บ้านเมืองสมัยโบราณ โจมตีชิงบ้านเมืองใดได้ สิ่งที่มีค่ามากกว่าทรัพย์สิน ก็คือการ “เทครัว” กวาดต้อนเอาผู้คนไปด้วย มีประจักษ์หลักฐานจากสำนวนคนเมืองเหนือ เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่บาตรปี พ.ศ.2486 ยุคท่านผู้นำ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้แสดงปณิธานที่จะสร้างชาติไทยให้ยิ่งใหญ่ด้วยคำประกาศว่า ชาติจะดำรงอยู่ด้วยความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าได้ ก็ด้วยอาศัยพลเมืองกล่าวคือจะต้องมีพลเมืองมาก...หากพลเมืองน้อย และไม่เข้มแข็งจะเป็นมหาอำนาจไม่ได้เมื่อความสำคัญของชาติอยู่ที่พลเมืองด้วยประการฉะนี้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งรัดชาติของเราให้มีพลเมืองเพิ่มขึ้นกว่านี้ อย่างน้อยจะต้องมี 40 ล้านคน และยิ่งมากกว่านั้นก็ยิ่งดีเมื่อชาติมีความต้องการดังกล่าวนี้ รัฐบาลจึงได้หาทางที่จะให้เป็นผลตามความปรารถนา การสมรสเป็นมูลฐานขั้นต้น ในการที่จะทำให้พลเมืองของเราเพิ่มเร็วขึ้นรัฐบาลจึงได้ตั้งองค์กรส่งเสริมการสมรสขึ้นในกระทรวงสาธารณสุของค์กรนี้ มีพันโทหญิง ละเอียด พิบูลสงคราม เป็นผู้นำ เริ่มทำพิธีสมรสหมู่ บ่าวสาว 73 คู่ ขึ้นที่ทำเนียบสามัคคีชัย เมื่อ 29 มี.ค. 2486ท่านผู้หญิงละเอียดบริจาคเงิน 4,705 บาท และต่อมา นายกฯได้บริจาคสมทบอีก 1 หมื่นบาทรัฐบาลท่านผู้นำ ให้เหตุผลหนุนสมรสหมู่ว่า เพราะคติโบราณผู้ปกครองฝ่ายหญิง มักเรียกสินสอดทองหมั้นมาก ทำความเดือดร้อนให้ฝ่ายชาย จึงพยายามหาทางที่จะให้เกิดความนิยมเรียกสินสอดทองหมั้นกันแต่น้อยทั้งยังหาทางให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้มีการสมาคมระหว่างเพศมากขึ้นอย่างมีระเบียบ และแก้อุปสรรคสำคัญของการสมรสคือเงิน ด้วยวิธีที่ให้คู่สมรสฝากเงินเตรียมตัวไว้ ถ้าไม่มีก็ให้กู้และประการสำคัญ การจัดพิธีสมรสหมู่ให้ ลดค่าใช้จ่ายในการแต่งงานได้มากเมื่อการสมรสหมู่ในทำเนียบสามัคคีชัย ครั้งแรกผ่านไป เป็นข่าวใหญ่โต การสมรสหมู่ครั้งที่สองมีขึ้นที่ลำปาง จากนั้นจึงนิยมทำกันทั้งในกรุงและต่างจังหวัดประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีลูกมาก พลเมืองไทยก็เพิ่มมากขึ้นๆ จนเมื่อราวสี่สิบปีที่ผ่านมา ต้องมีการรณรงค์ให้ลดจำนวนพลเมืองลง ด้วยนโยบายถุงมีชัยสายรุ้งถึงวันนี้เริ่มมีข้อวิตก อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นสังคมคนชรา มีคนชราถึงหนึ่งในสี่ของจำนวนพลเมือง...ปัญหาทำท่าจะวนกลับ ไปเป็น จำนวนคนหนุ่มๆสาวๆน้อยไป จากค่านิยมลูกคนเดียวเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้คนไทยมีลูกอย่างน้อยสองคนแต่ก็เป็นแค่กระแสเรียกร้อง ไม่ถึงกับเร่งเร้า ในบรรยากาศที่รัฐบาลทหาร ท่านกำลังตั้งหน้าทำประชานิยม ผมขอเสนอให้เริ่มนโยบายสมรสหมู่...ให้เป็นกระแสอีกสักครั้งการสมรสหมู่นอกจากช่วยคู่หนุ่มสาวให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องแต่งงาน รัฐบาลต้องประกาศนโยบายมีลูกสองคน เพื่อเติมพลเมืองหนุ่มสาวที่เข้มแข็งมีคุณภาพทั้งเป็นการชดเชย ทั้งเป็นการสร้างดุลพลเมืองชราตอนนี้ไปทางไหนก็หนีไม่พ้น นโยบายประชานิยม เพื่อให้เข้าบรรยากาศ จะใช้คำว่า สมรสหมู่ประชานิยม ผมก็ว่าเหมาะสมกลมกลืนดีส่วนลูกสองคนที่เกิดตามมา จะจัดทำเนียบเป็นเด็กยุคประชานิยม ก็โก้ชะมัดทันสมัยจะปลูกฝังให้เก่งกล้าเกรียงไกรไปทางไหน ก็ทำไป เผื่อว่าชาติไทยเราจะได้เป็นมหาอำนาจ ตามปณิธานท่านผู้นำจอมพล ป.เสียที.กิเลน ประลองเชิง