ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เผยว่า ทุกๆปี อ.ส.ค.ต้องรับน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น 6% หากนำน้ำนมดิบมาแปรรูปพร้อมดื่มเพียงอย่างเดียวจะเสี่ยงต่อปัญหาน้ำนมโคล้นตลาดได้ ประกอบกับในอนาคตประเทศเพื่อนบ้านมีการเลี้ยงโคนมมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนาและวางแผนวิสาหกิจ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) ที่วางเป้าหมายสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ ผลักดันนมไทย-เดนมาร์คสู่นมแห่งชาติ เป็น Top of Mind ในอุตสาหกรรมนมภายในปี 2564 อ.ส.ค.ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องสำอาง (Beauty Milk) โดยใช้นมโคสดแท้ 100% จากวัตถุดิบที่เกษตรกรส่งขายให้ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค “การใช้น้ำนมโคมาช่วยดูแลในเรื่องความสวยความงาม มีมานานตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา ที่อาบน้ำแร่ แช่น้ำนมให้ผิวผ่อง สมัยโบราณตามชนบทชาวบ้านนำนมจากแม่โคมาใช้บำรุงผิว เพียงแต่ยังเป็นความลับในครัวเรือน ทำกันแบบวันต่อวัน กระทั่งยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวล้ำทำให้มีการนำหลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ในแถบยุโรปอย่างนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มีการนำนมมาแปรรูปทำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สร้างรายได้เข้าประเทศ” ดร.ณรงค์ฤทธิ์ บอกต่อว่า อ.ส.ค.และทีมวิจัยฯ มุ่งศึกษาคุณค่าและสารอาหารในนมโค นำมาพัฒนาต่อยอดโดยใช้นมโคสด นำมาพัฒนาต่อยอดทำผลิตภัณฑ์โดยใช้นาโนเทคโนโลยีมาช่วยรักษาคุณค่าสารอาหาร นอกจากช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการรีดนมโคขาย คาดว่าจะสามารถลดความเสี่ยงแก้ปัญหาปริมาณนมโคล้นตลาดในอนาคตได้เป็นอย่างดี คาดว่าผลิตภัณฑ์โลชั่น สบู่ และครีมอาบน้ำจากน้ำนมโคจะสามารถวางจำหน่ายทดลองตลาดได้ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้.