เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” ของ “แม่ลูกจันทร์” คอลัมน์ฮิตประจำหน้า 1 ไทยรัฐ ทำให้ทราบว่า ล่าสุดของล่าสุด กระทรวงการคลังได้ส่งบัญชีรายชื่อผู้ลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ 14 ล้านคน ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเสร็จแล้วพบว่าผู้ที่ไม่มีฐานะยากจน แต่ “มั่วนิ่ม” ไปลงทะเบียนคนจน หวังรับสวัสดิการสารพัดแจกจากรัฐบาลจำนวนมากถึง 7 แสนคนแถมยังตรวจเจอ “บัญชีผี” คือ มีรายชื่อแต่ไม่มีตัวคน เพราะใช้ชื่อคนตายไปลงทะเบียนแหกตาอีกกว่า 4 หมื่นรายทำให้จากยอด 14 ล้านคน กระทรวงการคลังสามารถตัดรายชื่อออกไปได้ 7.4 แสนคน ช่วยเซฟเงินหลวงที่จะต้องจ่ายได้อย่างมหาศาลส่วนผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งจะมี 13 ล้านคนเศษๆก็จะได้รับ “บัตรคนจน” ไปรูดปื๊ดภายในไม่เกิน 2 เดือนจากนี้ผมอ่านข้อเขียนชิ้นนี้แล้ว ก็อดนึกถึงข้อเขียนเก่าๆที่ผมเคยเขียนเตือนกระทรวงการคลังเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเสียมิได้ที่ผมบอกต้องระวังเอาไว้ว่าเมืองไทยเรานี้จะมีทั้งคน “ยากจน” และ “อยากจน” คือมีทั้งคนจนจริงๆกับคนที่จนไม่จริง แต่อยากจนหรือแกล้งจน เพื่อหวังสิทธิประโยชน์ในการช่วยเหลือต่างๆอยู่เสมอๆสมัยป๋าเปรมเป็นนายกฯ ทางสภาพัฒน์เคยจัดอันดับอำเภอยากจนทั่วประเทศ เพื่อจะดูว่ามีอำเภอยากจนต่ำกว่ามาตรฐานตามดัชนีที่ตั้งไว้กี่มากน้อย จะได้วางแผนช่วยเหลือถูกปรากฏว่า ตัวเลขออกมาประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนอำเภอใน พ.ศ.ดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่า สภาพัฒน์ที่ปรารถนาดีหวังแบ่งอำเภอยากจนออกมาจะได้ช่วยง่ายๆ กลับถูกสวดกระหึ่มจากจังหวัดและอำเภอที่ไม่ยากจนจากตัวเลขที่วัดทั่วประเทศหาว่าเอาตัวเลขอะไรมาวัด? วัดกันยังไง? ของอำเภอฉันยากจน ชัดๆ มาหาว่าไม่ยากจนมิไยสภาพัฒน์จะตอบไปว่า ก็เอาจากตัวเลขที่มีอยู่บนอำเภอของคุณนั่นแหละ คุณขึ้นกระดานไว้ว่า เรื่องเกษตรเป็นอย่างไร เรื่องอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร การศึกษาเป็นอย่างไร ฯลฯ ก็คัดลอกมาตรงๆไม่ได้ไปเอาตัวเลขที่ไหนมาเลยแต่อำเภอไม่ยากจนก็ยังไม่ยอม มีการร้องทุกข์ มีการอุทธรณ์ต่างๆ นานา จนเกิดคำพูดว่า “ไม่จน” แต่ “อยากจน” ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.นั้นซึ่งมองอีกมุมก็เป็นเรื่องที่ดี แสดงถึงความกระตือรือร้น อยากทำงานของนายอำเภอไม่จนในยุคโน้น เกรงว่าจะตกสำรวจ จึงต้องร้องขอมาเป็นอำเภอยากจนกับเขาบ้างผมก็เอาสำนวน “อยากจน” มาเล่าและบอกกระทรวงการคลังว่า ต้องตรวจสอบให้ดีๆ เพราะคราวนี้จะต้องมีคนอยากจนเข้ามากันเยอะยิ่งบอกว่าจะได้รับสิทธิ์ได้รับสวัสดิการโน่นนี่ด้วย จะต้องอยากจนกันมากขึ้นอย่างแน่นอนก็ต้องขอขอบคุณที่ได้มีการตรวจสอบและสามารถกลั่นกรองคัดคนไม่จนแต่อยากจนออกไปได้ถึง 7 แสนกว่าคน ดังที่กระทรวงการคลังแถลงลึกๆในใจผมยังเชื่อว่าอาจมีมากกว่านี้ เพราะให้กระทรวงมหาดไทย เป็นฝ่ายเช็ก หรือตรวจสอบ อาจจะมีการตกหล่นอีกได้...ในความคิดของผมน่าจะมีพวกมั่วนิ่มไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนแต่ก็เอาเถอะ สกัดได้ถึง 7 แสนกว่าคนก็ยังดี สามารถทุ่นเงินแจกฟรีจากภาษีของประชาชนด้วยกันเองไปได้เยอะเรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนไทยเราที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ที่คิดเอาเปรียบคนไทยและสังคมไทยยังมีอีกมาก จะต้องระมัดระวังกันต่อไปในทุกๆเรื่องอย่างที่เขาบอกว่า การพัฒนาประเทศไทยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่สังคมแย่ลงนั้นเป็นเรื่องจริงพอสมควรทีเดียวในแง่เศรษฐกิจทำท่าจะไป 4.0 กันแล้ว แต่ในแง่สังคมทำท่าจะถอยหลังไป 0.4 เสียก็ไม่รู้ เพราะยังเต็มไปด้วยคนขี้โกง คนคอร์รัปชัน คนทำผิดกฎหมาย คนเอาเปรียบสังคมและเพื่อนมนุษย์อื่นๆดูเถอะแม้แต่เงินที่รัฐบาลอยากจะช่วยคนจนจริงๆเท่านั้น ยังมีคนจนไม่จริงมาขอแบ่งปันถึง 7 แสนคน...ดีนะเนี่ยที่กระทรวงการคลังเขาจับไต๋ได้ซะก่อน...เฮ้อ!“ซูม”