ขอเป็นแสงแสงหนึ่งที่จะช่วยสร้างฝันผู้อื่นให้เป็นจริงหนึ่งหนุ่มผู้บริหารที่น่าจับตามอง “แชมป์-ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย” ทายาทอาณาจักรจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า “ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า” ที่หาคำตอบในชีวิตการทำงานที่เจ้าตัวอยากทำจริงๆ จนเจอ จึงได้ใช้ความรู้ ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่มีอยู่ สร้างธุรกิจด้วยสมองและสองมือของตัวเอง โดยเป็นคนไทยคนแรกที่ตั้งธุรกิจกองทุนร่วมลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา ปั้นธุรกิจสตาร์ตอัพของคนอื่นให้เป็นจริงและยั่งยืนแชมป์-ปุณยธร ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปีของบริษัท CREATIVE VENTURES ได้ตั้งธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน “เวนเจอร์ แคปปิตอล (วีซี)” ในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เล่า เส้นทางชีวิตที่น่าสนใจว่า ตนเป็นลูกชายคนโตในจำนวนลูก 2 คน (อีกคนเป็นผู้หญิง) ของ สงวนศรี-ศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด เรียนที่ ร.ร.อัสสัมชัญจนถึง ป.5 แม่เห็นว่า ตนน่าจะเหมาะกับโรงเรียน นานาชาติ จึงให้ไปเรียนที่ Dulwich International College ที่ภูเก็ต พอจบไปเรียนต่อปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอุตสาหการที่ University of Michigan Ann Arbor แล้วกลับมาทำงานที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ อยู่พักหนึ่ง ด้วยความที่ถูกวางตัวเป็นทายาทต่อยอดธุรกิจกรุงไทยการไฟฟ้า ที่คุณปู่สร้าง ต่อจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นลูกคนโตเช่นกัน แต่ด้วยความที่ตนยังไม่มีคำตอบว่า จะพาธุรกิจของที่บ้านไปทางไหน เลยต้องออกมามองข้างนอก เลยขอไปเรียนด้านการบริหารที่ University of California Berkeley-HAAS School of Business จึงได้เรียนรู้เรื่องการลงทุน ได้ทำงานในสตาร์ตอัพ และได้ไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเอกชน และเจอ Alastair Trueger และ James Wang ซึ่งเรามีความถนัด เก่งกันคนละอย่าง เลยได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ครีเอทีฟเวนเจอร์ ตั้งกองทุนวีซี เมื่อปี 2559 ที่สหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นนำเงินไปลงทุนในสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยี ที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ โดยการลงทุนเป็นไปในลักษณะพันธมิตร ให้ทั้งเงินทุน, คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาในการดำเนินงาน เพื่อให้บริษัทนั้นๆ เติบโตได้อย่างมั่นคงกว่าชีวิตจะตกผลึกก้าวได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จในวันนี้ แชมป์ บอกว่า “จริงๆถ้าผมทำธุรกิจที่บ้าน แล้วเดินตามพ่อ 1234 ผมอาจจะทำเจ๊งก็ได้ เพราะเป็นคนละคนทำ อาจเป็นไปอย่างที่ใครพูดกันก็ได้ว่า รุ่น 1 สร้าง รุ่น 2 โต รุ่น 3 ทำลาย คนที่เห็นความแตกต่างตรงนี้ คือคุณแม่ เลยให้ผมไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์ แล้วไปเรียนต่อที่อเมริกา และเมื่อผมพร้อม อยากจะทำธุรกิจของตัวเอง ผมก็ได้เข้าไปคุยกับพ่อ บอกพ่อว่า ผมไม่อยากช่วยคนในเรื่องหุงข้าว แต่ผมอยากช่วยคนทำธุรกิจ หา passion ของเขาเอง ซึ่งถ้าพ่อคิดว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี เรามาทำด้วยกันไหม ผมไม่ได้มีหน้าที่ run ธุรกิจที่บ้าน ขอทำหน้าที่รักษาความมั่งคั่งของที่บ้านให้โตต่อไป ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ เพราะสิ่งนี้กำลังมา”เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจ ที่ ทำให้หนุ่มไฟแรงคนนี้ ก้าวออกมาทำในสิ่งที่ยาก แชมป์ บอกว่า “งานที่ทำอยู่เราได้เห็นการเติบโตของแต่ละ บริษัท ตั้งแต่ทารกจนโตกลายเป็นเด็กที่ยืนได้ แต่บริษัทนี้คงไม่ใช่บริษัทสุดท้ายที่ผมจะทำ ผมอยากสร้าง Hope by example คือเป็นตัวอย่างให้คนหลายคนเห็นว่า ชีวิตเขาเป็นไปได้ สิ่งที่เขาทำอยู่เป็นไปได้ และอยากช่วยสร้างฝันให้กับกลุ่มคนที่กว้างขึ้น คนที่ไม่มีโอกาส คนที่รู้สึกท้อแท้ อยากเป็นเหมือนแสงแสงหนึ่งที่จะช่วยสร้างฝันเขาให้เป็นจริง แต่ไม่ใช่เป็นอาจารย์ไปสอนหนังสือนะครับ”...ความคิดสุดคูลของหนุ่มรุ่นใหม่คนนี้!