จุดเปลี่ยนจากเล่นไม่ได้ พบเป้าหมายคือ 'นักแสดง'กระแสออเจ้าฟีเว่อร์!! พาให้ทุกอย่างเกี่ยวกับละคร “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ฮอตฮิตไปทุกจุด รวมทั้งหนึ่งในตัวละครสีสันขโมยซีนให้คนดูได้อมยิ้ม ก็ต้องยกให้บท “จ้อย” บ่าวชาย-ทนายหน้าหอของ “คุณพี่หมื่น–โป๊ป–ธนวรรธน์” ที่น่าเอ็นดูสร้างเสน่ห์เตะตา สาวๆกรี๊ดกร๊าดขึ้นแท่น “คิ้วต์บอยอโยธยา” พลิกชีวิตหนุ่มวัย 25 ปี “โมสต์–วิศรุต หิมรัตน์” วนเวียนในวงการมานาน แต่ผ่านเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่เล่นไม่ได้ ไม่มีงานทำ จนจังหวะชีวิตพาให้ปังดังเปรี้ยง!!โมสต์ เล่าเรื่องราว หลังตัดสินใจบินไปเรียนภาษาที่เมืองพอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา ต้องบินด่วนจี๋กลับมารับมือความฮอต!!... “ผมบินไปเรียนภาษาครับ ไปมา 7 เดือน ยังไม่รู้ว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยตอนไหน ก่อนไปมันว่างครับ ตอนนั้นนอนอยู่บ้าน ถ่ายบุพเพฯอย่างเดียว คิดว่าเราอยากไปมานานตั้งแต่เรียนจบ ถ่ายเสร็จปุ๊บตีตั๋วเลย”เรียกว่าไม่ได้คาดคิดว่าจะดังถึงบินไปเลย? “ไม่เลย เราก็ทำงานตามปกติของเราไม่ได้คาดหวังอะไร”แต่ตอนนี้ดังแบบพลิกชีวิตเลย? “ใช่เลย ในไอจีผมก่อนไปอเมริกามีคนตาม 170 คน อยู่ที่โน่นยอมรับว่าชีวิต ลำบากนะ พอไปอเมริกาแล้วยอดลดลงเยอะด้วย (หัวเราะ) เหลือ 140-150 ตอนนั้นผมไม่กล้าดูเวลายอดลดนะ ตอนนี้เพิ่มขึ้น 300-400% คนตาม 7 แสนกว่าคน พลังโซเชียลมันมีผลจริงๆตอนแรกที่ออนข่าวเร็วมาก พ่อแม่ชื่นใจมาก เดี๋ยวนี้ทุกวันแม่ก็ไลน์มาบอกว่าอย่าลืมลงรูปนะลูก แม่บอกว่าเป็นโอกาสที่ดีของเรา อย่าปล่อยผ่านไป จริงๆเค้าก็เกลี้ยกล่อมเรานานนะให้กลับมา ผมอยากไปเที่ยวต่อ นัดเพื่อนไว้แล้วแต่มันก็เป็นโอกาสจริงๆที่เราต้องมา” เราเริ่มด้วยการประกวดเข้ามาแปลว่าเรามีฝันในวงการบันเทิง? “ตอนเด็กอาจจะหน้าตาน่ารักมีคนชวนไปประกวด พอได้เข้ามาลองทำแล้วเราทำไม่ได้ มันใหม่ไปหมด ตอนนั้นประกวดดัชชี่บอย 2009 เรียน ม.5 อยู่ จ.หนองคาย ถือว่าไม่รู้เรื่องเลยสำหรับเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง จุดเริ่มต้นอยู่ตรงที่ผมเข้าไปเรียนเอกการแสดง ที่ มศว ไม่ได้อยากเป็นดาราโด่งดัง แต่เราเจ็บใจว่าทำไมทำไม่ได้ กลับกลายเป็นที่นั่นล้างทุกอย่างใหม่ ตัวเองมีเป้าหมายในชีวิตที่อยากเป็นนักแสดง เป็นอาชีพที่มันเข้ากับธรรมชาติเรา แล้วมาเริ่มงานแสดงตอนมหาวิทยาลัย เรียนละครเวที ทำละครเวที ส่วนบทบาทที่คนพอจำได้ คือ ภูผา ในละครน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราคิดว่าเราเป็นนักแสดงไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นดารา แต่ตอนนี้จังหวะที่มาถึงและได้เห็นพี่ๆทำให้ได้เข้าใจว่ามันมีหลายอย่างประกอบกัน”ก่อนหน้านี้ยังมาไม่ถึงจุดที่เป็นที่รู้จักมากนัก มีช่วงที่ท้อมั้ย? “มีช่วงสับสน ตอนเรียนใหม่ๆ มีคำถามจากที่บ้านเราก็ตอบไม่ได้ สถานะในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ดีมาก ก็ท้อนะ นึกภาพเด็กจบการแสดงมีไฟพร้อมมาก แต่มันไม่ใช่ที่เราคิดไว้ ถ่ายละครจบแล้วแต่ไม่มีละครใหม่มา เราก็ช็อกนะ พอลองสมัครงานก็ลองแล้วไม่มีใครรับเลย แต่พอเวลาผ่านไป เรียนจบมา 3 ปี ก่อนไปอเมริกาเราก็ค้นพบว่าเราต้องยอมรับความจริงไม่ดราม่า ต้องหาเส้นทางให้ชีวิตตัวเอง” เรียกว่าตอนนั้นจะหันหลังให้วงการ? “ผมอยากมีงานทำแล้วพอเลิกงานได้มาเล่นละครเวที เหมือนพี่หยา-จรรยา ที่รับบทผิน เค้าเป็นครูวงการละครเวทีโรงเล็กแต่ละคนมาเพราะทำงานศิลปะจริงๆ ทำงานเสร็จมาเจอกันตอนเย็น”ไม่ได้ฝันอยากดังเป็นพระเอกแถวหน้า? “คิดว่าผมจะคิดเหรอ (หัวเราะ) แค่นี้ผมก็เซอร์ไพรส์สุดๆแล้ว ความฝันจริงๆเราอยากเป็นแค่คนประกอบอาชีพนักแสดง เราอยากเป็นนักแสดงที่ประกอบอาชีพนี้โดยที่เราอยู่ได้ ได้ทำสิ่งที่เราชอบและมีกินแค่นั้นพอ พอวันนี้ก็รู้สึกดีที่มีคนมองเห็น ชื่นใจที่ผลงานเรามีคนดู มันเป็นจังหวะ แต่ผมมองว่าขณะที่เรายังไม่ถึงจังหวะเราก็ทำให้ดีที่สุด แล้วพอถึงวันนั้นที่เราทำดีมามันก็เป็นตัวรับประกันเอง”ที่บอกว่าตอนนี้ทุกอย่างมันเข้ามาเร็ว ตื่นมายังนึกว่าเป็นความฝันมั้ย? “ไม่ได้นึกว่ามันเหมือนฝันนะ ผมเคยบอกกับเพื่อนว่าอันนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังแต่มันคือสิ่งที่ผมตั้งใจทำมาตลอด ผมไปอเมริกาไม่ได้อัพรูปเลย แต่พอละครออนแอร์คนไปเอารูปผมตั้งแต่เมื่อก่อนมาดูกัน ผมดีใจที่สมัยก่อนเราดูแลตัวเองดี ตั้งใจทำอะไรดีๆ ตอนนั้นมันเหมือนไม่มีประโยชน์อะไรนะแต่วันนึงมันมี ผมเลยไม่ลืมที่จะขอบคุณตัวเอง มันไม่เหมือนฝันแต่ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ ตอนนี้ตื่นเช้าทุกวันมีงานทุกวัน มีงานใหม่ทุกอย่าง” ตอนเล่นมองตัวละคร “จ้อย” แบบไหน? “จริงๆตัวละครนี้ไม่มีผลต่อเส้นเรื่องเลย แต่พี่ใหม่-ภวัต ผู้กำกับ บอกตั้งแต่เริ่มว่า อยากให้จ้อยมาสร้างสีสัน เป็นติ่งเนื้องอกท่านหมื่น เป็นเหมือนตัวแทน ความรู้สึกคนหน้าจอ เราก็ทำตามพี่ใหม่บอก เสน่ห์ของจ้อยคงเป็นรีแอ็กต่างๆที่จ้อยทำต่างจากบ่าวคนอื่นเวลานายเราทำอะไร เราก็ตั้งใจทำให้ดี”คนรักเอ็นดู “จ้อย” สาวๆก็กรี๊ดรู้สึกยังไง? “รู้สึกดีครับ เป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตที่มีคนชื่นชอบขนาดนี้ ไปไหนก็มีคนจำได้ มีทุกรุ่นพ่อแม่ลูก เด็กผู้ใหญ่ ชาวสีม่วงก็มีครับ”ตัวโมสต์เองล่ะมีเสน่ห์ตรงไหน? “คงเป็นความจริงใจ ผมชอบยิ้มทั้งเวลารู้ อะไรหรือไม่รู้อะไร อาจจะน่ารักในสายตาคนอื่น ก็ดีใจที่เค้าชอบเราที่เป็นเราแบบนี้จริงๆ”ชีวิตจริงชอบสาวแบบไหน? “ชอบสาวผิวแทนๆเข้มๆ ชอบคนมีความเป็นเอกลักษณ์ เป็นธรรมชาติ สวยด้วยก็ดี ชอบคนคอยปรึกษาหารือกันได้”ตอนนี้โสดมั้ย? “ก็มีคนคุยบ้าง ทุกคนก็ต้องอยู่ด้วยมีอะไรหล่อเลี้ยงบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นแฟน”.