กระทรวงวัฒนธรรมเชิญชวนประชาชนเฝ้ารับเสด็จ “ในหลวง-พระราชินี” ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ณ มณฑปท้องสนามหลวง วันที่ 26 ก.พ. ขณะที่ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 2 พระอรหันตธาตุ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครเคลื่อนไปประดิษฐานที่ท้องสนามหลวง จัดยิ่งใหญ่ตระการตาสมพระเกียรติ สมเด็จพระสังฆราช-นายกฯ อัญเชิญประดิษฐานมณฑปท้องสนามหลวง “เสริมศักดิ์” ชวนประชาชนสักการะเสริมสิริมงคลชีวิตกระทรวงวัฒนธรรมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและ 2 พระอรหันตธาตุที่ได้รับมาจากสาธารณรัฐอินเดีย ออกจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร เคลื่อนไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ มณฑป มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อเย็นวันที่ 23 ก.พ. โดยได้จัดริ้วขบวนอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีนายราเชนทรา วิศวะนาถ อาเลการ์ ผู้ว่าการรัฐพิหาร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลอินเดีย ดร.วิเรนทร์ กุมาร รมว.ยุติธรรมและเพิ่มพลังทางสังคม สาธารณรัฐอินเดีย รวมทั้งคณะผู้บริหารฝ่ายไทยฝ่ายอินเดียเข้าร่วมพิธี ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากร่วมชมริ้วขบวนทั้งนี้ ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและ 2 พระอรหันตธาตุ เคลื่อนจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผ่านถนนราชดำเนินใน ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถนนหน้าพระธาตุ เข้าสู่ท้องสนามหลวง จำนวน 23 ขบวนที่สวยงามสมพระเกียรติ ได้แก่ ขบวนที่ 1 ขบวนนำแต่งกายชุดประจำชาติไทย ขบวนที่ 2 นางฟ้าถือโคมส่องทาง ขบวนที่ 3 การแสดงภาคเหนือ ประกอบด้วย ฟ้อนขันดอก กิงกะหร่า เต้นโต กลองสะบัดชัย ขบวนที่ 4 การแสดงภาคใต้ ประกอบด้วย ตารีบุหงา รองเง็ง โนรา ขบวนที่ 5 การแสดงภาคกลาง ประกอบด้วย รำโคมบัว รำกลองยาว หัวโต กลองยาว ขบวนที่ 6 การแสดงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย ฟ้อนหางนกยูง ฟ้อนมาลัยดอกรัก ฟ้อนภูไท ขบวนที่ 7 การแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ไทยขบวนที่ 8 การแสดงจากอินเดีย ขบวนที่ 9 พุทธศาสนิกชนวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ขบวนที่ 10 วงดุริยางค์ทหารบก ขบวนที่ 11 ธงชาติไทย ขบวนที่ 12 ธงชาติอินเดีย ขบวนที่ 13 ธงธรรมจักร ขบวนที่ 14 ธงฉัพพรรณรังสี ขบวนที่ 15 เทวดานางฟ้าถือกิ่งไม้เงินทอง ขบวนที่ 16 รถพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ ขบวนที่ 17 ขบวนเกียรติยศ ขบวนที่ 18 รถอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขบวนที่ 19 รถเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ขบวนที่ 20 ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ขบวนที่ 21 จิตอาสา ขบวนที่ 22 ศาสนิกสัมพันธ์ และขบวนที่ 23 พุทธศาสนิกชนจากองค์การศาสนาพุทธ ตลอดเส้นทางที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน มีประชาชนทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ เฝ้ารับเสด็จพระบรมสารีริกธาตุ 2 พระอรหันตธาตุ พร้อมก้มลงกราบตลอดเส้นทางเมื่อขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ เข้าสู่บริเวณมณฑป ท้องสนามหลวง ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงจากบุษบกไปมอบให้แก่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและอัญเชิญพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตร มอบให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี อัญเชิญพระอรหันตธาตุพระโมคคัลลานะ มอบให้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑป ระหว่างนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถานายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า นับเป็นมงคลชีวิตที่คนไทยจะได้ร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ 2 พระอรหันตธาตุ เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต จะเปิดให้เข้ากราบสักการะอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-3 มี.ค. เวลา 09.00-20.00 น. ภายในบริเวณมณฑปจะมีการจัดนิทรรศการ “การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ” จากพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้ความรู้ประกอบการสักการะ จากนั้นจะอัญเชิญต่อไปประดิษฐาน ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ วันที่ 5-8 มี.ค. ต่อด้วย วัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี วันที่ 10-13 มี.ค. วัดมหาธาตุวชิรมงคล จ.กระบี่ วันที่ 15-18 มี.ค. ทั้งนี้ วันที่ 26 ก.พ. เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จ พระราชดำเนินมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ณ มณฑปท้องสนามหลวง จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมรับเสด็จและสักการะพระบรมสารีริกธาตุเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิตอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่