เมื่อวานนี้ผมเขียนถึง การทูตระหว่างประเทศ ในละคร บุพเพสันนิวาส ยุค สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทรงส่ง คณะราชทูต ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส วันนี้ขอเขียนถึงบุคคลสำคัญอีกคนที่มีส่วนในเรื่องนี้ก็คือ มร.คอนสแตนติน ฟอลคอน ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ออกญาวิชเยนทร์” หรือ “เจ้าพระยาวิชเยนทร์” ฝรั่งเชื้อสายกรีกและอิตาเลียน ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ คุยสนุก พูดจาคล่องแคล่ว รอบรู้ และมีมารยาท ใครคบด้วยก็ชื่นชมพ่อแม่ฟอลคอนเป็นคนจน พอฟอลคอนเป็นหนุ่มก็ส่งไปรับใช้กัปตันเรือสินค้าอังกฤษ ก็อย่างที่เล่าครับ ฟอลคอน เป็นเด็กหน้าตาดี รูปร่างดี กิริยามารยาทดี พูดจาดีคล่องแคล่วรอบรู้ เลยเป็นที่โปรดปรานของ กัปตันเรือสินค้าอังกฤษ จึงพาไปอยู่ด้วยที่กรุงลอนดอน ติดตามรับใช้กัปตันเรืออย่างใกล้ชิด ทำให้ฟอลคอนมีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือไปด้วย ปี พ.ศ.2218 ฟอลคอนเดินทางมาถึงอยุธยา กับเรือสินค้าของ กัปตันจอร์จ ไวท์ เกิดติดใจกรุงศรีอยุธยาขึ้นมา เลยไม่เดินทางกลับไปกับกัปตันเรือ จับมือกับพ่อค้าแขกเดินเรือค้าขายกับอินเดียเสียเองผมเคยไปเที่ยวบ้าน คอนสแตนติน ฟอลคอน ที่ลพบุรีเกือบสิบปีมาแล้ว อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ไทยท่านนำไปเที่ยว สภาพบ้านฟอลคอนเป็นซากปรักหักพัง ไม่มีการบูรณะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เหมือนในต่างประเทศ แต่โครงสร้างบ้านอันใหญ่โตของ ฟอลคอน ก็ยังรักษาพื้นที่บริเวณบ้านเอาไว้ได้บ้านที่ยังเหลือให้เห็นเป็นรูปร่างก็คือ “ห้องครัว” ซึ่งมี ไวน์เซลลาร์ สำหรับเก็บไวน์ชั้นดีจากชาโตว์ฝรั่งเศส ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินแบบเดียวกับไวน์เซลลาร์ในยุโรป ไวน์ชั้นดีเหล่านี้ ฟอลคอน เก็บไว้เลี้ยงแขกวีไอพี ระดับเสนาบดีและราชทูตชาติต่างๆ ทำให้ ฟอลคอน มีคอนเนกชั่นทั้งเสนาบดี ราชทูต พ่อค้าต่างชาติ จนเป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง หลังจากที่รับใช้ใกล้ชิด สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้ว ฟอลคอน ได้สมรสกับ ดอญา มารี กีมาร์ หรือ แม่มะลิ ในละครบุพเพสันนิวาส ซึ่งเป็นลูกครึ่งโปรตุเกสญี่ปุ่น แม่มะลิ ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้เป็นต้นเครื่องตำแหน่ง “ท้าวทองกีบม้า” เล่ากันว่า แม่มะลิ มีความเชี่ยวชาญในการทำขนมหวานไทยต่างๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองม้วน ลูกชุบ ขนมหม้อแกง สังขยา กะหรี่ปั๊บ เป็นต้น จริงเท็จยังไม่มีใครยืนยันความจริง แม่มะลิ-ท้าวทองกีบม้า ไม่ได้เก่งแต่ทำขนมหวานเท่านั้น ทำอาหารฝรั่งก็เก่ง โดยเฉพาะ “ขาหมูแฮมรมควัน” ซึ่งเห็นได้จากครัวของบ้านฟอลคอนที่ยังมีเขม่าควันดำติดอยู่ที่ครัวเป็นจำนวนมาก (เดี๋ยวนี้ยังมีหรือเปล่าไม่รู้)กลับมาที่ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ กันต่อครับ ก็อย่างที่เล่ามาว่า ฟอลคอน เป็นคนพูดเก่ง รอบรู้ มารยาทดี คนก็ชอบ ฟอลคอนยังมีความอัจฉริยะทางด้านภาษา สามารถเรียนรู้ได้เร็วมาก ทำให้พูดได้หลายภาษา อย่างคล่องแคล่ว รวมทั้ง “ภาษาไทย” ด้วย รู้จักหมอบกราบตามราชประเพณี เลยทำให้ คอนสแตนติน ฟอลคอน มีสายสัมพันธ์หรือคอนเนกชั่นในกรุงศรีอยุธยาและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ชื่อของ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิชเยนทร์ เริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ.2226 เมื่อถวายคำแนะนำ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ให้จัดส่งคณะราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เป็นคณะที่ 2 หลังจากที่คณะแรกประสบอุบัติเหตุสูญหายไประหว่างการเดินทาง เพื่อตอบสนองพระ-ราชไมตรีของ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ทรงให้ สังฆราชเอลิโอโปลิส อัญเชิญพระราชสาส์นมาถวาย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช การเดินทางไปเข้าเฝ้า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของคณะราชทูตชุดที่สอง ผมได้เล่าไปแล้วเมื่อวานนี้แม้จะไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ ฟอลคอน ก็มีส่วนในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ในสมัยกรุงศรีอยุธยาประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและน่าศึกษา ประวัติศาสตร์โลกมักเดินซ้ำรอยอยู่เสมอ ที่เปลี่ยนไปคือ เหตุการณ์ และ ตัวละคร เท่านั้น.“ลม เปลี่ยนทิศ”