หาวิธีสรรหาตลก.รธน.-คตง.แค่1วันก่อนบังคับใช้รธน.60 ‘วิษณุ’ อ้าง-กม.ลูกยังไม่ออก
“บิ๊กป้อม” ลั่นยังไม่ให้การเมืองขยับอย่ามาตีรวน ท้า พท.โละคำสั่ง คสช.ทำได้ ก็ทำไปถ้า ปชช.เอาด้วย ปัดสร้างสถานการณ์ หวังกอดมาตรา 44 แน่น “วิษณุ” แจงเหตุงัด ม.44 แทรกคิวสรรหาคตง.-ผู้ว่าการ สตง.-ตุลาการศาล รธน. ที่จะพ้นวาระ กรธ.ปลื้มปริ่มภารกิจบรรลุเป้า “มีชัย” เชื่อ คสช.ระวังตัวแจใช้อำนาจพิเศษ “พรเพชร” เซ็งพวกมโน สนช.จ้องคว่ำ ก.ม.ลูก “วัฒนา” ห้าวเป้งแฉแหลกเกมสืบอำนาจ งัดคำสั่งหัวหน้า คสช. หวังคุมองค์กรอิสระกดฝ่ายการเมืองเบ็ดเสร็จ งัดคำสั่งฉบับ 40/59 จับเท็จ จวกอัปยศ 18 มงกุฎต้องเรียกพี่ พท.ดักคอ กรธ.-สนช.อย่ามายึกยัก “นิพิฏฐ์” เหน็บแม่น้ำ 2 สายสลับหน้าเล่น “ปริญญา” ตั้งฉายาการเมืองไฮบริด “บิ๊กตู่” ปลุกอย่าให้ใครทำเสียบรรยากาศ สมช.ไล่บี้ลาวอีกรอบส่งตัว “โกตี๋”
กระบวนการขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน ของรัฐบาลและคสช. ถูกสังคมจับตามองอย่างเข้มข้น หลังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 บังคับใช้แล้ว รวมไปถึงประเด็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ถูกท้วงติงว่าอาจก้าวล่วงเนื้อหาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
“บิ๊กป้อม” ลั่นยังไม่ให้การเมืองขยับ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ 130 ปี ถึงข้อเสนอพรรคการเมือง ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่อนปรนพรรคการเมือง สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ หลังมีรัฐธรรมนูญบังคับใช้ว่า สถานการณ์ยังไม่เรียบร้อยจะผ่อนปรนให้พรรคการเมืองได้อย่างไร ขอเวลาทำงานก่อน อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกัน จะมาตีรวนแบบนี้คงไม่ไหว จะให้ตนตัดสินใจแล้วนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็ยาก เมื่อถามว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับทำเสร็จแล้ว จะผ่อนปรนให้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้อนาคต อยากทำอะไรก็ทำไปเลยมาถามตนไม่ได้ และไม่ได้รู้สึกอะไรกับอนาคต เพราะมีรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว
...
