ก่อนที่จะมาคุยกัน แต่งตั้ง‘ผู้ว่าสตง.’“บิ๊กตู่” อยากเท่ยืนให้ข่าวแบบผู้นำในหนังฝรั่ง แขวะ “กลุ่มนิวบลัด” ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” น่าเชื่อถือไหม เสียงอ่อยหลัง กปปส.ล้มเกมตั้งพรรค ตีขิมรอดูนโยบายแต่ละพรรคก่อนร่วมวง สั่งจับตากัมพูชาเลือกตั้ง ส.ว. สมช. แจงเรื่องปกติ “มาร์ค” ปัดสั่งเช็กแถวอดีต ส.ส. เป็นเรื่อง “นิพิฏฐ์” ที่คุมโซนภาคใต้ “เต้น” แบะท่าตั้งพรรค นปช. มั่นใจพร้อมกว่ากลุ่มการเมืองอื่น “จ้อน” ฟุ้งหลายพรรครุมตอม ศาลฎีกาฯพิจารณานัดแรกคดี “ทักษิณ” เอื้อชินคอร์ป ออกหมายจับเพิ่มฐานเบี้ยวนัด เผยอีก 3 คดีรอคิวพิจารณาลับหลัง เจ้าตัวค้านใช้กฎหมายอาญาย้อนหลัง ครม.สัญจรทุ่มทุนดันแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่างหลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส. ประกาศชัดเจนว่าจะไม่จัดตั้งพรรคเมืองแน่นอนแล้วนั้น ล่าสุดนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. แบะท่าว่าการตั้งพรรคการเมืองไม่ยากสำหรับ นปช. ที่มีความพร้อมกว่าหลายกลุ่มการเมือง ที่มายื่นจดแจ้งชื่อจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)“บิ๊กตู่” จับเข่าถกภาคเอกชนเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 มี.ค. ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย ภาคเอกชนจาก จ.เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ครั้งที่ 2/2561 (ครม.สัญจร) ว่า ได้หารืองานด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ท่องเที่ยว การค้าส่ง-ค้าปลีก เพิ่มมูลค่าทางการค้า และการขนส่งจากอ่าวไทยไปอันดามัน กลุ่มภาคกลางตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนภาคและประเทศ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตร และภัยพิบัติธรรมชาติ และขอให้ติดตามการเลือกตั้ง ส.ว.ของกัมพูชาด้วยรับปากสางปัญหารวม 4 ด้านจากนั้นนายกฯรับฟังข้อเสนอ อาทิ ด้านการ บริหารจัดการน้ำ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการบริหารจัดการขยะ จ.สมุทรสาคร นายกฯเห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและลองสเตย์ และด้านการค้าการลงทุน และการค้าชายแดน โครงการนครแห่งครัวโลก โครงการยกระดับจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร ที่ยังมีปัญหาในขั้นตอนการปักปันเขตแดน อยากยืนให้ข่าวแบบหนังฝรั่งต่อมาเวลา 12.30 น. หลังการประชุม ครม.สัญจรเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินมาแถลงข่าวและมีการเอ่ยแซวผู้สื่อข่าวว่า “รอนานยัง ทานข้าวกันหมดแล้วใช่ไหม เคยดูหนังต่างประเทศที่เวลาเขาเล่นบทประธานาธิบดีของเขา ผู้นำประเทศที่เป็นประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีของเขา เวลาสัมภาษณ์สื่อเขาไม่ให้สื่อถาม แต่จะชี้ให้ไอ้นี่ถาม ไอ้นี่ถามแล้วก็ไปเลย เอายังงั้นดีไหม ไม่เอาเหรอ ฉันยกตัวอย่างเฉยๆ เพราะเขาเป็นประธานาธิบดีหรือเป็นนายกรัฐมนตรีเขาก็ทำได้ ก่อนจะตอบคำถามเธอ พูดเรื่องที่เป็นสาระก่อนก็แล้วกัน”กั๊กมีงบจำกัดให้ไม่ได้ทั้งหมดแถลงภายหลังการประชุม ครม.สัญจรว่า ที่ประชุมได้นำผลการหารือถึงปัญหาอุปสรรคความ ต้องการของพื้นที่ และรับเรื่องไว้พิจารณาดำเนินการต่อ แต่ไม่ใช่ขออะไรมาแล้วให้ได้เลย เพียงแต่อนุมัติในหลักการขั้นต้น เราต้องไปทุกจังหวัด ต้องทำความเจริญให้เกิดขึ้นทั้งประเทศ ครม.