ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา “ฤาษีโจเซฟ” เจ้าลัทธิอุบาทว์ ส่งตัวไปขึ้นศาลจังหวัดภูเขียว ญาติยื่น 5 หมื่นบาท ขอประกันตัวไป ขณะเดียวกันสั่งอายัดร่างสาวกทั้ง 11 ศพ ส่งตรวจดีเอ็นเอเป็นหลักฐาน พร้อมชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ญาติเผยเจ้าสำนักเพี้ยนออกจากบ้านตั้งแต่หนุ่ม จากนั้นไปบวชเณรบวชพระ ก่อนถอดจีวรมานุ่งห่มเป็นฤาษี ขณะที่ลูกชายของหนึ่งในสาวกแฉแม่บอกวิธีการหาเงินเข้าสำนัก ตำน้ำพริก ทำขนมขบเคี้ยว และทอดข้าวเกรียบขายสังคมสุดตะลึงกับลัทธิอุบาทว์ที่ไม่คิดว่าจะยัง มีอยู่ในประเทศไทย กรณีนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมทีมงานนำสื่อมวลชน บุกเพิงพัก กลางทุ่งสาธารณะบ้านกุดแคน หมู่ 2 ต.ดงกลาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หลังได้รับการร้องเรียนว่า ถูก อุปโลกน์เป็น“สำนักปฏิบัติธรรมอาศรมฤาษี” มีเจ้าสำนักชื่อนายทวี หนันลา อายุ 74 ปี หรือฤาษีโจเซฟ ตั้งตนเป็นเจ้าลัทธิพิสดาร นามว่า “พระเมตไตรยะ” หรือที่สาวกเรียกว่า “พระบิดา” รักษาโรคด้วยวิธีพิสดารชวนสะอิดสะเอียน ให้สาวกที่มีราว 30 คน ที่เลื่อมใสงมงาย ดื่มกินอึ ฉี่ ขี้ไคล น้ำลาย เสมหะ และสิ่งปฏิกูล จากร่างกายของเจ้าลัทธิ ที่นำมาผสมสมุนไพรหมักใส่โอ่ง อ้างเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์รักษาได้สารพัดโรค และยังให้เก็บศพสาวกที่เสียชีวิตไว้ในอาศรมถึง 11 ศพ เพื่อรอเวลาขึ้นสวรรค์ตามคำสั่งของเจ้าลัทธิความคืบหน้าเมื่อช่วงสายวันที่ 9 พ.ค. พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สภ.เมืองชัยภูมิ แพทย์และ เจ้าหน้าที่ รพ.คอนสาร เข้าตรวจค้นสำนักปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่กลางทุ่งสาธารณะ หมู่ 2 ต.ดงกลาง อ.คอนสาร เพื่อตรวจค้นและตรวจสอบพื้นที่บริเวณโดยรอบ เริ่มจากแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด เจ้าหน้าที่ชุดแรกเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่ารอบๆสำนัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐาน และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ส่วนอีกชุด แพทย์และเจ้าหน้าที่ รพ.คอนสาร ชันสูตรศพทั้ง 11 ศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจากการตรวจค้นเพิงพักหลังใหญ่ชั้นเดียวสภาพโกโรโกโส เป็นที่อยู่หลับนอนของฤาษีโจเซฟเจ้าสำนัก มีสิ่งของจำนวนมากวางระเกะระกะ แต่ไม่พบ ผู้พักอาศัย ด้านข้างมีโอ่งน้ำหลายใบตั้งเรียงราย ใกล้กันมีมุ้งและที่นอนสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในสภาพฝุ่นจับเขรอะ พร้อมข้าวของเครื่องใช้กระจัด กระจาย และยังพบโลงศพ 5 ใบตั้งวางไว้ ในโลง มีร่างผู้เสียชีวิต 5 ศพ แต่ละศพถูกห่อด้วยถุงซิปล็อก จากนั้นไปตรวจค้นตามกระท่อมต่างๆรอบบริเวณ พบร่างผู้เสียชีวิต 6 ศพ ใส่อยู่ในโลงอีก 6 ใบ ในจำนวนนี้มี 2 ศพ ที่ต่อสายยางจากโลงเพื่อระบายน้ำเหลืองออกมาใส่ถังที่จัดเตรียมไว้ 1 ในนั้นเป็นศพ ผู้หญิงที่เพิ่งเสียชีวิตไม่นานและกำลังเน่าขึ้นอืด ส่งกลิ่น เหม็นคลุ้ง ขณะเดียวกันยังพบถ้ำก่อปูนปิดล้อมเป็นที่เก็บศพ เมื่อเปิดออกดูพบเหลือเพียงกระดูกเท่านั้นเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าทั้ง 11 ศพ เป็นศพผู้หญิง กี่ศพและผู้ชายกี่ศพ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สั่งอายัดศพ ทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่สุสานพุทธสมาคมเต๊กก่าจีแชเกาะชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อรอตรวจสอบดีเอ็นเอ และตรวจสอบว่าทั้ง 11 ศพมีใบมรณะบัตรถูกต้องหรือไม่ หากมีญาติ หรือมีผู้นำเอกสารระบุว่าเป็นญาติ มาติดต่อ จะได้มอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีส่วนนายทวี หนันลา อายุ 74 ปี ที่อ้างตัวเป็น เจ้าสำนัก ถูกคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.