดหลังอดีต ส.ส.เข้าไปในทำเนียบ ออกมาก็มีตำแหน่ง ถ้านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่เคยทำก็ต้องออกมาปฏิเสธ อย่าทำให้ทุกอย่างคลุมเครือ ถ้าทหารอยากลงมาเล่นการเมืองก็ต้องทิ้งตำแหน่ง อยากเห็นนายกฯลงมาเล่นการเมืองเต็มตัวมากกว่าเป็นอีแอบ ส่วนตัวมองว่ากลุ่มสามมิตรยังไม่มีนโยบายอะไรที่ดึงดูดประชาชนได้“จุรินทร์” ซัดไม่สนวิธีขอแค่ชนะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องพลังดูด เป็นเรื่องของแต่ละคน และสุดท้ายประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนเรื่องกฎหมายคนมีหน้าที่ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายหรือไม่ การเลือกตั้งทุกครั้งจะมีคนเข้าคนออกถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการเอาคดีไปแลก หวังว่าจะไม่เป็นเรื่องจริง เพราะถ้าเป็นจริงจะเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศ ไม่ต่างกับการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมปรากฏการณ์ดูดที่เกิดขึ้นฉายภาพทางการเมืองว่า 1.การเมืองกำลังเดินย้อนกลับสู่อดีต 2.ทำให้เห็นว่าทำอย่างไรก็ได้ขอให้ชนะ โดยไม่สนใจถึงความชอบธรรม 3.ที่รัฐบาลเคยวิจารณ์นักการเมือง ทำให้เห็นว่ายิ่งกว่านักการเมือง 4.การปฏิรูปการเมืองที่เคยบอกว่าต้องเริ่มต้นที่นักการเมือง วันนี้ต้องรวมถึงการปฏิรูปนักการเมืองขาจรด้วย รัฐบาลในอนาคตไม่ได้อยู่แค่เสียงในสภา แต่ขึ้นอยู่กับความชอบธรรมด้วย อย่างยุคพฤษภาทมิฬอยู่ไม่ได้เพราะขาดความชอบธรรมทางการเมืองอนาคตใหม่อ้างทหารเริ่มอึดอัดพล.ท.พงศกร รอดชมภู ว่าที่รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เพื่อให้การปรองดองเกิดขึ้น ทุกฝ่ายต้องพยายามอยู่ร่วมกันให้ได้ อย่าก้าวล่วงกัน ต่างคนต่างอยู่และมีกติการ่วมกัน คนที่เป็นเสียงข้างน้อยก็ต้องรับฟัง เมื่อใดที่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดคนอื่นความไม่ปรองดองก็จะมีขึ้น วิธีแก้ไขไม่ให้เกิดความร้าวฉานควรเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายได้ขับเคลื่อนและอยู่ร่วมกันได้ ทุกคนต้องมีพื้นที่ของตัวเองและร่วมกันคิดว่าจะอยู่ด้วยกันอย่างไร สำหรับการป้องกันการทำรัฐประหาร นักการเมืองต้องร่วมใจกัน และอาจแก้รัฐธรรมนูญ 2-3 มาตราเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารมายึดอำนาจ ให้ทหารกลับเข้ากรมกอง ทราบมาว่าเพื่อนตนที่เป็นทหารกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่สบายใจที่ต้องลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง การแข่งขันทางการเมืองควรเปิดให้มีกติกาที่เป็นธรรม ผู้มีอำนาจไม่ควรเอาเปรียบผู้อื่นเปลี่ยนแผนดูดดาวกระจายนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการพูดคุยกลับกลุ่มเพื่อนอดีต ส.ส. ทำให้ทราบว่า อดีต ส.ส.ที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ หรือแค่มีชื่อว่าจะเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ จะประสบปัญหาเดียวกันคือประชาชนในพื้นที่ไม่ให้การต้อนรับเหมือนตอนที่ยังอยู่พรรคเก่า มีงานบุญงานบวชอะไรชาวบ้านเขาก็เมินเฉย แม้ไปร่วมงานเขาก็ไม่ยอมพูดคุยด้วย ทำให้ไปไหนไม่ได้ต้องอยู่แต่ในบ้าน เพราะชาวบ้านมองว่าคนที่ยอมถูกดูดเหล่านี้ยอมขายอุดมการณ์เพื่อไปเป็นเครื่องมือต่อท่ออำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ทำให้อดีต ส.ส.ที่ยังไม่ถูกดูดไม่กล้าไปเข้าร่วมแม้จะถูกข่มขู่ก็ยังอยู่กับพรรคเก่า อีกทั้งตนยังทราบว่าพรรคที่กำลังเดินสายดูดได้ประเมินสถานการณ์ถ้าเป็นเช่นนี้อาจต้องเปลี่ยนวิธีจากดูดจากนำมาร่วมไว้ที่พรรคเดียวอาจต้องกระจายไปอยู่ในหลายๆพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อหนุนการสืบทอดอำนาจต่อไปมทภ.2 โต้ไม่เคยส่งทหารดูดใครพล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่ามีนายทหารระดับสูงสังกัดกองทัพบกเคลื่อนไหวดึงนักการเมืองพื้นที่ จ.