วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา สภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) จำนวน 3,000 คน ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 2,985 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง (ไม่รู้อนาคตจะเป็นเช่นไร) งดใช้สิทธิ 3 เสียง สนับสนุนให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่มีการจำกัดวาระ จากรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ 10 ปี ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและการเมืองจีนเลยทีเดียวผลจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำให้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนคนปัจจุบัน สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปจนสิ้นอายุขัย เหมือน ยุคเหมาเจ๋อตุงผมเคยเขียนเสมอว่า “อำนาจเป็นสิ่งหอมหวานและเสพติดง่าย” ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็น นักประชาธิปไตย เผด็จการทหาร หรือ พรรคคอมมิวนิสต์ ช่วงที่มีการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนเพื่อลงมติในเรื่องนี้ รัฐบาลจีนได้เซ็นเซอร์สื่อสังคมออนไลน์ที่ต่อต้านอย่างหนัก บางคนเรียก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่า “สี เจ๋อตุง”การลงมติของ สภาประชาชนแห่งชาติจีน ครั้งนี้ เกจิการเมืองจีนวิเคราะห์ว่า ถือเป็นความถดถอยด้านการปกครองของจีน เพราะย้อนกลับไปใช้ระบบ “ผู้นำคนเดียว” แทนที่จะมี “ระบบการสืบทอดผู้นำ” ซึ่งกำหนดขึ้นในสมัย ประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิง เจ้าของฉายา “มังกรร่างเล็ก” ผู้บุกเบิกสร้างความทันสมัยทุกอย่างให้กับประเทศจีนในวันนี้ เพื่อแก้ปัญหา “ระบบผู้นำคนเดียว” ของ ประธานเหมาเจ๋อตุง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนนายหวู่เฉียง นักวิเคราะห์การเมืองจีนกล่าวว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง น่าจะพยายามโยกย้ายถ่ายเท เพื่อรวบอำนาจทั้งหมดไว้ที่ตัวเองและพวกพ้อง และทำให้ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) หมดอำนาจลง ส่วน นายหัวโป๋ นักวิเคราะห์อีกคนมองว่า การลงมติครั้งนี้ อาจสร้างความไม่พอใจ ให้กับผู้สนับสนุนนโยบายของ อดีตประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิงอนาคตประเทศจีนภายใต้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำเดี่ยว ที่มีอำนาจตัดสินใจในทุกเรื่องเพียงคนเดียว จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง วันนี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีน มีสมาชิกทั้งหมด 89.45 ล้านคน จาก ประชากรจีน 1,400 ล้านคน และ มีประชาชนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตเกือบ 800 ล้านคน ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเรื่องนี้ ทีมงาน คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงกำลังศึกษากันอย่างลึกซึ้งผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการเมืองจึงไม่สามารถวิเคราะห์การเมืองได้อย่างลึกซึ้ง แต่มีประโยคการเมืองที่น่าสนใจประโยคหนึ่งจากการปราศรัยของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนที่จะมีการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญมอบอำนาจในประเทศให้ สี จิ้นผิง ทั้งหมดก็คือ สี จิ้นผิง ได้นำ นิเวศวิทยาของธรรมชาติ มาเปรียบเทียบกับ นิเวศวิทยาทางการเมือง ว่า ความสะอาด ความซื่อตรง และเอกภาพในกลุ่มคณะกรรมการกลางพรรค เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองรักษาอำนาจสี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้ เจ้าหน้าที่รัฐ ให้ เคารพกฎหมาย และ คุณธรรม 3 ประการประการแรก คุณธรรมการเมือง มีความสำคัญที่สุด สมาชิกต้องเชื่อมั่นแน่วแน่ในแนวคิดทางการเมืองของพรรค และมีจิตสำนึกต่อพรรคประการที่สอง คุณธรรมต่อสาธารณะ โดยการอุทิศตัวรับใช้ประชาชน และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับประชาชนประการที่สาม คุณธรรมปัจเจกชน จะต้องเคร่งครัดในการรักษาคุณธรรม ไม่ให้ถลําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อปรนเปรอความพึงพอใจของตนเองสี จิ้นผิง ยังได้กล่าวเตือน เจ้าหน้าที่รัฐ ว่าจะต้องรักษาความสะอาด ทั้งของตนเองและสมาชิกในครอบครัวทุกคน อย่าให้คนข้างตัวจูงไปเกลือกกลั้วกับการทุจริตคอร์รัปชัน เจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องควบคุมตัวเอง ไม่ให้หลงละโมบในสิ่งเย้ายวน และไม่แตะต้องกับผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆสิ่งที่ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนตลอดกาลพูดมาทั้งหมด น่านำมาใช้ในเมือง ไทยนะครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”