คอนสาร ตั้งแต่ช่วงค่ำ วันที่ 8 พ.ค. พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 4 ข้อกล่าวหา 1.บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ 2.รักษาโรค ผิด พ.ร.บ.เวชกรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสาธารณสุข 3.เคลื่อนย้ายศพและจัดการศพ 4.ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ก่อนคุมตัวส่งศาลจังหวัดภูเขียว พร้อมคัดค้านการประกันตัว ต่อมาญาติยื่นเงินสด 5 หมื่นบาท ยื่นขอประกันตัว ศาลพิจารณาอนุญาต บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 97 หมู่ 10 บ้านทรายทอง ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็นบ้านของนางน้อย แดนคำสาร อายุ 80 ปี หนึ่งในลูกศิษย์ของฤาษีเจ้าลัทธิอุบาทว์ พบกับ นายชัย แดนคำสาร อายุ 52 ปี ลูกชายของนางน้อย เปิดเผยว่า เดิมมารดานับถือศาสนาคริสต์ ต่อมาปลายปี 63 มารดาไปเยี่ยมหลานชายที่เป็นลูกของพี่ชาย อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หลานชาย และพ่อตาแม่ยายเป็นลูกศิษย์ของฤาษีโจเซฟที่สำนักดังกล่าวมาหลายปีแล้ว หลานชายได้ชักชวนมารดาตนเข้าไปเยี่ยมชมสำนัก เมื่อมารดาเข้าไปดูแล้วกลับมาเล่าให้ฟังว่าไปเจอพ่อของพระเยซูมา มารดาเกิดความเลื่อมใสและเข้าไปที่สำนักดังกล่าวบ่อยขึ้น ช่วงแรกไปพักครั้งละ 7-10 วัน ระยะหลังไปอยู่นาน เป็นเดือน เมื่อมารดากลับมาที่บ้านจะเห็นคราบขี้โคลน ติดตามร่างกาย และมีตุ่มพุพองขึ้นตามแขนขา ลูกๆ ไม่อยากให้ไปอีก สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะมันคือ ความสุขของแม่“ล่าสุดแม่น้อยอยากกลับไปอยู่ที่สำนักฤาษีอีก พี่สาวคือ น.ส.เจนจิรา สุวรรณ ตัดสินใจขับรถไปส่ง พร้อมสังเกตความเป็นอยู่ในบริเวณอาศรมฤาษี พบแต่ความสกปรก ไม่มีการถือศีลหรือปฏิบัติธรรมแต่อย่างใด พี่สาวได้ชวนแม่น้อยกลับบ้าน แต่แม่น้อยไม่ยอมกลับ ยืนยันจะอยู่ต่อ พี่สาวเลยมาปรึกษาพี่น้องและร้องขอความช่วยเหลือจากหมอปลาให้ช่วยพาแม่ออกมาจากสถานที่ดังกล่าว ส่วนการกินอึ ปัสสาวะ น้ำลาย เสมหะ ของพระบิดา เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บนั้น ทราบว่าแม่น้อยเคยกินแต่น้ำลาย เสมหะ ส่วนเรื่องการเก็บศพคนตายเอาน้ำเหลืองมาปรุงเป็นสมุนไพรรักษาโรค ไม่เคยได้ยินแม่น้อยพูดถึง แม่น้อยพูดเพียงว่า ในอาศรมเก็บศพคนตายเอาไว้ และลูกศิษย์ทุกคนเคารพนับถือพระบิดามาก เพราะไม่มีการเรียกเก็บเงินหรือให้บริจาคเงินทองของใช้แต่อย่างใด เพียงแค่ช่วยกันตำน้ำพริก ทำขนมขบเคี้ยว และทอดข้าวเกรียบส่งขายก็มีเงินซื้ออาหารกินครบ 3 มื้อ” นายชัยกล่าวต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 บ้านโนนสะอาด ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ที่อยู่ของนายทวี หนันลา อายุ 74 ปี หรือฤาษีโจเซฟ เจ้าสำนักลัทธิประหลาด แต่ไม่พบคนอยู่ในบ้าน ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีนายทองทิพย์ หนันลา อายุ 62 ปี น้องชาย เป็นเจ้าของบ้าน สอบถามนางจันทา แสนเหลา อายุ 68 ปี อาของฤาษีโจเซฟ บอกว่า นายทวี หรือฤาษีโจเซฟ อดีตเป็นคนดี พอโตเป็นหนุ่มได้ออกจากบ้านไปทำงานกรุงเทพฯ และไม่เคยกลับมาที่บ้านนี้อีกเลย