เข้าสู่ห้วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ประชาชนเตรียมชุ่มฉ่ำดื่มด่ำความสุขในวันหยุดยาวการเมืองไม่ร้อนตามอุณหภูมิเดือนเมษายนอย่างในอดีตที่เคยเป็นมาเรื่องของเรื่อง มันเป็นสถานการณ์ที่บ่งชี้ถึงข้อดีของรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่คุมเกมความมั่นคงได้นิ่งจำกัดวงม็อบไม่ให้อาละวาดปั่นป่วนวุ่นวายแม้จะมีความพยายามจ้องจุดไฟ ขบวนการฉวยจังหวะก่อม็อบกระตุกเกมมวลชนกดดันรัฐบาลอย่างที่เห็นม็อบคนอยากเลือกตั้ง นำโดย “จ่านิว-รังสิมันต์ โรม-เนติวิทย์” ผลุบๆโผล่ๆอยู่แถวสถานีรถไฟฟ้าสยาม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินสายไปยั่วทหารที่หน้ากองทัพบกยั่วยุให้เกิดเงื่อนไขอยู่ตลอดเวลาล่าสุดก็ถือเป็นจุดอ่อนไหว ตามสถานการณ์ที่โยงจากประเด็นบ้านพักข้าราชการตุลาการที่ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ที่กลายเป็นปมขัดแย้งฝังรากลึกนอกจากการเคลื่อนไหวของฝ่ายอนุรักษ์ป่าแล้ว แนวโน้มตามรูปการณ์มันยังเข้าเหลี่ยมเกมดิสเครดิต ตอกย้ำกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานเป็นโอกาสที่นักการเมือง ฝ่ายเสียผลประโยชน์จากการตัดสินของสถาบันตุลาการจะเบิ้ลเอาคืนขยายปมความเหลื่อมล้ำทางสังคมในอารมณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” ต้องขอร้องแกมดักคอ ดักทาง ขอให้กลุ่มต่อต้านบ้านพักตุลาการใจเย็น อย่าออกมาเดินขบวน พร้อมยืนยันด้วยว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่กรณีของใครที่สำคัญไม่ได้เป็นโครงการที่อนุมัติจากรัฐบาลนี้แต่อย่างใดฟังจากนายกฯการข่าวฝ่ายความมั่นคงน่าจะมีข้อมูล ฝ่ายจ้องจุดไฟเตรียมฉวย สถานการณ์อยู่รู้ๆกันดี เชียงใหม่ฐานที่มั่นใครที่แน่ๆรัฐบาล คสช.ต้องเฝ้าระวังเกมมวลชน บล็อกม็อบป่วนเมืองไม่ให้อาละวาดเพราะมันเป็นจุดขายของ “นายกฯลุงตู่” ที่จะตีตั๋วต่อเก้าอี้ผู้นำคุมสถานการณ์ห้วงเปลี่ยนผ่าน ตามรูปการณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่พึงพอใจที่ คสช.รักษาความสงบมาได้ตลอด 4 ปีนี่คือจุดได้เปรียบที่ประชาชนจะมอบความไว้ใจให้ พล.อ.ประยุทธ์มากกว่าคนอื่นนอกจาก “แต้มต่อ” ด้านความมั่นคง อีกจุดที่จะต้องโชว์ฟอร์มต่อเนื่องก็คือสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่กัปตันทีมอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ วิ่งสู้ฟัดจากตัวเลขติดลบเพราะวิกฤติการเมือง “เทกออฟ” ไต่เพดานบินจนติดลมบนผิดฟอร์มรัฐบาลทหารโดยทั่วไปกลายเป็น “จุดขาย” ที่นำมาประกอบการนำเสนอยุทธศาสตร์ตั้งพรรคการเมืองหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ เพื่อความต่อเนื่องของโครงการ “เรือธง” ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า ฯลฯสถานการณ์กำลังเอื้อต่อยุทธศาสตร์ตีตั๋วต่อของ “ลุงตู่”ดูจากรูปการณ์ก็เข้าใจได้ กับปรากฏการณ์เด้งฟ้าผ่า มติ ครม.โยกย้ายนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปนั่งเลขาธิการสภาพัฒน์ ก่อนที่เจ้าตัวจะร่อนใบลาออกจากตำแหน่งแต่ก็เห็นอาการแบบที่ “ลุงตู่” ไม่สนใจ บอกใครอยากออกให้ลาออกไปเลยนั่นก็เพราะปัญหาสะสมมานาน จนสุดที่จะทนทานโดยเหตุหลักของการโยกย้ายก็หนีไม่พ้นเหตุผลไม่สนองตอบนโยบายรัฐบาลเพราะอย่างที่รู้กัน กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยหลักในการคุมนโยบายบัตรคนจน โครงการสวัสดิการประชารัฐ สารพัดมาตรการช่วยคนจนที่รัฐบาล “นายกฯลุงตู่” โดยทีมงานของนายสมคิดใส่เกียร์ห้าเดินหน้าลุยฟื้นเศรษฐกิจฐานราก ประคองปัญหาปากท้องชาวบ้าน ช่วยเหลือภาคเกษตรกรถ้างานเดินช้า กระบวนการกวาดแต้มหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อก็พลอยสะดุดไปด้วยนั่นจึงเป็นที่มาของยุทธการเคลียร์ข้าราชการ “เกียร์ว่าง” รอเลือกตั้ง ไม่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลตามสัญญาณเริ่มจากกระทรวงการคลัง ต่อไปคงเป็นจุดที่เป็นปัญหาหนักสุดก็คือกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด พวกใกล้เกษียณไม่กลัวร้อนกลัวหนาว ไม่สนโดนโยกย้าย กั๊กงบประมาณ ส่งผลให้การเบิกจ่ายล่าช้า ทำให้โครงการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสะดุด ไม่เป็นไปตามเป้าต้องโดนเรียกเข้ากรุก่อนเกษียณหลายจังหวัดแน่.ทีมข่าวการเมือง