ได้พิจารณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง 4 จังหวัดที่ขอมา ต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาจัดลำดับความเร่งด่วนร่วมกัน อาทิ โครงการก่อสร้างถนนหลายเส้นทาง รถไฟทางคู่สายใต้นครปฐม-ชุมพร รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน เร่งรัดเปิดบริการขนส่งผู้โดยสาร สินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอรี่ข้ามอ่าวไทย โครงการขยายทางวิ่งสนามบินหัวหิน รวมถึงโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ประสบอุทกภัยปี 2560ชู “ไทยแลนด์ริเวียร่า” เที่ยวหรูนายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องการท่องเที่ยวที่ต้องเชื่อมโยงทั้ง จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง เพราะมีชายทะเล ป่าชายเลนที่สวยงามสมบูรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องร่วมมือกับท้องถิ่น และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำพื้นที่เป็น “ไทยแลนด์ริเวียร่า” แบบชายหาดของฝั่งตะวันตก สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวแถบยุโรปสนใจ และขอให้ติดตามท่องเที่ยวกันในวาระอันใกล้นี้เป็นช่วงสำคัญทางประวัติศาสตร์ 150 ปี ปรากฏการณ์สุริยุปราคาซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2411 ด้วยแซะ “นิวบลัด” น่าเชื่อถือไหมผู้สื่อข่าวถามว่า มีกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ป จะตั้งพรรคการเมืองร่วมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฎหมายกลุ่มนิติราษฎร์ เพื่อสู้กับกลุ่มการเมืองที่สนับสนุน คสช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขอให้ตั้งไปเถอะ ตั้งขึ้นมาแล้วอยู่ที่ประชาชนจะเลือกหรือไม่ ขอให้ประชาชนพิจารณาในท่าทีและนโยบายว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ประชาชนจะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของประชาชน เคยเตือนแล้วว่าต้องเลือกให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล เสียงอ่อย กปปส.ไม่ตั้งพรรคเมื่อถามว่ากลุ่ม กปปส.ที่เคยประกาศจะตั้งพรรคสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัย ยืนยันจะไม่ตั้งพรรคแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เคยบอกแล้วไม่ว่ากลุ่มใดที่จะสนับสนุนตน ต้องขอบคุณเท่านั้นเองทำอย่างอื่นไม่ได้ ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลจะรักใครชอบใครก็แล้วแต่ ส่วนจะได้หรือไม่ ยังไม่รู้ “เพราะผมเองยังไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ไปอย่างไร ยังไม่เห็นมีใครมาติดต่อผมเลย เห็นแต่พูดกันผ่านสื่อเท่านั้น แล้วถ้าขอมาผมจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ อย่าโจมตีผมนักเลย ให้เวลาทำงานเถอะ ปัญหามีมากมาย พรรคการเมืองเสนอผมได้เพียงพรรคเดียวเท่านั้น วันนี้ยังไม่รู้เลย ไปยังไม่ถึงตรงนั้น ยังปลดล็อกไม่ได้เลย”ตีขิมรอดูนโยบายแต่ละพรรคเมื่อถามว่าถ้ามีพรรคติดต่อมา จะใช้หลักการ อะไรพิจารณาเลือกพรรคที่สนับสนุนเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าใช้คำว่าถ้า วันนี้ยังไม่รู้ ต้องดูนโยบายแต่ละคนแต่ละพรรค ต้องคิดแบบ ประชาชน ต้องดูทั้งนโยบายพรรค คนที่อยู่ในพรรคเป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม รอบรู้แค่ไหน การเป็นรัฐบาลไม่ใช่เป็นแค่ ส.ส. ที่ไปรับฟังเสียงจากชาวบ้านแล้วยื่นขออนุมัติโครงการจากรัฐบาล แต่ทุกคนต้องรู้ระบบงบประมาณว่าเงินจะมาจากไหน รายรับรายจ่ายมาจากไหน ไม่ใช่คิดแต่รายจ่ายอย่างเดียว ต้องหาเงินด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อย ปละละเลย ปล่อยให้คนทำผิดกฎหมายและได้เงินไปมากพอสมควรตั้งเงื่อนไขคุยกับนักการเมืองพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฝากถึงตัวแทนพรรค การเมือง เมื่อถึงเวลาจะเชิญตัวแทนพรรคมาพูดคุยถึงเรื่องการจัดทำงบประมาณ และอื่นๆ เพื่อช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง ยืนยันว่าไม่ได้ไปอะไรกับใคร แต่เพื่อเข้าใจตรงกันว่าการจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ต้องเข้าใจถึงระบบงบประมาณ การจัดทำแผนโครงการยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท ไม่ใช่เรียกมาคุยเพื่อกำหนดว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ แล้วกลับบ้าน ต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อนว่าต้องทำอย่างไร ขอให้เตรียมการให้ดี เมื่อถามถึงผลโพลต่างๆ พบว่าคะแนนนิยมรัฐบาลลดลง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เดี๋ยวลงเดี๋ยวขึ้น ไปสนใจตรงนี้มากๆ ก็ไม่ต้องทำงานกันแล้ว ถ้าโพลคะแนนนิยมตก แสดงว่าเราทำงานได้ผล เพราะต้องแก้ไขปัญหา ยืนยันการทำงานวันนี้ไม่ได้ทำด้วยโพลหรือคะแนน นิยม แต่ทำด้วยข้อเท็จจริงขออย่าวิจารณ์เขมรเลือก ส.