กระแสดีล้นหลาม! จับคู่พี่น้องหนุ่มฮอต “ซันนี่ สุวรรณเมธนานนท์” เป็นพี่ชายจอมห่วยของน้องสาวคนเก่ง “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ร่วมด้วย “นิชคุณ หรเวชกุล” รับบทแฟนหนุ่มผู้น่ารักในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ “น้อง.พี่.ที่รัก” ค่าย จีดีเอช โดยเฉพาะหนุ่ม “ซันนี่” ที่คว้าใจคนดู ไม่ได้มีดีแค่ฮาแต่มีทั้งซึ้ง อบอุ่น มาเผยความในใจ เริ่มจากการทำงานกับ “ญาญ่า” นางเอกคนดังแสนน่ารัก? “นั่นเป็นภาพที่คนอื่นมอง จริงๆเค้าเหมือนลิง ล้อเล่น (หัวเราะ) ถามว่าเข้ากันได้ยังไง ญาญ่าเค้าเป็นคนจริงใจ เค้าเปิดให้คนอื่นไม่กลัวว่าใครจะเอาเปรียบเค้า มันเลยง่าย แล้วการได้เล่าเรื่องชีวิตเรื่องที่บ้านของแต่ละคนทำให้เราไว้ใจกันเพราะการแสดงเป็นพี่น้องกันมันต้องไว้ใจกันเลยคลิกง่ายมาก ถามว่าเอาชีวิตจริงพี่น้องมาใช้มั้ย มันไม่มีเหตุการณ์จริงๆเลยทำให้ทีมเขียนบทเขียนนานถึง 3-4 ปี เพราะแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน จุดรวมเดียวคือความผูกพันพี่น้องที่มันอธิบายไม่ได้” ฉากอารมณ์ต่างๆก็ดูเข้าถึงกันมาก? “โชคดีที่แต่ละคนมีพี่น้อง ยิ่งถ้ามีเหตุผลไม่เหมือนกันแล้วอยากชนะ ยิ่งเถียงกันยิ่งสนุก ซึ่งญาญ่าเป็นคนร่าเริงแต่ทำงานมืออาชีพ จุดเด่นเค้าคือความจริงใจ” เล่นแล้วผูกพันพี่น้องเลยมั้ย? “เรียกว่าเป็นคนที่เราไว้ใจ เป็นคนที่ถ้าเรามีความลับก็บอกเค้าได้” ส่วนนิชคุณบอกว่าซันนี่ชอบเปลี่ยนบทต้องตามให้ทัน? “ผมไม่ได้เปลี่ยน แสดงว่าเค้าต้องคิดว่าผมจะพูดอะไรชีวิตจริงใครจะพูดอะไรออกมาเราก็ไม่รู้ มันคือสิ่งที่ดีที่สุดของการแสดง เราต้องฟังคนอื่น นิชคุณเค้าเก่งมากมีความเป็นมืออาชีพ เค้ามีทั้งความดีและความเก่ง เค้าถ่อมตัวและไนซ์กับคนมาก นิสัยก็ดี” หน้าหนังคนมองว่า “ซันนี่” ต้องฮาแน่ในหลายเรื่อง ทำให้เราแบกอะไรไว้มั้ย? “ผมไม่ใช่ตลกคาเฟ่นะ มันแล้วแต่เรื่องมันพาไปยังไง เราไม่ได้กะว่าจะมาเล่นมุกนะ ไม่ได้กดดันนะ ผมรู้สึกว่าในโลกนี้ชีวิตมันไม่มีคำว่าแป้ก มันแล้วแต่ว่าใครชอบอะไรไม่ชอบอะไร” มีมั้ยที่เวลาคนเจอเราข้างนอกแล้วบอกว่าไม่เห็นฮาเลย? “ผมจะบอกว่า เอางี้ดีกว่า เราน่ะฮามั้ย ไหนเรายิงมาซักอันซิ (ยิ้ม)” ดูเหมือนบททุก เรื่องมีความเป็นซันนี่แต่เป็นซันนี่ที่สร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาให้ไม่ซ้ำ? “มันเป็นการดีไซน์ว่าเราต้องหลุดจากตัวเราแต่พอเป็นการสร้างตัวละครผ่านเรา อาจมีิกลิ่นเพราะมันเป็นรสนิยมที่เราชอบ” “น้อง.พี่.ที่รัก”น่าดูยังไง? “สนุกสนานแน่นอนและได้ความประทับใจ พี่เก้ง-จิระ เคยพูดว่าหนังจริงๆทำหน้าที่ได้ 3 ขั้นตอนคือ เล่าเรื่องรู้เรื่อง ดูแล้วชอบสนุกสนาน กับอีกอย่างคือเป็นจุดเปลี่ยนให้ชีวิตเราได้ เค้าเรียกว่าได้ สรณะกับชีวิตคือได้ยินข้อความนี้จากหนังแล้วทำให้เราเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิต ผมว่าเรื่องนี้มีครบ ผมเป็นคนชอบดูหนังถ้าจะแนะนำหนังให้คนดูซักเรื่อง