ในช่วงเวลาไม่ถึง 20 ปี ได้มีนวัตกรรมด้านต่างๆเกิด-ดับไปหลายประเภท โดยเฉพาะสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในกลุ่มสื่อ อาทิ เครื่องเสียง โทรทัศน์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้นเชื่อว่าคนรุ่นใหม่หลายคน ไม่รู้จักเครื่องเล่นวีดิโอ เทปคาสเซต แม้แต่เครื่องเล่น cd vcd mp3 mp4อันนี้มิพักต้องกล่าวถึง เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นเทปม้วนใหญ่ๆ หรือลำโพงฮอร์นการเปลี่ยนผ่านยุคของนวัตกรรมเหล่านี้ มาเร็ว เคลมเร็วจนน่ากลัวเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ซึ่งเท่ระเบิดเมื่อสิบปีก่อน มาวันนี้...หากใครหิ้วโน้ตบุ๊กติดตัวคงจะถูกมองด้วยสายตาแปลกๆโทรทัศน์สีจอสี่เหลี่ยมรูปลักษณ์เทอะทะ แทบไม่มีวางขาย โทรทัศน์ขาวดำ วิทยุทรานซิสเตอร์ มีให้ชมได้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ไม่กี่ปีมานี้ ตามตลาดนัดจะอุดมไปด้วยแผงขาย cd vcd mp ต่างๆ วันนี้ล้มหาย ตายจากไปเรียบร้อยความจริงนวัตกรรมพวกนั้นอาการร่อแร่ ตั้งแต่มี sd card เข้ามา และดับสนิทเมื่อถึงยุคสมาร์ทโฟนครองเมืองค่ายเพลงต่างๆทยอยปิดตัวเอง หรือเปลี่ยนไลน์การผลิตการนำเสนอนักร้องดังๆ ไม่ได้วัดกันด้วยยอดจำหน่ายว่าขายได้กี่ล้านแผ่นเหมือนแต่ก่อนแต่วัดกันด้วยยอดวิวที่เปิดชมในสมาร์ทโฟน และต้องร้อยล้านวิวขึ้นไป จึงจะถือว่าดังขั้นเทพทฤษฎีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางชีววิทยา จึงควรนำมาใช้ในเชิงธุรกิจการบันเทิง การสื่อสาร แม้แต่การเมืองผู้ที่ปราดเปรียว ประยุกต์ แปลงวิกฤติให้เป็นโอกาส จะเป็นผู้ที่อยู่รอดได้ในยุคคลื่นลูกที่ห้าที่หกอย่างทุกวันนี้ทุกๆวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการโทรทัศน์หรือวงการใด จะต้องปรับตัว ปรับสี ปรับอุณหภูมิ จึงจะอยู่รอดได้ผู้ที่ไม่ปรับตัวก็จะกลายเป็นนวัตกรรมไดโนเสาร์ รอวันล้มหายตายจาก ไปกับกาลเวลา...“สันติพงษ์ นาคประดา”"แจ๋วริมจอ"jaewrimjor@gmail.com