ว.เมื่อถามถึงกรณีสั่งให้ติดตามปัญหาการเลือกตั้ง ส.ว.ของกัมพูชา มีข้อกังวลในประเด็นใด นายกฯตอบว่า ขอให้ติดตามสถานการณ์การเมืองต่างประเทศ ใครจะเป็นประธานาธิบดี หรือจะเป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้ติดตามด้วย แต่อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เขามากนัก ด้วยมารยาทเราไม่ควรไปวิจารณ์ แต่เราควรดูแลสถานการณ์ในบ้านเราให้ที่ดีที่สุด เพื่อให้เขาไว้วางใจสมช.แจงสั่งจับตาเรื่องปกติพล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ตามคำสั่งนายกฯต้องดูว่าการเลือกตั้งกัมพูชาจะเป็นอย่างไร เพราะปกติเวลาประเทศเพื่อนบ้านจัดการเลือกตั้ง เราต้องจับตาดูว่าจะมีผลกระทบอะไรกับประเทศเราหรือไม่ รวมถึงเมื่อเลือกตั้ง ส.ส.แล้วจะได้รัฐบาลอย่างไร ผลเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องนำมาพิจารณา เนื่องจากเวลามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะมีผลต่อนโยบายของประเทศนั้น “มาร์ค” ปัดสั่งเช็กแถวอดีต ส.ส.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศให้อดีต ส.ส.ภาคใต้แสดงตัวตนภายในวันที่ 9 มี.ค. ว่าอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปหรือไม่ ว่า ไม่ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้ เป็นเรื่องของนายนิพิฏฐ์ในฐานะรองหัวหน้าพรรครับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อม ไม่เกี่ยวกับตน ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้ตรวจสอบยืนยันตัวตนอดีต ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ ยืนยันว่าภายในพรรคยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆจากอดีต ส.ส. ขอให้รอดูความชัดเจนในช่วงวันที่ 30 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. หลัง คสช. เปิดให้พรรคการเมืองเก่าตรวจสอบสถานะและสำรวจอัพเดตสมาชิกพรรค จึงจะมีความชัดเจนเกิดขึ้น เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงเจตนาจะลาออก“จ้อน” ฟุ้งหลายพรรครุมตอมด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวระบุว่าเตรียมจัดตั้งพรรคใหม่ ดึงบุคคลสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมทีม ว่า ขอปฏิเสธ ยังไม่มีการดำเนินการจัดตั้งพรรคใหม่ตามที่เป็นข่าว หรือจะไปอยู่พรรคใด แต่ยอมรับว่ามีทั้งพรรคเก่าและใหม่ และกลุ่มที่กำลังจะตั้งพรรค อย่างน้อย 3 พรรคมาทาบทามให้ไปเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเห็นว่ามีประสบการณ์การเมืองกว่า 25 ปี เคยเป็นทั้งรัฐมนตรี ส.ส. เป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปประเทศ เป็นกลาง คุยกับทุกฝ่ายได้ น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องการความสมานฉันท์ปรองดอง แต่ขอเวลาตัดสินใจว่า จะกลับสู่การเมืองอีกครั้งหรือไม่ เพราะเคยประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว ส่วนการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายกฯแสดงความมุ่งมั่นจะคืนประชาธิปไตยให้มีการเลือกตั้งตามที่ประกาศไว้ “เต้น” แบะท่าตั้งพรรค นปช.ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถ้าดูจากที่มีผู้แสดงตัวแล้วกว่า 40 รายชื่อ การตั้งพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ นปช. และมั่นใจว่ามีความพร้อมไม่น้อยกว่าหลายกลุ่มขณะนี้ เพียงแต่โจทย์เฉพาะหน้าสำหรับองค์กรที่ยืนในสนามการต่อสู้มากว่า 10 ปี คือการสรุปบทเรียน หลักการเบื้องต้นสำหรับ นปช. คือ เป็นมิตรและแนวร่วมกับทุกกลุ่มทุกพรรค ที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ไม่ยอมรับนายกฯคนนอก และการสืบทอดอำนาจส่วนความชัดเจนในสนามเลือกตั้ง ยังมีเวลาอยู่ ส่วนตัวยังเชื่อว่าพรรค กปปส.