ผมแนะนำเรื่องนี้” ชีวิตจริงถ้ามีน้องสาวจะกีดกันคนรักเค้าแบบในหนังมั้ย? “ผมมีความสามารถในการมองคน (ยิ้ม) แต่คงกีดกันไม่ได้ คนเราก็ต้องปล่อยให้เค้าตัดสินใจเอง เพราะถ้าใช้ความรู้สึกแล้วมันไม่ผิดหรอก” ชีวิตจริงตัวเองก็มองแบบนั้น? “ผมว่าเชื่อความรู้สึกตัวเองสุดท้ายเราจะไม่เสียใจเลย” เคยมองพลาดบ้างมั้ย? “ไม่แน่ใจ แต่มันก็จะมีมุมให้ตาสว่างเอง รู้ได้เอง คนเรามันจะมีจุดบางอย่างในวันนึงที่ทำให้คนนั้นออกไปเอง” ต้องมีปัจจัยอื่นๆมั้ยในการระวังคน? “ไม่นะ หลอกก็คือหลอก ก็เราชอบเค้า หลอกได้ก็หลอกไป ยกเว้นเราจะตาสว่างขึ้นมา” ช่วงหลังการใช้ชีวิตในวงการก็มีความแพรวพราวขึ้น? “มันสนุกขึ้น เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจนิดนึงว่าเวลาสัมภาษณ์เราต้องตอบยังไง แต่จริงๆไม่มีใครอยากได้อะไรจากชีวิตเราหรอก เราก็ทำอะไรกลับไปให้เค้ามีความสุขแต่ตอบความจริง” ได้เห็นมั้ยว่าในโลกโซเชียลเอาคลิปหรือคำพูดต่างๆเรามาแชร์เยอะ? “เห็นครับ กลัวอย่างเดียวว่าถ้าตัดข้อความมาไม่ครบคนจะมองผมอีกแบบแต่ก็พยายามให้ทุกอย่างมาจากทัศนคติที่ดี เราต้องไม่ทำร้ายใคร” ชีวิตโตขึ้นตามสเต็ปบางอย่างที่เมื่อก่อนบอกว่าไม่ทำวันนี้ก็เปลี่ยน เช่น เมื่อก่อนนั่งแท็กซี่เดี๋ยวนี้ขับรถแล้ว? “ไม่หรอก เราแค่ลองออกไปนอกอัตตาของเรา เมื่อก่อนมีสิ่งที่เราไม่ทำแน่นอนเพราะเราไม่ได้ใช้ เราแค่ทดลองข้ามอัตตาตัวเองดู คนเราเวลาอยู่กับตัวเองไปเรื่อยๆมันเหมือนคิดอะไรได้ มีจุดหักเหของชีวิต เราได้อะไรกับชีวิตมากขึ้นมันถึงช่วงที่ต้องทำสิ่งนี้ในเวลานี้ ถ้าทำก่อนหน้านี้ก็จะไม่รู้สึกดีแบบนี้ มนุษย์มีช่วงเวลาของมัน ผมพยายามมองความสวยงาม เมื่อก่อนผมคิดว่าเราอยู่ 50-60 ปีก็ตายแล้วไม่รู้จะทำอะไร แต่พอได้ดูหนัง ได้รู้จักคนทำให้รู้ว่าสิ่งสวยงามมันอยู่ตรงนี้ ถ้าวันนึงเราสามารถเสียสละตัวเองได้เพื่อให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีกว่า มันสวยงาม ตอนเด็กๆเราคิดถึงแต่เรื่องตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราลดความคิดถึงตัวเองลงแล้วเราจะคิดถึงคนอื่น ตอนนี้เลยเริ่มข้ามอัตตาทีละเรื่อง” แล้วเรื่องมีความรักล่ะมีจุดเปลี่ยนออกจากอัตตาตัวเองรึยัง? “ยังนะ อันนี้ไม่ใช่อัตตา มันเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าผมมองข้ามอัตตานี้ไปและพยายามจะหาแฟน หรือแต่งงานมีลูก มันก็เป็นแค่สิ่งที่ผมอยากได้ฝ่ายเดียวมันต้องเป็นชีวิตของคนทั้งคู่ที่ชอบกันจริงๆและอยู่ด้วยกัน วันนึงถ้าเจอใครแล้วเราอยากแต่งงานกับเค้า ต่อให้เค้าทิ้งผมไปอยู่ดี ผมก็แต่ง มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ถ้าผมพยายามหามันก็คือการสนใจแต่เรื่องตัวเอง” ยิ่งโตยิ่งเป็นหนุ่มฮอต เทรนด์ “ลุง” กำลังมา? “ดูก่อนนะ ลุงอะไรจะมาเท่ขนาดนี้ ดูดีขนาดนี้” สุดท้าย...ที่บอกว่าอยากให้คนลองมารู้จัก ถ้ารู้จักซันนี่จริงๆ เป็นยังไง? “ผมเป็นคนงดงาม เข้าใจคำว่าผ้าขาวมั้ย ไร้มลทิน (หัวเราะ)”.