ท้า พ.ท.โละคำสั่ง คสช.ทำได้ก็ทำไป
เมื่อถามว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้ว จะผ่อนปรน หรือยกเลิกคำสั่ง หรือประกาศตามมาตรา 44 ของ คสช. หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มียกเลิก เพราะคำสั่ง หรือประกาศตามมาตรา 44 ที่ออกมา ถือเป็นกฎหมาย ถ้าจะยกเลิกในอนาคตต้องออกเป็น พ.ร.บ. เมื่อถามว่า ระหว่างมาตรา 44 กับรัฐธรรมนูญ อะไรสูงกว่ากัน พล.อ.ประวิตรตอบว่ารัฐธรรมนูญสูงกว่าอยู่แล้ว แต่มาตรา 44 บังคับใช้ไปก่อนเหมือนกฎหมาย ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าหากได้เป็นรัฐบาลในอนาคตจะยกเลิกคำสั่ง คสช. พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทำได้ก็ทำไป ถ้ามีอำนาจแล้วประชาชนเห็นด้วยก็ทำได้ทุกอย่าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าประชาชนยอมรับก็ไม่มีปัญหา
ปัดวุ่นสร้างสถานการณ์หวังอยู่ยาว
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่เกิดบริเวณถนนราชดำเนิน และจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อคงมาตรา 44 ไว้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขอโทษที มาตรา 44 อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างสถานการณ์เพื่อคงไว้ ไม่เกี่ยวกัน เมื่อถามย้ำว่าการก่อเหตุดังกล่าวเพื่อให้เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่มั่นคง รัฐบาลและ คสช.จึงต้องอยู่ต่อ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ถามว่าจะอยู่ได้อย่างไร เพราะมีรัฐธรรมนูญแล้ว อย่าไปวิจารณ์ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะเดินไปอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแม็ป มีขั้นตอนกำหนดเวลาที่แน่ชัด เราต้องดูแลไปจนถึงการเลือกตั้ง ไม่น่าจะมาโจมตีกันเรื่องโรดแม็ป
“วิษณุ” แจงเหตุตั้งองค์กรอิสระ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการสรรหาองค์กรอิสระ ว่าองค์กรอิสระหลายแห่งยังไม่ครบวาระอยู่ต่อไปได้ แต่มี 2-3 องค์กรที่จะเป็นปัญหาคือ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) จะครบวาระในเดือน ก.ย. และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะครบวาระ 5 คนในเดือน พ.ค. จำเป็นต้องสรรหาใหม่เพราะคิดว่ากฎหมายลูกยังไม่ออก จึงอาศัยคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ตามที่ได้ประสานกับ กรธ.ไว้ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือการออกกฎหมายเกี่ยวกับแผนปฏิรูป และการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ต้องทำให้เสร็จใน 4 เดือน และยังมีเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีปฏิบัติในการบริการประชาชน และการออกกฎหมายต่างๆยังต้องรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77
เตือนทุกหน่วยรอบคอบชง ก.ม.
นายวิษณุกล่าวอีกว่า สำหรับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ยังอยู่ต่อไป แต่จะค่อยๆปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์ ต่อไปการขับเคลื่อนงานจะเปลี่ยนไปอยู่ที่ ป.ย.ป.ทั้งหมด ส่วนการดำเนินการของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเหมือนเดิม แต่ละกระทรวงต้องระมัดระวังในการเสนอกฎหมาย เพราะข้อบังคับการประชุมสภาเปลี่ยนไป รัฐบาลต้องเปลี่ยน พฤติกรรมให้เข้ากับข้อบังคับ เช่น รู้เวลา ระเบียบแบบแผน ที่ไม่เหมือนของเดิม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ต้องเป็นไปตามแผนปฏิรูป กฎหมายต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้บังคับกับใครเจาะจง และคำนึงถึงหลักนิติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต่อไปนี้ต้องระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น แม้กระทั่งมาตรา 44 ที่ยังมีอยู่และออกเพิ่มเติมได้ เป็นหน้าที่รัฐบาลใหม่มาจัดการ ถ้าเห็นว่าควรเลิก ก็ต้องออก พ.ร.บ.มายกเลิก จะออก พ.ร.บ.ยกเลิกทีเดียวหลายฉบับก็ได้ แต่รัฐบาลนี้จะไม่ทำ ให้รอรัฐบาลใหม่
