ข่าว
100 year

ปลุกจิตวิญญาณแม่พิมพ์ "ยอมรับ-ปรับ-เปลี่ยน" ก้าวทันโลกยุคใหม่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ม.ค. 2563 05:05 น.
SHARE

สกัด "วิกฤติการศึกษา" ศตวรรษที่ 21

งานของครูถือว่าเป็นงานที่สร้างสรรค์อย่างแท้จริง เพราะครูเป็นผู้วางรากฐานความรู้ ความดี และความสามารถทุกๆด้านให้แก่ศิษย์ เพื่อช่วยให้เขาเหล่านั้นสามารถประกอบสัมมาชีพ เลี้ยงตนเป็นหลักฐาน และดำรงตนเป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม งานสร้างสรรค์ของครูนั้นจำเป็นต้องทำด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่และหนักแน่น ด้วยความพากเพียรอดทน พร้อมด้วยความเมตตากรุณา และความเป็นธรรมเที่ยงตรงอย่างสูง ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ หรือนอกหน้าที่...

...ครูที่แท้จะต้องสำรวมระวังตนอย่างเคร่งครัดในเรื่องของความประพฤติ ปฏิบัติ ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความสนุกสนานที่ไม่สมควรแก่ฐานะและเกียรติภูมิของครู ทั้งต้องอุตสาหะพยายามอบรมสั่งสอนศิษย์ด้วยความเมตตาปรารถนาดี ด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ ห่างไกลจากอคติ งานครูจึงเป็นงานที่หนักและเหนื่อยยาก และผู้เป็นครูจึงนับได้ว่าเป็นคนพิเศษ ผู้มีจิตใจสูง พร้อมที่จะทำงานและจะเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขความเจริญของผู้อื่นอยู่ตลอดชีวิต โดยไม่คิดถึงผลประโยชน์อื่นใดตอบแทน นอกจากเกียรติของครู”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานแก่ครูอาวุโส ประจำปี 2534 ณ ศาลาดุสิดาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2534 ที่ “ทีมการศึกษา” ขออัญเชิญมาเป็นมงคลชีวิต และเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนแก่บรรดาแม่พิมพ์ของชาติ ในโอกาส “วันครู” 16 มกราคม 2563 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

จากพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า “ครู” คือ “หัวใจ” สำคัญของการศึกษา เป็นผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อความเจริญของผู้อื่นอยู่ตลอดชีวิต โดยไม่คิดผลประโยชน์ตอบแทน

ซึ่งท่ามกลางกระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิดองค์ความรู้ และการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จึงส่งผลโดยตรงต่อครูที่ต้องปรับตัวเพื่อเรียนรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ เหล่านี้ หากปฏิเสธที่จะยอมรับและปรับตัว การศึกษาไทยก็คงน่าห่วง เพราะนั่นย่อมหมายถึงนักเรียนคงได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ล้าหลังและตกยุค

หันมาดูผลการประเมิน โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for international Student Assessment หรือ PISA) 2018 ซึ่งมีนักเรียนจาก 79 ประเทศเข้าร่วมประมาณ 600,000 คน โดยประเมินตัวแทนนักเรียนอายุ 15 ปี ใน 3 ด้าน คือ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ แม้ 2 ด้านหลังจะมีผลการประเมินที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากผลประเมิน PISA 2015 แต่นักเรียนไทยก็ยังถือว่ามีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือโออีซีดี

แต่ที่หนักกว่านั้นก็คือ ความฉลาดรู้ด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง นั่นยิ่งตอกย้ำว่าบรรดาคุณครูทั้งหลายจะต้องเร่งพัฒนาทักษะความสามารถของตน เพื่อให้มีองค์ความรู้ที่มากพอต่อการถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า ครูในศตวรรษที่ 21 ทุกคน ทุกระดับจะต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าลูกศิษย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากเจเนอเรชัน X และ Y มาสู่เจเนอเรชัน Z หมดแล้ว ดังนั้น ครูต้องรู้จักลูกศิษย์แบบใหม่ เพราะเด็กในแต่ละเจเนอเรชันจะไม่เหมือนกัน หากเราไม่เข้าใจลูกศิษย์ก็คงสอนเด็กไม่ได้ ครูต้องไม่ทึกทักเอาเองว่าครูเข้าใจลูกศิษย์ เพราะเด็กเจน Z แตกต่างจากเจเนอเรชันอื่นๆมาก ทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่โตมากับการมีปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน หาความรู้ได้เองจากสิ่งเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องฟังครู ดังนั้นเมื่อครูเข้าใจเด็ก และรู้วิธีการเรียนรู้ของเด็ก ครูก็จะสอนได้ตรงกับความสนใจของเขา ครูจะมีบทบาทในการสอนให้เด็กรู้จักการใช้สื่ออย่างฉลาด เพราะเวลานี้เด็กใช้สื่อสมัยใหม่ เด็กจะได้แต่สาระ แต่ไม่ฉลาดรู้สาระที่มากับเทคโนโลยี ดังนั้น ครูจึงต้องมีบทบาทหน้าที่คอยเป็นตะแกรงร่อนสาระต่างๆ ที่มากับสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ว่าอันไหนคือสาระแท้ อันไหนสาระเทียม ครูต้องเริ่มต้นทำเรื่องนี้โดยเริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติตัวเองก่อน

“หากครูคิดจะอยู่ในอาชีพนี้ต่อไป ครูต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ซึ่งการพัฒนาคงไม่ใช่แค่การอบรมความรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้เหมือนที่ผ่านๆมา แต่ต้องพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อตามเด็กในเจเนอเรชันนี้ให้ทัน ครูจะยอมแพ้ไม่ได้ ถ้ายอมแพ้นั่นหมายถึงอนาคตของประเทศลำบากแน่” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวย้ำในที่สุด

“ทีมการศึกษา” เห็นด้วยกับความคิดที่ว่าปัจจุบันแม่พิมพ์จะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้ ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สำคัญที่สุด คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ กระทรวงศึกษา (ศธ.) ต้องไม่ชักช้า หรือลังเลที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง

เราอยากฝากว่าในวันครู 16 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นปีที่ 64 ที่ ศธ. โดย สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และภาคีเครือข่าย กำหนดจัดงานวันครูภายใต้คำขวัญที่ว่า “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย” ส่วนกลางจะจัดงานที่หอประชุม คุรุสภา มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมขึ้นในทุกจังหวัด จะ เป็นวันแห่งการเริ่มต้น ตระหนัก ตื่นตัว และเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม

เพราะหากยังสาละวน เสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ใช่แก่นแท้ของปัญหาอยู่ การปฏิรูปการศึกษาชาติที่กำลังขับเคลื่อนก็คง “สูญเปล่า”

และไม่พ้นเกิด “วิกฤติการศึกษา” ศตวรรษที่ 21 แน่นอน...!!!

ทีมการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครูวิกฤติการศึกษาไทยกฤษณพงศ์ กีรติกรปฏิรูปการศึกษาทีมการศึกษาการศึกษา

Most Viewed