ทีมงานซอกแซกได้รับหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก เล่มหนาพอสมควรเล่มหนึ่ง จากคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช หรือ “บุญเลิศ ช้างใหญ่” อดีตนักข่าวและนักเขียนของหนังสือพิมพ์มติชน ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ เขียนหนังสือ จัดรายการวิทยุ จัดรายการโทรทัศน์ และสอนหนังสือในคณะนิเทศศาสตร์ฯลฯชื่อหนังสือเต็มๆก็คือ “ไพบูลย์ บุตรขัน”--อัจฉริยะคีตกวีลูกทุ่ง ผู้อาภัพ (ภาคสมบูรณ์) รวบรวมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ครู ไพบูลย์ บุตรขัน ตลอดจนเนื้อเพลงและเบื้องหลังของการแต่งในแต่ละเพลงของครูไว้อย่างครบถ้วนคุณบุญเลิศแจ้งให้ทราบด้วยว่า หนังสือเล่มนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันอังคารที่ 29 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ณ วัดสำแล อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี อันเป็นวัดที่บรรจุอัฐิของครูไพบูลย์ และอยู่ไม่ไกลนักจากบ้านเกิดของคีตกวีลูกทุ่ง ที่ลูกหลานยังรักษาไว้เป็นอนุสรณ์กิจกรรมสำคัญในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่วัดสำแล จะเริ่มด้วยการเลี้ยงพระเพลอุทิศส่วนกุศลแก่ครูไพบูลย์ ดังเช่นที่ลูกหลานและลูกศิษย์ทั้งหลายได้ร่วมกันดำเนินการมาหลายปีแล้ว หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ได้แก่ คุณ สุริยะ บุตรขัน หลานชายแท้ๆของครูสำหรับปีนี้จะมีกิจกรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการประชุมหารือที่จะนำไปสู่การตกแต่งปรับปรุงให้ “บ้านคีตกวีลูกทุ่ง” ของครูที่ท้องคุ้งเป็นเสมือนหนึ่งพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับเพลงลูกทุ่ง และเพื่อสืบสานเพลงลูกทุ่งแท้ๆให้ยั่งยืนสืบต่อไปรวมทั้งจะหารือเตรียมจัดงานเพื่อรำลึกถึงครูไพบูลย์ ในวาระครบ 100 ปีชาตกาลของท่านที่จะมาถึงในปีหน้าคือ วันที่ 4 กันยายน 2561เนื่องเพราะครูไพบูลย์เกิดเมื่อ 4 กันยายน 2461 ปีนี้ จึงเป็นปีที่ 99 และปีหน้าจึงจะเป็นปีครบ 100 ดังกล่าวนอกจากจะจัดงาน 100 ปีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แล้ว บรรดาลูกศิษย์ลูกหายังจะเตรียมการเสนอ ชื่อประวัติและผลงานของครูไพบูลย์ บุตรขัน ในฐานะบุคคลทางประวัติศาสตร์ของไทย เพื่อให้ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ด้านประพันธ์เพลงลูกทุ่ง จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ควบคู่กันไปด้วยจากนั้น จึงจะมีการเปิดตัวและแนะนำหนังสือว่าด้วยชีวิตและผลงานของครู เล่มที่คุณ บุญเลิศ ช้างใหญ่ รวบรวมขึ้นใหม่ และส่งมาให้ทีมงานซอกแซก ดังที่เกริ่นไว้ตอนต้นทีมงานซอกแซกขอถือโอกาสนี้เชิญชวนญาติมิตร ลูกศิษย์ลูกหา และผู้ที่ชื่นชอบในเสียงเพลงที่ประพันธ์จากมันสมองอัจฉริยะของครูไพบูลย์ไปร่วมงานกันด้วย เช่นเดียวกับปีก่อนๆสำหรับหนังสือเล่มที่คุณบุญเลิศส่งมาให้นั้น หัวหน้าทีมซอกแซกเปิดอ่านรวดเดียวจบไปเรียบร้อย ขอชมเชยว่า