อย่ามาเดา สนช.จ้องคว่ำ ก.ม.ลูก
เมื่อถามว่า ถ้า กรธ.ต้องพ้นไปหลังร่างกฎหมายลูกเสร็จ แต่ถ้า สนช.ตีตกเกรงว่าจะไม่มีทางออก นายวิษณุตอบว่า อย่าไปสมมติ ในอดีตเราได้ “ถ้า” กันมามากแล้ว ก็ไม่ถูก ดังนั้น ทุกอย่างถ้าเป็นทางตันก็มีทางออก อะไรที่มีทางออกก็มีทางเข้า ถามว่าทำไมไม่บอก ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์คืออะไร ดังนั้นอย่าไปคิด เพราะถ้าคิดแล้วจะคิดได้หลาย “ถ้า” คราวที่แล้วก็คิดกันถึงว่า “ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร” แต่สุดท้ายก็ผ่าน เมื่อถามว่า หากกฎหมายลูก 4 ฉบับที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งเสร็จ จะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ยังตอบไม่ถูก ถ้าค่อยๆเดา จะเดาได้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะมี 2 เรื่อง คือ ปลดล็อกพรรคการเมือง และการเลือกตั้งท้องถิ่น มันมีแนวทางต่างหาก
กรธ.ปลื้มภารกิจบรรลุเป้า
ช่วงบ่ายที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดรดน้ำขอพรนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธาน กรธ. เป็นตัวแทน กรธ. กล่าวอวยพร ว่าพวกเราทุกคนภาคภูมิใจ ที่ได้ทำงานร่วมกับนายมีชัย ทุกคนเคารพรักเปรียบเสมือนเป็นพ่อของพวกเรา วันนี้รัฐธรรมนูญประกาศใช้พวกเราภาคภูมิใจมาก ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้นายมีชัยมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไป ด้านนายมีชัยให้พรแก่ กรธ. ว่า รู้สึกโล่งใจและมีความสุขที่สุดที่รัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้ เราทำงานกันมาเหนื่อยยากมาก จนมีผลสำเร็จก็ดีใจ แม้จะมีบางคนไม่ดีใจกับเราก็ไม่เป็นไร แต่ยังมีภาระ คือ การทำกฎหมายลูกให้เสร็จตามกำหนด ถือเป็นการยกภูเขาออกจากอก
“มีชัย” เชื่อ คสช.ระวังตัวใช้ ม.44
นายมีชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า หัวหน้าคสช.ยังคงใช้มาตรา 44 ได้ตามเดิมที่เคยใช้ และเขาคงระมัดระวังมากขึ้น ไม่ให้ไปขัดกับหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ แต่จริงๆไม่มีอะไรห้าม คงไม่ถึงขั้นที่จะเอามาตรา 44 ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ในบางกรณีขัดกับรัฐธรรมนูญ เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วจะมีผลหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ในรัฐธรรมนูญเขียนว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ถ้าอะไรไปไกลเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญจะไปได้ ก็ต้องกลับมาดู ที่ผ่านมาก็ระมัดระวังกันอยู่แล้ว
มั่นใจไม่มีทางตันเปิดทางออกโล่ง
เมื่อถามว่า เนื้อหาในรัฐธรรมนูญมาตรา 5 ว่าด้วยการกำหนดให้วินิจฉัยกรณีปัญหาไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จากเดิมที่กำหนดให้มีกลไกของประมุของค์กรสำคัญทำหน้าที่ดังกล่าว มีความหมายว่าอย่างไร นายมีชัยตอบว่า มีความหมายว่ากลับไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญ 2550 เพียงแต่ว่าช่องทางไปศาลรัฐธรรมนูญเปิดกว้างขึ้นมา แปลว่าเมื่อมันไม่มีทางออกถึงจะไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากมันมีประเพณีอย่างอื่นที่เรายังนึกไม่ออก ถึงตอนนั้นอาจนึกออกก็ได้ เรายังไม่รู้ว่าวันข้างหน้ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น อาจต้องย้อนกลับไปดูประเพณีการปกครองว่าทางออกของมันคืออะไร เมื่อยังไม่รู้ปัญหาในขณะนี้ คงตอบอะไรให้ชัดเจนได้ยาก
“พรเพชร” เซ็งพวกมโนไปไกล