จะเกิดขึ้น และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะมีบทบาทสำคัญอยู่เบื้องหลังแน่ มาถึงขั้นนี้ไม่มีอะไรต้องเหนียม ประชาชนรู้ทันหมดแล้ว ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยฟันธงว่าจะไม่จับมือกับ คสช. สนับสนุนนายกฯคนนอก ดังนั้นอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์คือร่วมสืบทอดอำนาจเผด็จการหรือไม่ หลังเลือกตั้งเชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนว่าใครเป็นใครกลุ่มหนุน “บิ๊กตู่” โผล่อีกพรรคผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังเปิดให้กลุ่มการเมืองเข้าจดจองชื่อจัดตั้งพรรคการเมือง เป็นวันที่ 3 ตลอดทั้งวันมีเพียง 2 กลุ่มการเมืองประกอบด้วย กลุ่มไทยธรรม นำโดยนายอโณทัย ดวงดารา และพรรคพลังแรงงานไทย นำโดยนายพิเชษฐ์ ภูแก้ว มาขอยื่นเรื่องเป็นลำดับที่ 45 และ 46 ตามลำดับ นายอโณทัยกล่าวว่า พรรคไทยธรรม ประกอบด้วยหมอและนักวิชาการ รวมถึงนายทหาร มั่นใจว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.อย่างน้อย 3 คน พร้อมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ด้วยเหตุผลจากผลงานบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. เช่นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นต้น“วิษณุ” ขออย่าทิฐิดื้อรั้นกันนักนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. หลังผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ในวันที่ 8 มี.ค.ว่า ถ้า สนช.โหวตผ่าน หากกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย สามารถส่ง ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ในนาม สนช. โดยเข้าชื่อเพียง 1 ใน 10 ส่วนจะทำให้กฎหมายล่าช้าออกไปหรือไม่ ไม่ทราบ แต่อย่าให้ใครนำไปอ้างเรื่องคว่ำร่างกฎหมายดังกล่าว เพราะไม่ใช่ความประสงค์ของรัฐบาล เป็นเรื่องของ สนช. เชื่อว่าเขาพยายามรอมชอมกันอยู่ ถอยนิดถอยหน่อยไม่ต้องมีทิฐิมานะต่อกัน จะดื้อรั้นอะไรกันนัก ยังเชื่อว่าจะราบรื่นร้องผู้ตรวจฯ คำสั่ง คสช.ขัด รธน.ช่วงเช้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง (MBK39) ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายประจักษ์ธรรม โรจนะภิรมย์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 โดยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้างกว่า 400 คนแล้ว และยังขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 6 มาตรา โดยเฉพาะมาตรา 44 น.ส.ณัฎฐากล่าวว่า ก่อนหน้า ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำของ พนักงานสอบสวนขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแล้ว จึงมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถพึ่งได้ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สั่งการให้พนักงานสอบสวนยุติการดำเนินคดี รวมทั้งขอให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคำสั่งของ คสช.ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ศาลฎีกาฯพิจารณาเอื้อชินคอร์ปวันเดียวกันเวลา 09.30 น.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายไพโรจน์ วายุภาพ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน พิจารณาคดีแปลงสัมปทานกิจการโทรคมนาคมครั้งแรก ภายหลังนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด โจทก์ มอบอำนาจให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษยื่นคำร้องวันที่ 21 พ.