เกิดอะไรขึ้น แล้วจะแก้อย่างไรจากการที่สถาบันพระปกเกล้าได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนจนทำให้เป็นที่ฮือฮากว่าผลโพลจากสำนักต่างๆเพราะอะไร...คำตอบก็คือความเห็นของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคนตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันผมไม่รู้ว่าสื่อสารกันอย่างไรจนเกิดปัญหาขึ้นมาลงท้ายก็โทษว่า “สื่อ” คือตัวปัญหาถ่ายทอดประเด็นไม่ถูกต้องเอง หรือมีทัศนคติที่เอนเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่งทำให้เกิดปัญหาลองเรียบเรียงไปสู่ข้อเท็จจริงเพื่อหาคำตอบได้ความว่าคะแนนนิยมของนายกฯแต่ละคนนั้นล้วนมีขึ้นมีลงในขณะที่ดำรงตำแหน่งแต่ละปี แต่ละสมัยไม่ได้หมายความว่ายืดยาว 15 ปีอย่างที่เข้าใจกันอย่างกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ความนิยมนั้นมีขึ้นมีลงหาใช่ว่าคะแนนนิยมจะคงที่อยู่ที่ 92.9% อยู่ตลอดจนไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นปี 2549 ได้คะแนนนิยม 82.8%ปี 2550 ได้คะแนนนิยม 92.9%จากนั้นก็ตกลงมาเรื่อยๆเหลือ 83.0% จนมาถึง 71.5% ในปี 2550นั่นเป็นสถิติที่วัดจากการบริหารประเทศว่าได้สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน นั่นเป็นเรื่องของแต่ละคนไม่ได้หมายความว่า 15 ปีที่ผ่านมาเด่นเป็นสง่าอย่างนั้นอย่างกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ก็เช่นเดียวกันความนิยมมีขึ้นมีลงไม่ต่างกันปี 2554 ได้คะแนน 87.5%จากนั้นก็คะแนนลดลงเหลือ 84.8%และลดลงเหลือ 74.6%นั่นแหละคือคำตอบจากความเห็นและความรู้สึกของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะการดำรงอยู่ของชีวิตและวิถีที่เป็นความเป็นจริงที่บอกให้นายกฯและผู้รับผิดชอบได้รับรู้เป็นความจริงที่ผู้บริหารประเทศจะต้องรับรู้และแก้ไขไม่ใช่โกรธเคืองหรือไปโทษอะไรที่ไม่ใช่ปมปัญหาวันนี้ที่เป็นปัญหาของประเทศจากความรู้สึกของประชาชน ผ่านสำนักโพลต่างๆ คืออะไร ไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่ใช่พรรคไหนจะชนะการเลือกตั้ง ไม่ใช่ใครจะเป็นนายกฯแต่ปัญหาปากท้องคือเรื่องใหญ่และกล้าบอกให้รัฐบาลได้รับรู้ไม่สนใจว่าจะเป็นพวกไหน พรรคอะไร สีเสื้อไหน แต่เป็นความจริงที่ดำรงอยู่ที่ต้องการให้รัฐบาลได้รับรู้แล้วไปแก้ไขที่นำเรื่องนี้มากล่าวถึงก็เพื่อไม่ให้คนที่เป็นผู้นำประเทศไปคิด หรือไม่กังวลในเรื่องราวนี้จนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจจนลืมไปว่าแล้วความเป็นจริงนั้นมันคืออะไร?ว่าที่จริงแล้วเรื่องทำนองนี้ต่างก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร เพียงแต่ว่าจะยอมรับความจริงหรือเปล่าหากรู้แล้วแก้ไขปรับเปลี่ยนใหม่ก็ไม่ต้องไปวิตกกังวล เท่ากับว่ารู้ปัญหาและยอมรับความเป็นจริงเรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แหละ...“สายล่อฟ้า”