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อกังวลว่า สนช. จะตีตกกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ว่า ถ้าจะพูดภาษาใหม่ต้องเรียกว่า “มโน” ไม่อยากใช้คำนี้ จะไปคิดได้อย่างไรเพราะมีเวลาอีก 60 วัน คงไม่ตก เราศึกษาล่วงหน้าไม่ได้ศึกษาเฉยๆ แต่ส่งสัญญาณไปยัง กรธ.ว่าคิดเห็นอย่างไร เพียงแต่ไม่เปิดเผย ยืนยันทุกอย่างทำไปเพื่อให้ผ่าน ไม่ใช่ให้ตก ไม่ต้องกังวล ถ้ามีประเด็นเห็นต่างก็ตั้ง กมธ.ร่วม ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ในกรอบเวลาไม่เกินตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด สำหรับร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่ ครม.เสนอมายัง สนช.นั้น วันที่ 18 เม.ย. จะนำเข้าสู่วิป สนช. เพื่อบรรจุระเบียบวาระ คาดว่าจะพิจารณาได้วันที่ 20-21 เม.ย. แต่จะไม่พิจารณา 3 วาระรวด เพราะเป็นกฎหมายสำคัญที่มีหลายมาตรา ต้องศึกษาและฟังความเห็นอย่างรอบด้าน
“วัฒนา” แฉแหลกเกมสืบอำนาจ
วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “18 มงกุฎเรียกพี่” รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. แต่ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับเพียง 1 วัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กลับฉวยโอกาสออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 23/2560 กำหนดวิธีการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการ คตง. ด้วยข้ออ้างที่เป็นเท็จ คสช.พยายามสืบทอดอำนาจเผด็จการตลอดมา ตอนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ที่ถูกมองว่าเป็นองค์กรสืบทอดอำนาจ แต่ถูกจับได้ก่อนจึงถูกคว่ำ ต่อมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ จึงเปลี่ยนวิธีโดยกำหนดให้องค์กรอิสระ 3 องค์กร คือ ศาลรัฐธรรมนูญ คตง. และ ป.ป.ช. มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ รวมทั้งให้คุณให้โทษฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนได้ ดังนั้น คสช.จึงแต่งตั้งบุคคลจำนวน 7 คนเข้าไปเป็น ป.ป.ช. เป็นองค์กรแรก เหลืออีกสององค์กรที่ คสช.ต้องแต่งตั้งให้ได้เพื่อให้มีอำนาจควบคุมองค์กรที่มาจากประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จ
จวกอัปยศ 18 มงกุฎต้องเรียกพี่
นายวัฒนาระบุด้วยว่า คสช.จึงต้องรีบชิงออกคำสั่งมาก่อนรัฐธรรมนูญมีผลบังคับ อ้างเหตุว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางราย คตง. และผู้ว่าการ สตง. จะพ้นวาระในเวลาอันใกล้ หากไม่รีบสรรหาจะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นเท็จ เพราะในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 40/2559 ข้อ 3 กำหนดให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะครบวาระ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งบุคคลมาแทนตามรัฐธรรมนูญใหม่ ที่น่าสมเพชกว่านั้นคือการกำหนดคุณสมบัติผู้เป็นตุลาการไว้แบบสิ้นคิดว่า “ให้คัดเลือกผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญ เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม” ก็เพื่อที่จะตั้งคนของตัวเอง ทั้งที่อีกเพียงวันเดียวรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับ และตุลาการก็ยังทำหน้าที่ต่อไปได้ พฤติกรรมที่ทำจึงเป็นการหลอกลวงประชาชนที่ออกไปลงคะแนนจนผ่านประชามติ ฉวยโอกาสในขณะที่ผู้คนให้ความสนใจกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แอบออกคำสั่งอัปยศดังกล่าวเพื่อกำหนดคุณสมบัติตามใจชอบ ทำไปโดยไม่มีความอายชนิด 18 มงกุฎต้องเรียกพี่ อำนาจทำให้คนลืมอายจริงๆ
พท.ดักคอ กรธ.-สนช.อย่ามายึกยัก
นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ ถือว่าเริ่มนับถอยหลังสู่วันเลือกตั้ง รัฐบาลควรประกาศโรดแม็ปออกมาให้ชัดเจน ให้สังคมรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตอนไหน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติให้กล้าเข้ามาลงทุน ที่สำคัญการออกกฎหมายลูกของ กรธ. และ สนช. ต้องรีบจัดทำให้เสร็จโดยเร็ว อย่ามัวรีรอทำตามกรอบเวลาเต็มตามที่กำหนดไว้ เพราะขั้นตอนเหล่านี้สามารถร่นเวลาลงมาได้ เพราะหากเสร็จเร็วองค์กรเหล่านี้ต้องหมดหน้าที่ไป ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชนอีก แต่ละเดือนไม่ใช่เงินน้อยๆ เงินเหล่านี้สามารถนำมาช่วยเหลือประชาชนได้เยอะ