ย.60 ขอให้ศาลพิจารณานำคดีที่ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 4 มาตรา 100 มาตรา 122 กรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เป็นภาษีสรรพาสามิต ด้วยการตรา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2551หมายจับเพิ่ม “ทักษิณ” เบี้ยวคดีนี้เคยถูกจำหน่ายออกจากสารบบความชั่วคราว เพราะตัวจำเลยหลบหนีคดี แต่ศาลนำมา พิจารณาคดี ตามกระบวนพิจารณามาตรา 28 พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่าเมื่อสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว จำเลยไม่มาศาลและได้ออกหมายจับแล้ว ถ้าไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือนนับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่านัดพิจารณาคดีครั้งแรกอัยการโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบ แต่ไม่เดินทางมาและไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนนัดพิจารณาคดี ให้ออกหมายจับจำเลย ให้อัยการ โจทก์ติดตามดำเนินการจับกุมจำเลยและรายงานให้ศาลทราบทุกๆ 1 เดือน นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 10 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น. และให้แจ้งนัดให้จำเลยทราบ ตามที่อยู่ทะเบียนราษฎรที่แจ้งไว้ย่านจรัญสนิทวงศ์ 3 คดีรอคิวพิจารณาลับหลังมีรายงานว่า สำหรับหมายจับให้มาฟังพิจารณาคดีที่ศาลออกให้ เป็นหมายจับที่ออกใหม่ เนื่องจากเป็นการเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายใหม่ โดยที่หมายจับใบเดิมในคดีนี้ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกและยังไม่ถือว่าหมดอายุความ ทั้งนี้ นอกจากคดีดังกล่าวแล้ว ยังมีคดีที่อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์ยื่นฟ้องคดี และยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีลับหลังจำเลยตาม วิ.อม.ใหม่ อีก 3 สำนวน ประกอบด้วย คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย คดีทุจริตการปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์และคดีหวยบนดินค้านใช้กฎหมายอาญาย้อนหลังด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ออกหมายจับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังไม่ปรากฏตัวในศาล ในคดีเปลี่ยนแปลงสัมปทานรัฐ เอื้อประโยชน์บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นฯ ว่า ทราบจากอดีตทีมทนายความของนายทักษิณ ว่านายทักษิณยังไม่แต่งทีมทนายในคดีนี้ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับหลักใช้กฎหมายอาญาย้อนหลังปรับลดโทษ พ.ร.ก.ต่างด้าวที่โรงแรมดุสิตธานี จ.เพชรบุรี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ที่ถูกท้วงติงว่ามีโทษรุนแรงจนต้องใช้มาตรา 44 พักการบังคับใช้ 4 มาตรา ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยให้ปรับแก้การกำหนดโทษแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาต จากเดิมจำคุก 5 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาท โดยตัดโทษจำคุกออก เหลือเพียงโทษปรับ 5 พันถึง 5 หมื่นบาท ส่วนโทษนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จากเดิมปรับตั้งแต่ 4 แสนถึง 8 แสนบาท ต่อแรงงานต่างด้าว 1 คน เหลือ 1 หมื่นถึง 1 แสนบาทต่อคน ถ้าใครทำผิดซ้ำจะจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5 หมื่นถึง 2 แสนบาท และห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี ขณะเดียวกัน ห้ามนายจ้างเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานต่างด้าว ยกเว้นค่าตรวจสุขภาพ ใบอนุญาต และค่าหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ การเก็บหนังสือเดินทางและใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวต้องได้รับการยินยอม อีกทั้งในบทเฉพาะกาลกำหนดมิให้นำมาตราที่ถูกพักการบังคับใช้ มาบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่ 1 ก.