จะแก้ไขปัญหา ต้องกล้าๆหน่อยการทุจริตคอร์รัปชันถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของประเทศนี้จนเปรียบเทียบว่าไม่ต่างไปจากมะเร็ง หลายรัฐบาลที่พังไปก็เพราะเรื่องนี้เป็นเหตุแม้จะมีกฎหมายหรือการสร้างกฎกติกาหลายอย่างด้วยหมายมั่นว่า “เอาให้อยู่” แต่ก็ยังมีช่องโหว่ช่องว่างให้เล็ดลอดไปจนได้ล่าสุด สนช.มีมติเห็นชอบ 2 ประเด็นสำคัญ1. นักการเมืองจากนี้ไปที่ถูกฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อถูกฟ้องต่อให้หลบหนีคดีไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนหรือต่างประเทศ ศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ตามปกติให้ทนายทำหน้าที่ต่อไปได้2. ระหว่างหลบหนีไม่ให้นับอายุความ ก็คือจะกี่ปีต่อกี่ปีก็ยังมีความผิดเจอตัวเมื่อไรก็จับได้ทันที เข้าคุกหรือดำเนินการระบบศาลต่อไปกลับมาวันไหนก็เริ่มต้นนับหนึ่งอายุความได้ทันทีมีเพิ่มเติมอีกนิดก็คือบทเฉพาะกาลที่ระบุว่าคดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ยึดโยงเข้ากับกฎหมายใหม่นี้ด้วยเหล่านี้เท่ากับว่าเพื่อเป็นการลดช่องโหว่ช่องว่างที่เป็นปัญหาไม่ให้สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ยิ่งนักการเมืองที่มีอำนาจ มีเงิน มีอิทธิพลมักจะเผ่นหนีเมื่อมีข้อมูลพบว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิดเข้าคุกเข้าตะรางว่าที่จริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นคุณต่อประเทศมากและคงไม่ได้หมายถึงว่าต้องการที่จะกลั่นแกล้งหรือมุ่งประสงค์ไปที่นักการเมืองคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องการสร้างระบบเพื่อป้องกันการหลบหนีคดีขณะเดียวกันก็เป็นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจน-คนรวยได้อีกด้วย เพราะคนจนนั้นไม่มีโอกาสหลบหนีไปได้ แต่จะต้องติดคุกหัวโตเท่านั้นที่แปลกใจก็คือมีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ อ้างว่าไม่เป็นธรรม สนช.ทำตัวเป็นตรายางคอยรับคำสั่งสนช.บางคนถึงกับจะส่งตีความเรื่องนี้ว่าไม่เป็นธรรม ละเลงกันไปใหญ่แต่นักการเมืองที่จะได้รับผลจากเรื่องนี้โดยตรงดูจะไม่ค่อยส่งเสียงออกมาต่อต้านอย่างที่ควรจะต้องเป็นเช่นนั้นนั่นคงเป็นเพราะพวกเขาคือปัญหา และเป็นปัญหาของพวกเขาที่จะต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง ขืนออกมายุ่งมากเดี๋ยวจะต้องเจอของแข็งถล่มใส่เข้าไปอีกเพราะทุกอย่างล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่น่าจะทำความเข้าใจกันได้ เมื่อมีโอกาสมีช่องทางที่จะสร้างกรอบการป้องกันควรจะยินดีร่วมกันด้วยซ้ำไปมีท่านรองอัยการสูงสุดได้ให้ความเห็นเอาไว้อย่างเขาท่าเข้าทางบอกว่า “เป็นการดัดหลังนักการเมืองมาเร็วเคลมไว”นั่นน่าจะเป็นคอมเมนต์ที่เข้าเป้าที่สุดเสียงที่ออกมาคัดค้านนั้นหลายคนเคยต่อสู้เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแบบเดินนำหน้าก็มีแต่พอหาทางป้องกันได้กลับมาทำเล่ห์ลิ้นชวนให้นึกถึงความเท่ที่แสดงออกและจุดยืนในเรื่องนี้ว่า “เกิดความสับสน”ในตัวตนหรือเปล่า?อยากแสดงตนเป็น “พระเอก” ก็ควรจะเล่นบทนี้ไปให้ตลอด ไม่ใช่จู่ๆกลับทำตัวเป็น “ผู้ร้าย” โดยนึกว่ายังเป็น “พระเอก” อยู่คนแบบนี้ก็มีด้วยครับ...“สายล่อฟ้า”