Credit : University College Londonทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติกำลังศึกษาข้อมูลที่ส่งกลับมาจากยานอวกาศแคสสินี ซึ่งโคจรรอบดาวเสาร์เป็นเวลานานถึง 13 ปี และตอนนี้ยานอวกาศดังกล่าวก็เผาไหม้ร่วงหล่นลงสู่ดาวเสาร์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยตอนนี้พวกเขามุ่งเน้นศึกษาเฉพาะข้อมูลการเชื่อมต่อเกี่ยวกับแม่เหล็กบนดาวเสาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้วิจัยพบว่ามีจุดเชื่อมต่อของสนามแม่เหล็กของดวงดาวและลมสุริยะที่เท่ากันพอดี เรียกว่าแมกเนโตพอส (Magnetopause) เกิดขึ้นในตอนกลางวันนอกจากนี้ยังพบว่าในตอนกลางคืนของดาวเสาร์มีการเกิดของแมกนีโตดิสก์ (magnetodisk) ซึ่งเป็นวงแหวนพลาสมาที่ก่อตัวขึ้นใกล้เส้นศูนย์สูตร ประกอบด้วยน้ำและวัตถุอื่นๆที่ปล่อยออกมาจากดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ และยังเห็นการเชื่อมต่อในวงแหวนพลาสมาช่วงเวลากลางวัน อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ความแปลกประหลาดนี้น่าจะมาจากอัตราการหมุนของดาวเสาร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งดาวเคราะห์มีวงแหวนล้อมรอบดวงนี้ ใช้เวลาหมุนรอบตัวเองเพียง 10 ชั่วโมงใน 1 วัน ดังนั้น เมื่อมีอัตราการหมุนที่สูงขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการบีบอัดวงแหวนพลาสมา ทำให้เบาบางเพียงพอต่อการเชื่อมต่อใหม่ของสนามแม่เหล็ก โดยการเชื่อมต่อที่วัดได้ดูจะแข็งแรงพอที่จะสร้างแสงออโรร่านักวิจัยเผยว่า การค้นพบนี้บ่งบอกว่าแสงออโรร่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อาจเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆด้วยเช่นกัน แต่ก็มักจะถูกมองข้ามไปเนื่องจากความเร็วในการหมุนของดาวเคราะห์ไม่ได้ถูกนำมาเป็นปัจจัยในการคำนวณนั่นเอง.