นครราชสีมา มาร่วมพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่ทราบข้อมูลตรงนี้ แต่ยืนยันว่าไม่เคยสั่งการให้ทหารชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ไปดำเนินการตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ทหาร นั่นเป็นเรื่องการเมือง หน้าที่หลักเราคือภารกิจดูแลรักษาความมั่นคง และรักษาความสงบเรียบร้อย ทหารเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน เรื่องการเมืองต้องว่าไปตามกระบวนการ ตามกรอบโรดแม็ป ในอีกมุมหนึ่งอาจเป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัวกันมากกว่า เพราะอยู่ในพื้นที่คงรู้จักนักการเมืองคงเจอหน้าเจอตากันบ่อยอยู่แล้ว ขอย้ำว่าไม่ได้สั่งให้ไปทำแบบนั้นแน่นอน ชื่นมื่นเบิร์ธเดย์ “เทือก” ครบ 69 ปีช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมครอบครัว ร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 69 ปี ของนายสุเทพ โดยมีผู้ก่อตั้งพรรค รปช. และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. เข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายธานี เทือกสุบรรณนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร นายวิทยา แก้วภราดัย นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต ส.ส.แพร่ “มาร์ค” อวยพรสัพยอกกระแสดูดต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชขาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกระเช้าต้นไม้มงคลมาร่วมอวยพรนายสุเทพว่า ขอให้มีพลังทำสิ่งดีๆให้ประเทศชาติและบ้านเมือง พร้อมถ่ายรูปร่วมกับอดีต ส.ส.ที่มาร่วมงาน นายสุเทพได้กล่าวสัพยอกขึ้นว่า “วันนี้ผมไม่ได้มาดูดใครนะหัวหน้า” นายอภิสิทธิ์กล่าวตอบว่า “เห็นเขาว่าท่านจะดูดผม” นายสุเทพจึงตอบกลับว่า “ต้องถามสมบัติดู” พร้อมกับจับไหล่นายสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมถามว่า “จะมาไหม ผมจะรับคุณเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหัวหน้าให้ออกจากพรรค” นายอภิสิทธิ์กล่าวแซวว่า “ผมขอทำรายชื่อก่อนแล้วจะส่งบัญชีให้” เรียกเสียงหัวเราะดังลั่นในหมู่อดีต ส.ส.ที่ยืนพูดคุยกันอยู่ยันสัมพันธ์ส่วนตัวยังดีกันอยู่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์กับนายสุเทพไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ส่วนทางการเมืองต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อท่านแยกไปตั้งพรรคก็แข่งขันกันธรรมดา ย่อมต้องแย่งฐานเสียงกันแน่นอน และไม่ใช่เฉพาะแค่พื้นที่ภาคใต้ แต่แย่งกันทั่วประเทศ เมื่อถามว่า มีการสำรวจอดีต ส.ส.จะมีใครย้ายออกไปร่วมกับพรรค รปช.อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า สมาชิกแต่ละคนต้องตัดสินใจเอง ช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงตกผลึก และมีความคิดเป็นของตัวเอง คนที่ลาออกไปแล้วมีนายเชน นายธานี เทือกสุบรรณ และนายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี ส่วนคนอื่นต้องถามเจ้าตัวเอง ส่วนนายสุรเชษฐ์ แวอะแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส เคยปรารภอยู่บ้างแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม.อีกคน อยู่ระหว่างการตัดสินใจ จวกแก๊งดูดเกรงใจประชาชนเมื่อถามถึงสถานการณ์เดินสายดูดของกลุ่มสามมิตรที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นห่วงเรื่องหลังเลือกตั้งมากกว่า อยากให้การเมืองเดินหน้าไปได้ ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง เพราะประชาชนคาดหวังว่าอยากให้หลุดพ้นจากการเมืองเก่าๆ และแก้ปัญหาปากท้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ส่วนการดูดเพื่อเสนอข้อต่อรองต่างๆนั้น คิดว่าประชาชนเบื่อหน่ายว่าเมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากกันได้ ใครที่ยังทำเรื่องเก่าๆแบบนี้ ขออย่าทำ เกรงใจประชาชนบ้าง ถ้ายังมีการแลกเปลี่ยนต่อรองผลประโยชน์ ประเทศจะเสียหาย ที่สำคัญการเมืองจะปฏิรูปไม่ได้หากไม่เริ่มด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เมื่อรัฐบาลบอกเองว่าจะเป็นผู้ทำหน้าที่ปฏิรูป ก็ต้องปฏิบัติให้เห็นด้วย“สุเทพ” รับอยู่เบื้องหน้า รปช.นายสุเทพให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจัดตั้งพรรค รปช. ว่า ไม่ได้อยู่ข้างหลัง แต่อยู่ข้างหน้าและข้างๆเลย เป็นเรื่องของคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ยืนยันว่าพรรค รปช.เคารพและทำตามหลักกฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. เพราะประชาชนอยากเห็นความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่เมื่อ คสช.ยังไม่มีคำสั่งปลดล็อก เราต้องปรับวิธีการจากเดิมที่จะเดินเข้าหาประชาชน ต้องเปลี่ยนให้ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคทั้ง 500 คนร่วมประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชั่วคราว เมื่อ คสช.ปลดล็อกจึงจะเดินสายชักชวนประชาชนกลืนน้ำลายปฏิรูปก่อนเลือกตั้งเมื่อถามว่า พรรค รปช.ยังคงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นนายกฯต่อใช่หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า พรรคเราเน้นการให้สำคัญกับการเมืองที่ดี ไม่ยึดติดที่ตัวบุคคล เมื่อถามย้ำว่าอยากเห็นการปฏิรูปใดก่อนการเลือกตั้ง นายสุเทพตอบว่า ไม่ต้องการกดดันรัฐบาล ขอเอาใจช่วยให้ทำงานสำเร็จ และ คสช.ได้เริ่มปฏิรูปโดยมีรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชน เข้าใจว่าการปฏิรูปบางเรื่องล่าช้าเพราะ ต้องระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่ยังมั่นใจว่าการปฏิรูปตำรวจน่าจะประสบความสำเร็จ พรรค รปช.เตรียมจัดงานเสวนาการปฏิรูปตำรวจ เพื่อนำเสนอความคิดเห็นอีกหนึ่งช่องทางไปยังรัฐบาลเก็บปากงดวิจารณ์ก๊วนสามมิตรเมื่อถามอีกว่า มองสถานการณ์การเดินสายดูดของกลุ่มสามมิตร ที่ประกาศตัวหนุนรัฐบาล คสช. สวนทางการปฏิรูปหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า เราไม่สนใจเรื่องดูดอดีต ส.ส.มาเข้าพรรค แต่เน้นสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาว แต่หมายถึงคนที่มีอายุก็ได้แต่เป็นคนใหม่ที่มีความคิด และมุมมองการเมืองที่สร้างสรรค์ เมื่อถามย้ำว่าพรรคที่ถูกดูดระบุว่ามีการบีบหลายทางให้อดีต ส.ส.เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ นายสุเทพตอบว่า ตนไม่สามารถปรักปรำรัฐบาลได้ แต่ขอให้ติดตามว่าเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นการกล่าวหา อยู่ในวงการเมืองมา 40 ปี การย้ายพรรคถือเป็นเรื่องปกติ ทุกคนมีสิทธิตามจุดยืนของแต่ละคน การย้ายพรรคไม่ได้แปลว่าจะประสบความสำเร็จ ได้รับเลือกเสมอไป ถ้าคิดจะดูดขอดูด “มาร์ค” ดีกว่าเมื่อถามย้ำว่าวันเกิดปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งคำอวยพรหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่มี ไม่ได้ติดต่อกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อถามว่ามีแนวโน้ม พล.อ.ประยุทธ์จะลงเล่นการเมือง มองอย่างไร นายสุเทพตอบว่า ไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ และประชาชนทั้งประเทศ ส่วนการพูดคุยสัพยอกเรื่องดูดอดีต ส.ส.กับนายอภิสิทธิ์นั้น “หากคิดจะดูด คนที่ผมจะดูดคือนายอภิสิทธิ์” พร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังชอบใจเลือกตั้งท้องถิ่นรอกันยาวไปอีกเรื่อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกำหนดเวลาจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า หากกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเสร็จเดือนก.ค. เดือน ส.ค. หรือเดือน ก.ย. เหลืออย่างเดียวเท่านั้นคือเวลาที่เหมาะสม กกต.ขอว่า หากเลือกตั้งใหญ่เมื่อไหร่ ขอให้ห่างกัน 3 เดือน จะได้มีเวลาเตรียมการ ไม่อย่างนั้นเขาไม่ไหว ประชาชนจะงง หากเลือกตั้งติดๆกัน รวมถึงคนหาเสียงจะได้มีเวลาหาเสียง แต่หากมีช่องว่างสามารถเลือกก่อนได้ก็เลือกก่อน มันมีทั้งความเห็นอยากให้เลือกตั้งท้องถิ่นก่อน หากไม่ได้เขาก็ไปลงสนามใหญ่ แต่บางคนก็อยากให้เป็นหลังเลือกตั้ง ส.ส. หากไม่ได้ก็ยังมีโอกาสไปลง ก็แล้วแต่มีข้อคิดทั้งนั้น ดังนั้นต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ต้องห่างกัน 3 เดือน