ค.2561ทุ่ม 5 พันล้านใส่กองทุนสุขภาพพล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายจัดบริการสาธารณสุขปีงบฯ ปี 61 วงเงิน 5,186.13 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 รายการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายบริการสำหรับผู้ป่วยในภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 4,186.13 ล้านบาท และค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข 1,000 ล้านบาทในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ นายกฯ ขอสื่อมวลชนช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน รู้ว่าชื่นชมหลักการประกันสุขภาพ แต่ลืมคิดใช้งบฯ เพิ่มสูงขึ้นทุกปีและปี 2563 คาดว่าจะใช้ถึง 207,000 ล้านบาท หลายประเทศเพิ่มงบฯ โครงการนี้ต่อเนื่องจนตอนนี้เจ๊งไปแล้ว เปลี่ยนมาสนับสนุนเฉพาะบางโรค แต่ขณะนี้รัฐบาลยืนยันยังไม่ยกเลิก และไม่มีนโยบายเก็บภาษีเพิ่ม“ปิยะสกล” คุมเข้มพิษสุนัขบ้าอีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในภาคอีสานว่า วันนี้รัฐบาลพยายามทำเต็มที่และให้ความสนใจเป็นพิเศษ นำแนวทางในการขับเคลื่อนสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดภาพรวมอยู่ระดับเดียวกันกับปี 60 แต่ปีนี้ควบคุมดีขึ้น สามารถควบคุมได้ โดยวางมาตรการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ารัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดที่พบการแพร่ระบาด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดบี้รัฐสร้างกลไกปกป้องสตรีที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นางธนวดี ท่าจีน ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง พร้อมด้วยมูลนิธิชุมชนไทย มูลนิธิพิทักษ์สตรี และเครือข่ายสตรี 4 ภาค ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เรียกร้องต่อรัฐบาล 10 ข้อ เนื่องในวันที่ 8 มี.ค.เป็นวันสตรีสากล อาทิ รัฐต้องไม่ทิ้งผู้หญิงไว้ข้างหลัง ยกระดับในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย ยกระดับองค์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว สตรีที่ถูกกระทำความรุนแรงหรือละเมิดทางเพศให้ได้รับความคุ้มครองภายใน 5 นาที โดยกลุ่มองค์กรที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ แต่งตั้งผู้หญิงเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้รัฐทบทวนและยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและการทำเหมืองแร่ทองคำใกล้เขตชุมชน เพื่อปกป้องสุขภาพผู้หญิง ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เนื่องจากมีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้หญิงผงะ 7 ขวบติดพนันออนไลน์ขณะที่นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ร่วมกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และตัวแทนเยาวชนเหยื่อพนันบอล กว่า 30 คน ยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาพนันออนไลน์ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาการพนันทายผลฟุตบอลโลกปี 2018 แนวโน้มมีผู้เข้าสู่การพนันออนไลน์สูงกว่าร้อยละ 20 ต่อปี จากผลสำรวจสถานการณ์การเล่นการพนันในสังคมไทยปี 2560 พบว่า มีนักพนันฟุตบอลเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านคน เป็น 2.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ 5 แสนคน เป็นนักพนันฟุตบอลหน้าใหม่ และพบอายุน้อยสุดคือ 7 ขวบ และในจำนวนนี้เป็นเยาวชนติดพนันกว่า 207,000 คนโปรดเกล้าฯ “ประจักษ์” ผู้ว่า สตง.ต่อมาช่วงค่ำ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ แต่งตั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 241 และมาตรา 279 ประกอบคำสั่ง คสช.ที่ 23/2560 ข้อ 17 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายประจักษ์ บุญยัง เป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 27 ก.พ.2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.