สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 จาก สถานบันเทิงอิทธิพลทองหล่อ ยังระบาดหนักในวงกว้างจนรัฐบาลเอาไม่อยู่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ 14 เมษายน พุ่งเกินหลักพัน 1,335 ราย ติดเชื้อในประเทศ 1,326 ราย จากต่างประเทศ 9 ราย และเพิ่งฉีดวัคซีนได้ 579,305 โดส เข็มแรก 505,744 ราย เข็มที่สอง 73,561 ราย ยังฉีดได้น้อยมากเมื่อเทียบกับประชากร 68 ล้านคนนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้หารือกัน 3 ประเด็น 1.แนวโน้มผู้ป่วยยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าจะมากกว่าวันละ 1 พันคน เสนอให้เพิ่มมาตรการ ปิดพื้นที่เสี่ยง ยกเลิกกิจกรรมเสี่ยง งดการรวมตัวของประชาชน ทำงานที่บ้าน 2.เพิ่มเตียงให้พอ 3.ยืนยันว่าวัคซีนแอสตราฯและซิโนแวคมีประสิทธิภาพ ลดการติดเชื้อ ลดอัตราการป่วยตายแต่ไม่มีใครพูดถึงปัญหาใหญ่ที่สุดของชาติ คือ “วัคซีนไม่เพียงพอ” และ “ยังหาซื้อวัคซีนเพิ่มไม่ได้” ไม่รู้คุณหมอกลัวอะไร จึงไม่กล้าพูดเรื่อง “วัคซีน” ที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้ามีวัคซีนเพียงพอ คนไทยทุกคนก็รอด ถ้าคุณหมอกลัวนักการเมือง ไม่ต้องกลัวแล้ว วันนี้ประเทศไทยเข้าขั้นมหาวิกฤติแล้ว ชีวิตคนไทย 68 ล้านคน ชีวิตประเทศชาติสำคัญกว่า ทำไมคุณหมอไม่เสนอนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ “ใช้อำนาจฉุกเฉิน” เพื่อ จัดหาวัคซีนให้เพียงพอ ยกเลิกการผูกขาดนำเข้า ไหนคุณหมอบอกว่า วัคซีนยี่ห้ออะไรก็ใช้ได้หมด เพราะ ช่วยลดการติดเชื้อ ลดการป่วยตายทำไมในที่ประชุมจึงเสนอแต่เรื่อง ปิดกิจกรรมเศรษฐกิจ การจัดหาเตียงเพิ่ม คุยโม้เรื่องคุณภาพวัคซีน ซึ่งไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปแล้ว ประเด็นสำคัญคือ “วัคซีนไม่เพียงพอ” ต่างหากวันนี้ไม่เพียง “คนไทย” ที่รู้สึก “สิ้นหวัง” ต่อการทำงานของรัฐบาล เมื่อวานนักธุรกิจใหญ่เล่าให้ฟัง ผู้บริหารต่างชาติ วิศวกรต่างชาติ ที่ทำงานอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ก็กำลังสิ้นหวังขอเดินทางกลับประเทศตัวเองเพื่อไปฉีดวัคซีน เขาเห็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายได้ฉีดวัคซีน แต่ไม่มีวี่แววนักลงทุนและวิศวกรต่างชาติที่ทำงานในเมืองไทยจะได้รับวัคซีนเมื่อไหร่ คนไทยเองก็ยังไม่รู้เลย เมื่อถามไปยังรัฐมนตรีกระทรวงที่รับผิดชอบ ก็ได้รับคำตอบว่า เรื่องวัคซีนอาจจะลำบาก แต่จะลองพยายามดูเมื่อเช้าวันพุธผมดูรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ของ คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ สัมภาษณ์ คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย ก็ยิ่งเป็นห่วง คุณสนั่น เปิดเผยว่า ได้ไปหารือกับ ผู้ว่าฯ กทม. ถึง “ระบบหลังบ้าน” การฉีดวัคซีน เดือนมิถุนายน กทม.จะได้รับวัคซีน 1.5 ล้านโดส ถึงปลายปีจะมีวัคซีน 10 ล้านโดส ต้องฉีดให้ได้วันละ 50,000 โดส ขณะนี้สถานที่ฉีดวัคซีนไม่เพียงพอ ตอนนี้สมาชิกหอการค้าเสนอมา 19 แห่ง ผ่านเกณฑ์เพียง 9 แห่ง ต้องมีเพดานสูง สะดวกเข้าถึงง่าย เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ มีที่จอดรถจำนวนมากที่น่าตกใจที่สุดก็คือ คุณสนั่น เปิดเผยว่า จากการไปดูสถานที่กับ ปลัด กทม. พบว่า ระบบอินเตอร์เน็ตลงทะเบียน “หมอพร้อม” ยัง “ไม่พร้อม” มีข้อจำกัดทั้งเทคโนโลยีและบุคลากร (ไม่รู้จะล่มเหมือนเราชนะทั้งหลายหรือเปล่า) เอกชนเก่งด้านนี้อยู่แล้ว พร้อมเข้าไปได้เลย เรามีอาสาสมัครที่จะทำงานกับ กทม. 6-7 เดือน คอมพิวเตอร์เขาก็ไม่พร้อม เอกชนอาจจะต้องระดมทุนหาเพิ่ม เพราะต้องใช้ลงทะเบียน ลงประวัติ ติดตามอาการข้างเคียง ต้องนัดฉีดโดส 2 อีก และ ออกใบรับรองการฉีดวัคซีน เรื่องนี้เอกชนเสริมได้ผมดีใจที่ หอการค้าไทย ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ กทม. แล้ว อีก 77 จังหวัดใครจะช่วยคิดไม่ถึงว่า ระบบสาธารณสุขไทย ที่รัฐบาลคุยว่าดีที่สุด ระบบหลังบ้านจะไม่พร้อมขนาดนี้ วันนี้เหลือเวลาอีกเดือนเดียวที่จะเตรียมพร้อม ถ้าเดือนมิถุนายนวัคซีนมา 10 ล้านโดส ระบบทะเบียนประวัติไม่พร้อม สถานที่ฉีดวัคซีนไม่พร้อม อะไรจะเกิดขึ้น?“ลม เปลี่ยนทิศ”