คดีของผู้เสียหายถูกแก๊งค้ารถยนต์มือสองมา “สวมทะเบียน” มาใช้งาน แต่มาเป็นเรื่องที่แดงขึ้นมา เจ้าของรถตัวจริงได้รับ “ใบสั่ง” เรียกเก็บค่าปรับคดีฝ่าฝืนการจราจรส่งมาที่บ้าน และเจอตำรวจนำรถของกลางในคดีมาใช้ขับขี่ ซึ่งทั้งสีและเลขทะเบียนเดียวกันหลังมีข่าว พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 บก.ปอท. และรองโฆษก บก.ปอท. ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า รถคันที่ตรวจยึดเป็นรถที่ลักลอบหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นรูปแบบของเครือข่ายค้าขายรถยนต์มือสองในตลาดรถทั่วไป คนร้ายลักลอบนำเข้ารถยนต์ที่ตลาดต้องการนำมาทําสีรถ และทําเลขทะเบียนปลอม ให้ตรงกับสีและรุ่นของรถที่มีจดทะเบียนในประเทศไทยโดยในจำนวน 1 หมายเลขทะเบียนที่ถูกต้อง จะมีการนำรถที่หลบหนีภาษี หรือ “รถเถื่อน” ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ลักลอบนำเข้ามาหลายๆคัน มาทำการดัดแปลงสภาพรถ เปลี่ยนสี และเลขทะเบียนรถมาทําสีให้ตรงป้ายทะเบียนจริงก่อนนำรถที่ดัดแปลงสี ตัวรถ เลขทะเบียน ออกขายให้ลูกค้าหลายราย และแตกต่างพื้นที่กัน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบได้ยาก แม้จะใช้รถเลขทะเบียนเดียวกัน แต่คนที่ซื้อนำไปใช้ในแต่ละจังหวัดปัจจุบันพบว่ามีการโฆษณาขายรถยนต์ในลักษณะนี้อยู่ในโลกสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก และ บก.ปอท.มีคำสั่งให้กวดขันจับกุม การกระทําความผิดโดยเคร่งครัดมีผลการตรวจยึดจับกุมรถยนต์ลักลอบหนีภาษีมาแล้วหลายรายจากการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ผู้ที่ถูกจับกุมได้ในคดีลักลอบนำรถหลบหนีภาษีเข้ามาพบว่า มีการตั้งเป็นกลุ่มแชตขึ้นมาบนแอปพลิเคชันไลน์ มีการเสนอแลกเปลี่ยน ซื้อขายกันอย่างเปิดเผยภายในกลุ่มแชตกลุ่มเฉพาะที่ซื้อขายรถเถื่อนมีอยู่ประมาณ 45 กลุ่มแชต แต่ละกลุ่มมีสมาชิกกลุ่ม 40-60 คน แลกเปลี่ยนรถ ซื้อขายตามแต่ผู้กระทําผิดหาลูกค้ามาซื้อ ราคาซื้อขายต่ำกว่าในท้องตลาด 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นแรงจูงใจให้มีลูกค้ามาซื้อผู้กระทําผิดได้กําไรจากการขายรถหลบเลี่ยงภาษีจำนวนมาก ซึ่งตามข้อมูลสืบสวนพบเครือข่ายขนาดใหญ่ของกลุ่มแก๊งค้าขายรถหนีภาษี รถนำเข้าไม่เสียภาษี และรถสวมซากทะเบียนรถเป็นปัญหาใหญ่ แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจ บางเครือข่ายมีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยเหลือ สนับสนุนบางคนเป็นตัวการใหญ่ที่ทำธุรกิจนำเข้ารถเถื่อน และสวมซากรถ นำมาจดประกอบ เปิดขายทั้งตลาดรถหรูนำเข้า และเต็นท์รถมือสอง มีคนถูกหลอกลวง ตกเป็นเหยื่อมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยถูกจับดำเนินคดีเลยไม่เกรงกลัว และเข็ดหลาบ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th