ก็เมื่อการเดินทาง เปลี่ยนถิ่นฐาน ตามกติกาสังคมวันนี้ ทุกคนจะต้องถูกกักตัวดูอาการ 14 วัน พระจากอินเดียที่เพิ่งกลับถึงไทย ถูกนิมนต์ไป “จำวัด ”ในโรงแรม จึงเป็นข่าวคลื่นกระทบฝั่งแต่กับชาวพุทธพวกแก่วัด มีเรื่องให้สะดุดติดสะกิดใจหลายเรื่องเรื่องแรก โรงแรมที่พระจำวัด เข้าข่ายเป็นอโคจร สถานที่ที่พระไม่ควรไปหรือไม่อโคจรที่ระบุไว้ในคัมภีร์พุทธศาสนา หมายถึงทั้งบุคคล และสถานที่ บุคคลเจาะจง หญิงขายบริการ หญิงหม้าย สาวเทื้อ ภิกษุณี บัณเฑาะก์ (กะเทย) สถานที่ เริ่มที่สถานเริงรมย์ บ่อนการพนันและสถานที่เสี่ยงต่อความเสียหายที่ภิกษุไม่ควรเข้าไป ข้อหลังนี้โรงแรมในปัจจุบันน่าจะเข้าข่ายแต่คำเรียกโรงแรมในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดวันนี้ เปลี่ยนไป เป็นสถานที่ถูกใช้เพื่อดูอาการผู้คน เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เป็นตัวการแพร่เชื้อ โรงแรมในบริบทนี้ ก็คือส่วนหนึ่งกิจกรรมโรงพยาบาลเรื่องต่อมา โดยวัตรปฏิบัติของพระ การนอนในห้องโรงแรม ซึ่งมีเตียงใหญ่ และฟูกหมอนอ่อนนุ่ม ตามปกติวิสัยคนในโลก แต่ผิดศีลของพระ กระทั่งแม่ชีที่ถือศีล 8เรื่องนี้เป็นแค่ประเด็นคิด...พระท่านถูกสอนให้เลี้ยงง่าย...โยมมีที่นอนไว้ยังไง ท่านก็นอนไปยังงั้น เหมือนพระถูกตั้งให้เป็นพระครู เป็นเจ้าคุณ ท่านก็รับไว้ไม่ลุ่มหลงไปกับพัดยศถ้าเคร่งในศีลมาก อยากจะรักษาศีลข้อนี้ ท่านก็นอนเสียบนพื้นมองโลกให้กว้าง เลือกมองมุมสวยงามเข้าไว้ ก็ไม่เห็นว่าการที่พระต้องนอนโรงแรม 14 วันจะมีปัญหาอะไรโดยวิถีของพระตั้งแต่สมัยพุทธกาล เมื่อถึงฤดูฝนพระเดินเพ่นพ่านย่ำท้องนา ทำให้ข้าวกล้าเสียหาย พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติให้พระต้องอยู่วัดในฤดูฝน ที่เราเรียกวันนี้ว่า จำพรรษาแต่นั่นยังไม่ถือว่าเป็นการกักตัว ที่จริงพระมีกฎกติกาให้ต้องกักตัวอยู่เหมือนกันในพระวินัย มีอาบัติสังฆาทิเสส 13 ข้อ ตัวอย่าง พระเกี้ยวผู้หญิง จับต้องกายหญิง สำเร็จความใคร่ให้ตัวเอง ฯลฯ อาบัตินี้ถือเป็นอาบัติหนัก แต่มีทางเยียวยาหลักปฏิบัติเรื่องนี้มีว่า เมื่อพระรู้ว่าเป็นอาบัติก็ต้องแจ้งให้สงฆ์ทราบ สงฆ์จะให้แยกตัวออกจากหมู่ไปอยู่องค์เดียว ในสถานที่ที่กำหนดไว้ เช่น ที่ไม่พลุกพล่าน หรือป่าช้า ซึ่งมีชื่อเรียกว่าอยู่ ปริวาสกรรมการอยู่องค์เดียว มีข้อปฏิบัติเคร่งครัด เรียกประพฤติมานัต เท่าจำนวนวันที่ปกปิดอาบัติไว้ และต่ออีก 6 ราตรีครบกำหนดแล้วก็ไปขอให้สงฆ์สวดระงับอาบัติ เมื่อพระสงฆ์สวดให้ถือว่าได้รับการเยียวยาแล้ว เป็นพระศีลบริสุทธิ์แล้ว จึงให้กลับมาอยู่ในหมู่คณะเหมือนเดิมได้นี่คือการอยู่ปริวาสกรรมตามพระวินัยแต่ในสมัยใหม่ มีค่านิยมจัดเป็นกิจกรรม อยู่ปริวาสกรรม รวมๆกันทีเดียวหลายๆองค์ มีกำหนดวัน กี่วันชัดเจน...จนถือเป็นค่านิยมการทำบุญแบบใหม่ไปเลยไม่มีพูดถึงการต้องอาบัติสังฆาทิเสส ไม่มีการพูดถึงการปิด ปิดมาแล้วกี่วัน ต่ออีกกี่วันแต่ก็พูดได้ว่า การอยู่ปริวาสกรรม คือการกักตัวเองของพระ ตามหลักพระวินัย ...ก็แสดงว่าโดยวัตรปฏิบัติ พระท่านรู้จักการ “กักตัว” ดีกว่าฆราวาสเอาด้วยซ้ำการให้พระจำวัดในโรงแรม 14 วัน จึงเป็นเรื่องง่ายๆสมมตินะครับ สมมติว่าพระนอนโรงแรม นอนเตียงสูงใหญ่...เป็นอาบัติ ก็เป็นอาบัติเล็กๆวันพระหลังลงอุโบสถ ทำวัตรสวดมนต์แล้ว ถ้าเห็นพระสองรูป นั่งยองๆพนมมือหันหน้าเข้าหากัน มือเกือบจะชนกัน นั่นละ พระท่านกำลังปลงอาบัติให้กันและกันตอนนี้ใครเจอก็ทักท่านบ้าง เว้นระยะห่างเข้าไว้ เจ้าโควิด-19 มันไม่เข้าใครออกใคร พระก็ไม่เว้น.กิเลน ประลองเชิง