เป็นประเด็นใหญ่ สังคมจับตามองความคืบหน้าคดียิง เสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ของ นายเปรมชัย กรรณสูต บิ๊กบอส บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)กว่า 1 เดือน ในสายตาคนส่วนใหญ่มองคดีไม่คืบหน้า เลยออกมาทวงคืนความยุติธรรมให้ “เสือดำ” หากรัฐบาลหรือผู้ที่รับผิดชอบยังนิ่ง ไม่ขยับอะไรเลย อาจจะเป็นปัญหาใหญ่กระทบความเชื่อมั่น เป็นไฟลามทุ่งได้กลุ่มแรก T’CHALLA รวมพลคนเสือดำ ออกมารวมตัวประท้วง สวมหน้ากากเสือดำ ทำกิจกรรมหน้าหอศิลป์ฯ แยกปทุมวัน ทวงคืน เลวร้ายให้เสือดำที่ฆ่า เสือดำไม่ใช่เครื่องประดับ อาหาร หรือยาโด๊ปของใครขอทำคดีตรงไปตรงมา “ตาชั่งอย่าเอียง” การที่นายตำรวจไปพบผู้ต้องหา พูดคุยกันแบบนั้น ทำให้กลุ่มไม่ไว้ใจ กลัวคดีนี้จะแพ้อิทธิพลของอำนาจเงินคนมาเรียกร้องให้เสือดำ ส่วนอีกกลุ่ม มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกแถลงการณ์เร่งรัดคดี ทวงความคืบหน้าคดี บอกคดีนี้กลุ่มผู้ต้องหาลักลอบนำอาวุธปืนซุกซ่อนไว้ในรถก่อนขออนุญาตเข้าไปตั้งแต่แรกแล้ว ลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ในเส้นทางอยู่อาศัย และหากินของสัตว์ป่าตามธรรมชาติเสียงปืนที่ยิงมาจากกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มเดียว ที่แคมป์ ซากสัตว์ ของกลางเพียบ แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหามีเจตนาเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อล่าสัตว์ป่าตั้งแต่แรกแล้ว มิได้มีเจตนาเข้าไปเพียงเพื่อการพักผ่อนสิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐาน ข้อเท็จจริงชั้นดี พยานวัตถุสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ที่ชัดเจนคนมองคดีไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนตำรวจที่ทำคดีควรเร่งเก็บพยานหลักฐาน สรุปมีความเห็นคดี อย่าพยายามบ่ายเบี่ยงประเด็นการสอบสวนไปเป็นอย่างอื่น มูลนิธิฯจะเฝ้าจับตามองคดี หากไม่คืบหน้าจะขอพบ ผบ.ตร.เพื่อเปลี่ยนตัวคนทำคดีกลุ่ม ประเทศสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า หรือ ไซเตส จับตาดูคดีนี้ เพราะเสือดำถูกขึ้นเป็นบัญชีไซเตส พื้นที่ที่ถูกฆ่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นพื้นที่มรดกโลกอีกเป็นเรื่องใหญ่ทั่วโลกจับตาการทำสำนวนคดีของตำรวจที่เกี่ยวข้องต่อให้ไปจับคดีเล็กๆน้อยๆ ได้หลายคดี ไม่รู้ว่าจะแก้ไขความเสียหาย คดี “เสือดำ” เป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในบัญชี 1 ของไซเตส ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้า ห้ามล่า และยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทย หากคดีไม่คืบหน้า ไม่ชัดเจน สิ่งที่น่าห่วงคือ ไซเตสอาจขึ้น “บัญชีดำ” ประเทศไทย กระทบดุลทางการค้า-การส่งออก มูลค่าความเสียหายหลายหมื่นล้านบาทสำนวนคดี “เสือดำ” จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th