รวบรวมเรื่องราวและเกร็ดเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทั้งที่เกี่ยวกับชีวิตของครู ไพบูลย์ บุตรขัน และเพลงดังๆต่างๆของครูเอาไว้อย่างละเอียดลออโดยส่วนตัวหัวหน้าทีมซอกแซกเองมีเพลงประทับใจตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้นอยู่ต่างจังหวัด 2-3 เพลง ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ทราบถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของแต่ละเพลงจากหนังสือเล่มนี้เพลงแรกที่ประทับใจหัวหน้าทีมมากที่สุดก็คือ “มนต์เมืองเหนือ” ขับร้องโดย สมยศ ทัศนพันธ์ เมื่อปี 2492 ที่ครูไพบูลย์ ยอมรับว่า แต่งบรรยายบรรยากาศของภาคเหนือโดยไม่เคยเที่ยวภาคเหนืออย่างทั่วถึงเลย เคยไปแค่ลำปางจังหวัดเดียวกับวงดนตรีลูกทุ่งวงหนึ่ง แต่สามารถบรรยายความงามรวมๆ ของภาคเหนือตอนบนเอาไว้ได้อย่างครบถ้วนอีกเพลงหนึ่งที่หัวหน้าทีมชอบและเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็ชอบเพลงนี้ และยังร้องกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้แก่ เพลง “ค่าน้ำนม” ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข ที่เริ่มด้วย “แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง” ประโยคสั้นๆง่ายๆ แต่ความหมายลึกซึ้งนักอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็ทำให้ทราบว่า ครูไพบูลย์ แต่งให้แก่แม่ของท่าน แม่ที่รักท่านมากที่สุด ดูแลปรนนิบัติท่านอย่างใกล้ชิด และไม่รังเกียจ รังงอนใดๆเลย แม้ว่าครูไพบูลย์จะเป็น “โรค” ที่ผู้คนทั่วไปรังเกียจในยุคนั้นเพลง “ค่าน้ำนม” ของครูไพบูลย์ ยังฮิตอยู่จนถึงวันนี้และเมื่อ “วันแม่” 12 สิงหาคมที่ผ่านมาหมาดๆ เราก็ยังได้ยินทั้งจากวิทยุหลายๆแห่ง และจากโรงเรียนเกือบทุกแห่งทั่วประเทศไทย ที่มีการจัดงาน “วันแม่แห่งชาติ”อีกเพลงหนึ่งของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ที่หัวหน้าทีมซอกแซกร้องได้และชื่นชอบตั้งแต่อยู่ต่างจังหวัดก็คือเพลง “กลิ่นโคลนสาบควาย”เพลงนี้ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข เช่นกัน หัวหน้าทีมซอกแซกฟังครั้งแรกจากหีบเสียงของเพื่อนบ้านข้างๆ ร้านที่อยู่อาศัยขณะเรียนหนังสือที่ปากน้ำโพ ยอมรับว่าขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัวและชอบเพลงนี้ทันที“กลิ่นโคลนสาบควาย” ออกวางขายสัปดาห์แรกได้ถึง 5,000 แผ่น ทั่วประเทศ ทั้งๆที่ราคาสูงถึงแผ่นละ 15 บาท และหนึ่งแผ่นในจำนวนนี้มาอยู่ที่บ้านข้างๆร้านที่หัวหน้าทีมพักอาศัยที่ปากน้ำโพนี่เองนอกจากเบื้องหลังของ 3 เพลงนี้แล้วยังมีเบื้องหลังของเพลงอื่นๆของครูอีกมากมายหลายเพลง รวมทั้งในยุคที่แต่งให้ ศรคีรี ศรีประจวบ และล่าสุดของล่าสุดคือเพลง “มนต์รักลูกทุ่ง” อมตะเพลงลูกทุ่ง ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยแม้จนบัดนี้ขอบคุณสำหรับหนังสือเล่มนี้ และขอบคุณสำหรับการรวบรวมเรียบเรียงข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นตำนานเพลงลูกทุ่ง และการสืบสานเพลงลูกทุ่งให้ยั่งยืนสืบไป.“ซูม”