มุ่งหวังให้คนในชุมชนเข้าถึงบริการรักษาสุขภาพฟันอย่างทั่วถึงสาวรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในชีวิตอย่างน่าชื่นชม ทั้งเรื่องการเรียนและการทำงาน ท.พญ.แพรพรรณ ลิมปิพิพัฒนากร ได้ขีดเส้นชีวิตตัวเอง ตั้งแต่เลือกที่จะเป็นหมอฟัน ท่ามกลางเสียงค้านของที่บ้าน และได้พิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ทั้งการเรียนและทำงานกับหมอฟัน ต่างชาติ เมื่อจบแล้วจึงได้กลับเมืองไทยมาสร้างฝัน เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่สังคมไทยหมอแพร–ท.พญ.แพรพรรณ ลูกสาวคนโตในจำนวน 2 คนของ พิเชษฐ–สร้อยทิพย์ ลิมปิพิพัฒนากร นักธุรกิจนำเข้าพรม, โคมไฟ, เฟอร์นิเจอร์ จากต่างประเทศ เจ้าของบริษัท Asia Carpet, SP Lampa dari, TSP LUCE ได้เล่าเรื่องราวชีวิตที่เลือกเองว่า แพรจบจาก ร.ร.มาแตร์เดอีวิทยาลัยค่อนข้างเรียนดี พอเรียนดีก็มักมีคนบอกให้เรียนหมอ จึงลองไปฝึกงานว่าอยากเป็นหมอจริงหรือไม่ แต่ที่บ้าน โดยเฉพาะคุณพ่ออยากให้เรียนวิศวะ เหมือนท่าน จะได้มาช่วยธุรกิจที่บ้านด้วย พอไปฝึกงานก็รู้สึกอยากเป็นหมอฟัน เลยเลือกเรียนคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ่อแม่แอบเสียใจลึกๆ แต่ท่านก็ไม่ได้บังคับ เพราะท่านเลี้ยงลูกให้ตัดสินใจเองอยู่แล้ว พอเรียนจบด้วยคะแนนเหรียญทองอันดับ 1 ได้ทุนมหิดลด้วย ตอนนั้นก็รู้สึกมั่นใจเล็กๆ แต่พอเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลฟัน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ทำฟันอย่างเดียว ได้ไปเจอคุณหมอเก่งๆเยอะมาก รู้สึกว่า ความรู้เราไม่พอละ เลยสมัครไปเรียนต่อเฉพาะทาง ที่สหรัฐฯ ตอนที่สมัคร ไม่อยากบินไปบินกลับก็เลยเลือกที่จะไปรอสอบสัมภาษณ์ที่สหรัฐฯ เลย ไปเองคนเดียว ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้อยากให้ไป แต่เธอยืนยันที่จะอยู่จนกว่าจะได้เรียน รออยู่ 6 เดือน สุดท้ายได้เรียนมหาวิทยาลัยดังและสาขาที่อยากเรียน คือที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคลิฟอร์เนีย ซึ่งโด่งดังในสาขาทันตกรรมประดิษฐ์ พอเรียนจบ 4 ปี ก็กลับมาเป็นหมอฟันที่โรงพยาบาลฟัน และ รพ.กรุงเทพ พร้อมๆกับได้ทำฝันของตัวเองด้วยการเปิดคลินิก Dentel Home Care ในซอยพระราม 9/41 ถนนพระราม 9 เพราะอยากเติมเต็มความตั้งใจของตัวเอง ที่อยากขยายการบริการสุขภาพฟันสู่ชุมชน ทำให้ชีวิตของคนในชุมชนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น“คลินิกนี้เปิดมา 4 ปีแล้ว แพร รู้สึกอยากให้คนชุนชน ที่บางคนอาจจะเข้าไม่ถึงการบริการที่โรงพยาบาล ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหมอเฉพาะทางดูแลให้การวางแผนการรักษา ซึ่งตอนเปิดใหม่ๆ ที่บ้านก็ไม่สนับสนุนนะคะ เพราะเขาไม่อยากให้เราเหนื่อย แค่ทำงานที่โรงพยาบาลก็พอแล้ว แต่ แพร อยากทำ เลยเอาเงินทำงานปีแรกมาลงทุน โดยไม่ได้ขอที่บ้านเลย ซึ่ง แพร ก็ได้เรียนรู้การทำงานบริหารไปกับคลินิกนี่แหละค่ะ เมื่อ แพร ตั้งใจทำแล้ว ก็ทุ่มทำให้สำเร็จ อย่างไปเรียนที่อเมริกา ที่บ้านก็ไม่ได้อยากให้ไป แต่ แพร ยืนยันจะไป ช่วงที่รอก็กดดันมาก ร้องไห้ทุกคืน ว่า เราจะกลับบ้านไปมือเปล่าหรือ แต่ก็ได้กำลังใจจากอาม่า ให้สู้ พอได้แล้วก็ต้องสู้กับตัวเองอีก ทั้งเรื่องภาษา และการเรียนรู้ เพราะมหาวิทยาลัยนี้เขารับ 3 คน แพร ต้องแข่งกับคนอเมริกันและคนทั่วโลกที่สมัคร พอเข้าไปเรียนได้ประสบการณ์ดีมาก เพราะ แพร เรียนจบทั้งสายวิชาการและสายคลินิก ตลอดเวลา 4 ปีได้เปลี่ยน แพร จากเดิม ให้กลายเป็นคนเข้มแข็ง และมีแรงฮึดมาก แพร ต้องพิสูจน์ความสามารถเพราะเราเป็นคนเอเชียคนเดียวและเป็นผู้หญิงคนเดียว จนได้เป็นหัวหน้า ซึ่งโชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานดีทุกคน” หมอแพร เล่าถึงความตั้งใจมุ่งมั่นของเธอส่วนแนวคิดการทำงานของคุณหมอรุ่นใหม่นี้ เธอบอกว่า เมื่อก่อนจะทุ่มกับเรื่องงานจนไม่มีเวลาเพื่อตัวเอง ตอนนี้ได้แบ่งเวลาให้ดีขึ้นแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ตลอดไปคือ การทำทุกวันให้มีความสุข มาทำงานอย่างมีความสุข เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตแพรค่ะ.