“นิพิฏฐ์” เหน็บแม่น้ำ 2 สายสลับหน้า
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วิเคราะห์ระยะเวลา รวมทั้งเผื่อเวลาหากต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วม กรณีที่ สนช.ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายลูก คาดว่าวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าจะเป็นวันที่ 24 มิ.ย.2561 แต่หากผู้มีอำนาจต้องการจะอยู่ต่อไปนานๆ อาจได้เห็นการคว่ำกฎหมายลูกของ สนช. ซึ่งเป็นเรื่องที่นอกเหนือการคาดหมายของตนและสังคมทุกฝ่าย เหมือนกรณีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หากเป็นเช่นนั้นก็ตัวใครตัวมัน
ส่วนที่นายมีชัยระบุว่า อาจต้องใช้เวลาอีก 19 เดือนจึงจัดเลือกตั้งได้นั้น แสดงว่านายมีชัยตั้งใจจะเสนอร่างกฎหมายลูกสำคัญฉบับที่ 3-4 ในวันที่ 239 ก่อนครบ 240 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเลยหรือ หรือตั้งใจจะขยักไว้เช่นนั้น ก็เป็นอำนาจ กรธ.ใครจะว่าอะไรได้ จะอ้างว่ากำลังทำปกให้นานอย่างไรก็ได้
ชพน.ขอทุกฝ่ายร่วมกันดันโรดแม็ป
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกฝ่ายอยากเห็นบ้านเมืองกลับเข้าสู่บรรยากาศประชาธิปไตยอีกครั้ง จากนี้ไปความเชื่อมั่นในทุกเรื่องจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลดีต่อการทำงานของรัฐบาล เศรษฐกิจและการลงทุนต่างๆจะดีขึ้นด้วย จากนี้ไปทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน ช่วยกันสร้างบรรยากาศของ ความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง เพื่อให้โรดแม็ปและการปฏิรูปตามขั้นตอน ลุล่วงตามเป้าหมายเชื่อว่ากลไกใหม่ๆภายใต้การปฏิรูปประเทศ จะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาของประเทศให้ลุล่วงไปได้
ประดิษฐ์ฉายาการเมืองไฮบริด
ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (สพต.) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมายกับการสร้างความปรองดองในสังคมไทย” นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ขอเรียกการเมืองหลังจากนี้ว่า ระบอบไฮบริด คือมีส่วนที่เป็นประชาธิปไตยคือเลือกตั้ง ส.ส. และส่วนที่ไม่เป็นประชาธิปไตยคือ ส.ว. ที่ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย รัฐบาลใหม่จึงอาจมีได้ 4 รูปแบบ คือ 1.คสช.จะเป็นผู้กำหนดว่าพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ใครจะเป็นรัฐบาล 2.คสช.จะเป็นนายกฯเอง โดยมีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งมาร่วมรัฐบาล 3.เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ไม่ยอม และจับมือกันเป็นรัฐบาล 4.ปล่อยฟรีโหวต ส.ว. ให้ตั้งรัฐบาลอย่างเป็นธรรมชาติ คสช.ถอยออกไปยืนดู 5 ปีไม่เป็นผู้เล่นเอง แนวทางนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สามารถสร้างความปรองดองได้ แต่ถ้า คสช.ไปตั้งพรรคเอง เป็นผู้เล่นเหมือนพรรคสามัคคีธรรมในปี 2534 จะทำให้เสื่อมทันที
กกต.คึกอยากจัดเลือกตั้งแล้ว
นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.เตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไว้ทุกด้าน ไม่ต้องห่วงเราไม่กังวล ส่วนที่จะให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งแทน กกต.จังหวัด ประเด็นนี้เราเสนอไปนานแล้ว ไม่ทราบว่า กรธ.จะยึดตามที่ กกต.เสนอไปหรือไม่ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเราก็พร้อมปรับให้เข้ากับกฎหมายที่ออกมา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ สนช.จะไม่ไปก้าวล่วง มีหรือไม่มีเราก็ทำงานได้
ปค.เบรกกำนัน-ผญบ.ก่อหวอด
