ในฉบับวันจันทร์ ผมได้เขียนเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ “คิดริเริ่ม” สร้าง “เส้นทางสายไหมไทยแห่งศตวรรษที่ 21” หรือ Thai Silk Road เลียนแบบ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน” เพื่อเชื่อมโยง 6 ประเทศใน กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เข้าด้วยกัน ทั้ง เส้นทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ เพราะโดยสภาพภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคนี้อยู่แล้ววันนี้ผมขอแก้ไขชื่อภาษาอังกฤษนิดหน่อย จาก Thai Silk Road เป็น Thailand Silk Road เพื่อให้สื่อความหมายที่ชัดเจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในเวทีสัมมนากับนักธุรกิจญี่ปุ่นวันก่อน ระหว่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กับ นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ญี่ปุ่น ดร.สมคิด ได้กล่าวถึง อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ว่า เป็นห่วงโซ่สำคัญของเอเชีย และ ไทยเป็นศูนย์กลางโดยที่ตั้ง แม้แต่ One Belt One Road เส้นทางสายไหมจีน ก็ต้องผ่านไทยทุกเส้นทางดร.สมคิด กล่าวว่า การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก อีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์ ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเชื่อมถึงกันทางบก อินเดีย ศรีลังกา ก็กำลังเชื่อมกับอาเซียนผ่านทางนี้ เมื่อลากเส้นตะวันออกสู่ตะวันตก ศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศไทยแน่นอน เรามีบางสิ่งที่ประเทศอื่นไม่มี ไทยจะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงญี่ปุ่นไปสู่อาเซียน โดยการลงทุนระบบราง เส้นทางอีสต์-เวสต์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ จาก เวียดนาม ผ่าน ลาว ไทย เมียนมา ต่อไปยัง อินเดียงานนี้ “ผม” กับ “ดร.สมคิด” คิดตรงกัน เส้นทางรถไฟอีสต์-เวสต์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ เป็นหนึ่งในเส้นทางเครือข่าย เส้นทางสายไหมไทยแห่งศตวรรษที่ 21 Thailand Silk Road ที่ผมเขียนเสนอไปวันก่อนเส้นทางสายไหมไทย ที่ผมเสนอ เป็นทางรถไฟขนาด 1 เมตรตะวันออกเริ่มจาก กรุงเทพฯ ไปยัง กรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ต่อไปยัง นครโฮจิมินห์ซิตี้ ของเวียดนาม ขึ้นเหนือยัง กรุงฮานอย ต่อไปยัง มณฑลยูนนาน มณฑลกวางสี ตอนใต้ของจีน ทิศตะวันตก ก็ผ่าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ข้ามไปยัง เมืองเมาะลำเลิง เมียนมา ไปออกทะเลอันดามันThailand Silk Road จะเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด เป็นทางรถไฟขนาด 1 เมตร ใช้เงินลงทุนน้อย เมื่อเทียบกับรถไฟความเร็วสูงจีนขนาดราง 1.435 เมตร ทุกประเทศในจีเอ็มเอส ยกเว้นจีน ใช้รางรถไฟขนาด 1 เมตร เมื่อสร้างเสร็จ ไทยจะเป็นศูนย์กลาง ใน กลุ่มประเทศจีเอ็มเอส อย่างแท้จริง เชื่อมโยงทั้งการค้าและการท่องเที่ยวครบวงจรเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เชื่อมโยงประชากรกว่า 326 ล้านคน โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญไทยจะได้ประโยชน์ถึง 2 เด้ง จาก เส้นทางสายไหมไทย และ เส้นทางสายไหมจีน พร้อมกันสองเส้นทางตามแผนความร่วมมือ GMS มีเส้นทางคมนาคมอยู่ 2 เส้นทางที่ต้องผ่านไทย ซึ่งผมเห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ควรริเริ่มเป็น เส้นทางสายไหมไทย (Thailand Silk Road) คือ เส้นทางแรกอีสต์-เวสต์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ จาก เมืองเมาะลำเลิง ในเมียนมา เข้าไทยทาง แม่สอด จังหวัดตาก ผ่านเมืองสำคัญ พิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร เข้า ลาว ทาง สุวรรณเขต ไปสิ้นสุดใน เวียดนาม ที่ เมืองดองฮา เว้ และ ดานัง เชื่อม ทะเลอันดามัน กับ ทะเลจีนใต้ เข้าด้วยกันกับอีกเส้นทางจาก เมืองทวาย ในเมียนมา ผ่าน กาญจนบุรี กรุงเทพฯ อรัญประเทศ เข้า เมืองเสียมราฐ ในกัมพูชา ไปออกทะเลจีนใต้ที่ เวียดนามเส้นทางสายไหมไทย Thailand Silk Road ผมว่าคุ้มค่ากับไทยมากกว่า เส้นทางสายไหมจีน การลงทุนก็ถูกกว่าเยอะ ถนน สะพาน ทางรถไฟ ส่วนใหญ่ก็มีอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลไทยทำตัวเป็นพี่เบิ้ม เป็นผู้นำการลงทุนในเส้นทางสายนี้ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมคิดว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์มหาศาลในอนาคตอย่างแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”