ต่อมาได้บวชเณรไปอยู่วัดใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อนางวัล หนันลา มารดา ทราบว่าลูกชายบวชได้ไปเป็นโยมอุปัฏฐาก จากนั้นลูกชายได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มารดายังติดตามไปอยู่กับพระลูกชายนางจันทาให้ข้อมูลอีกว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ญาติพี่น้องทราบว่านายทวีได้เปลี่ยนจากการห่มจีวรพระ มานุ่งผ้าแต่งกายเป็นฤาษี และตั้งสำนักอยู่ในพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แต่ญาติพี่น้องแทบจะไม่มีใครเคยไปมาหาสู่ ไม่มีใครรู้รายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับฤาษีโจเซฟแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อ 4 ปีก่อน นางวัลเสียชีวิตด้วยโรคชราภายในอาศรมฤาษี นายทองทิพย์ น้องชายฤาษี พร้อมลูกชายคนสุดท้องของผู้ตาย เดินทางไปขอรับศพมารดากลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน แต่ฤาษีโจเซฟไม่ให้ จากนั้นทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดต่อกันอีก“เห็นนายทวีอีกครั้งในข่าวขณะถูกจับตัวหิ้วขึ้นรถ รู้สึกสงสารเพราะชรามากแล้ว แต่ญาติพี่น้องคงไม่มีใครไปช่วยเหลือได้ การที่มีคนเลื่อมใสกินอึ กินฉี่ กินคราบเหงื่อไคล น้ำลาย เสมหะ เพื่อรักษาโรคนั้น น่าจะเกิดจากความเชื่อของตัวบุคคล เพราะของสกปรกไม่น่ารักษาโรคอะไรได้ และหลังจากทราบข่าวว่านายทวี พี่ชาย ถูกจับ นายทองทิพย์ น้องชาย ได้ไปพบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดต่อขอรับศพมารดากลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านแล้ว” นางจันทากล่าวขณะที่นายสมพงษ์ แสนเหลา อายุ 75 ปี อาเขยของนายนที หรือฤาษีโจเซฟ กล่าวว่า แต่งงานอยู่กินกับภรรยามาตั้งแต่ พ.ศ.2512 ไม่เคยเห็นนายทวี แต่ทราบว่าเคยบวชเณร บวชพระ มีมารดาเป็นโยมอุปัฏฐาก ติดตามดูแลลูกชายจนวันตาย ลูกชายไม่ยอมให้เอาศพมารดากลับมาฌาปนกิจที่บ้าน ส่วนตัวเคยไปหาฤาษีที่อาศรม 2-3 ครั้ง และทราบว่าที่ดินที่ตั้งอาศรมเป็นที่สาธารณะ ส่วนการกินอึ กินฉี่ รักษาโรคยังไม่เคยเห็นกับตา เพราะไปเพียงชั่วครู่ก็พากันกลับ แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือ ฤาษีเหมือนมีญาณรับรู้ เพราะเป็นคนปฏิบัติธรรม ถือศีล รับรู้สิ่งต่างๆและรู้ความคิด รู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า ไม่ชอบความหรูหรา มีผู้เลื่อมใสจะต่อไฟฟ้า ซื้อรถยนต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ แต่ฤาษีไม่รับนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วในอุจจาระปัสสาวะของคนเป็นของเสียที่ถูกขับออกมา จะมีเชื้อโรค แบคทีเรีย มีพยาธิ เชื้อรา แม้ปัสสาวะจะผ่านการกรองจากร่างกาย แต่ก็ไม่สมควรรับประทาน ปกติคนที่มีโรคหรือมีการติดเชื้อทางเดินอาหาร การรับประทานอุจจาระจะได้รับเชื้อโรคจากอุจจาระได้ สำหรับคนที่รับประทานอุจจาระ ปัสสาวะ เสมหะ เข้าไปแล้วรู้ผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ความเชื่อการกินอุจจาระ ปัสสาวะนี้ เป็นความเชื่อที่ขาดหลักเหตุผล เข้าข่ายงมงาย สาเหตุเกิดจากคนมี 3 ภาวะที่เป็นสาเหตุ 1.มีความทุกข์มาก 2.วัฒนธรรมความเชื่อเฉพาะถิ่น มีไสยศาสตร์มาเกี่ยวข้อง และ 3.อิทธิพลจากเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นแรงเสริม วิธีการสลายความเชื่อนี้ ต้องมีการสลายกลุ่ม เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแล และนำคนเหล่านี้มาเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโรค