เอาคนนอก-ไม่เอาคนนอกทิศทางการต่อสู้ทางการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งแม้จะยังไม่รู้ว่าใครจะแข่งกับใคร จะสู้กันด้วยนโยบายอะไร ตลาดซื้อขายจะมีราคาเท่าไรแต่ลงท้ายที่น่าจะเป็นอิชชูสำคัญสำหรับนำมาใช้หาเสียงเลือกตั้งที่ข้อสรุปคงเป็นไปได้ว่าจะเอาคนนอก-คนในที่ให้เลือกข้างกันเลยดีกว่าง่ายสุด-ชัดเจนที่สุดแม้จะมีบางพรรคที่พยายามสร้างบทบาทยึด “หลักการ” ว่าไม่เอา “คนนอก” ถึงเวลาจริงๆก็ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อยอย่างไรที่ว่าอย่างนี้เนื่องจากตัวแปรทางการเมืองยังไม่ชัด เพราะหลังการเลือกตั้งจะเกิดอะไรก็ยังไม่รู้ได้ว่าพรรคการเมืองไหนจะได้เสียงเท่าใด เนื่องจากตัวเลขที่จะออกมานั้นมีความสำคัญต่อการตั้งรัฐบาลปรากฏการณ์ที่เห็นจากการออกตัวทางการเมืองจากการไปจดแจ้งชื่อพรรคการเมืองนั้น แม้ส่วนใหญ่ที่ออกมาน้ำหนักจะไปทาง “หนุนลุงตู่” มากกว่าแต่ที่มองข้ามไม่ได้แม้จะยังไม่ได้ยื่นจดแจ้งชื่อพรรค แต่มีความเคลื่อนไหวให้ปรากฏว่าจะตั้งพรรคการเมืองแน่กปปส.คือตัวแปรทางการเมืองที่มองข้ามไม่ได้ เพราะจุดยืนที่ไม่ต้องไปรอของจริงแต่ก็รับรู้กันได้ว่า“หนุนลุงตู่” แน่นอนอีกพรรคซึ่งยังไม่ได้ไปจดแจ้งเช่นเดียวกัน และยังไม่ได้ระบุชื่อพรรคแต่อย่างใด มีชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นแกนนำสำคัญ และอีกคนคือ “ปิยะบุตร แสงกนกกุล”ทั้ง 2 ชื่อนี้ในทางการเมืองน่าจะเป็นที่รู้จักกันดี เพราะนายปิยะบุตรนั้นคืออาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มธ. แกนนำของกลุ่ม “นิติราษฎร์” ซึ่งมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไรสังคมย่อมรับรู้กันได้“ธนาธร” ที่คุ้นหูก็คือนักธุรกิจคนดัง รองประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป หลานชายของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตนัก การเมืองดังสมัยรัฐบาล “ทักษิณ”เขาได้รับสมญาว่า “ไพร่หมื่นล้าน”...บทบาทการเมืองชัดเจนว่าเขาอยู่เสื้อสีไหน แต่พยายามจะบอกสังคมว่าการตั้งพรรคการเมืองของเขานั้นเป็นแนวทางของคนรุ่นใหม่ประชาธิปไตยเพื่อไล่เผด็จการทหารออกไปจากสารบบหากมองกันในทางการเมืองคนรุ่นใหม่เหล่านี้ที่ต้องการเข้าสู่เวทีการเมือง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่คาดว่าจะทำให้การเมืองดีขึ้นด้วยการมีวิชาความรู้ มีเงินทุนที่สนับสนุนตัวเองได้ ซึ่งก็ต้องดูว่าจะมีใครเข้ามาร่วมบ้างแต่ด้วยบทบาททางการเมืองที่ผ่านมา พวกเขาไม่ใช่คนใหม่ ไม่ใช่คนนอกการเมือง เพียงแต่ยังไม่เคยอยู่ในระบบการเมืองในฐานะผู้เล่นพวกเขาเล่นการเมืองนอกระบบ แต่มีแนวคิดที่ตรงกันของพรรคการเมืองในระบบคือพรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องคาดเดาอะไรก็พอจะมองออกว่าพวกเขาไม่มีทางสร้างขึ้นมาอย่างโดดๆ แต่มาเป็น “แพ็กเกจ” ด้วยเงื่อนไขของกฎกติกาใหม่ด้วยความจำเป็นทางการเมืองจึงต้องแยกออกมาอีกพรรคหนึ่ง เพื่อหวังว่าจะได้ ส.ส.มากขึ้น อาศัยแนวทางคนรุ่นใหม่ที่น่าจะขาย ได้พอสมควรเมื่อพรรคการเมืองใหญ่ที่ไม่สามารถสร้างคะแนนปาร์ตี้ลิสต์อย่างที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกระจายออกไปเป็น “พรรคนอมินี”พูดง่ายๆว่า “เอาแม้ว-ไม่เอาตู่”...ว่างั้นเถอะ.“สายล่อฟ้า”