อีกเรื่อง ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เตรียมแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ เกี่ยวกับการเข้าสู่ตำแหน่ง วาระการดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปรากฏว่ามีการเรียกร้องให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกจังหวัดยื่นคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อผู้ว่าฯพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 10 เม.ย. ส่วนในเขตปริมณฑลให้เข้ามาคัดค้านในส่วนกลางนั้น กรมการปกครองขอให้ ผวจ.ชี้แจงสร้างความเข้าใจว่า รายงานดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอ ยังต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน จึงขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาวินัยโดยเคร่งครัด การเสนอความคิดเห็นจะต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกหรือสร้างความสับสน
“บิ๊กตู่” ทวนปฏิทินโรดแม็ประยะ 3
ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แก่ปวงชนชาวไทยแล้ว นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 บนเส้นทางประชาธิปไตย 85 ปี ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของเหตุการณ์อื่นที่จะตามมา จนกระทั่งการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รัฐบาลนี้จะส่งมอบภารกิจให้รัฐบาลใหม่ อันเป็นการเริ่มช่วงเวลาระยะ 3 ตามโรดแม็ป ที่รัฐบาลและ คสช.วางเอาไว้ ขอให้ทุกคนทุกภาคส่วนกระชับความเข้าใจ และประสานความร่วมมือกันยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาประเทศ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ รวมทั้งขับเคลื่อนประเทศด้วยกลไกประชารัฐ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่มุ่งมั่นให้ประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
ปลุกอย่าให้ใครทำเสียบรรยากาศ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้ร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดอง สร้างบรรยากาศที่สงบและสันติสุข เอื้ออำนวยต่อวาระแห่งชาติที่กำลังจะมาถึง ได้แก่ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่อย่างสมพระเกียรติ รวมถึงเตรียมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่ละเหตุการณ์สำคัญเหล่านั้นจะดำรงไปตามครรลองที่เหมาะสม ไม่สมควรที่จะมีผู้ใดทำให้เสียบรรยากาศ เสียความรู้สึก เสียความตั้งใจของประชาชนชาวไทย ทั้งประเทศ
ใช้กลไกรัฐเป็นแกนกลางปฏิรูป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศนี้ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และการปฏิรูปประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประสบความสำเร็จ ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมีพี่น้องข้าราชการเป็นแกนกลางของการทำงาน ขออัญเชิญพระราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ดังนั้น ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน ต้องทำความเข้าใจถึงความสำคัญในหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนให้ถ่องแท้ แล้วร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ด้วยความอุตสาหะ เสียสละ และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยถือประโยชน์ที่จะเกิดจากงานเป็นหลัก งานของแผ่นดินทุกส่วนจักได้ดำเนินก้าวหน้าไปพร้อมกัน และสำเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือ ยังความเจริญมั่นคง ให้เกิดแก่ประเทศชาติ และประชาชนได้แท้จริง และยั่งยืนตลอดไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลากหลายความสำเร็จเกิดจากการทำงานหนักของข้าราชการ ตามนโยบายของรัฐบาลและ คสช.ร่วมกับกลไกประชารัฐ
กสม.จัดงานอำลา “สุรเชษฐ์”
ช่วงเช้า ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) กรรมการ กสม. ได้แก่ นายชาติชาย สุทธิกลม นางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นางอังคณา นีละไพจิต ร่วมพิธีอำลา แสดงความอาลัยต่อ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ที่ลาออกจากการเป็น กสม. โดยนายชาติชายกล่าวว่า ตอนที่ทราบว่า นพ.สุรเชษฐ์ลาออกก็ตกใจ พยายามพูดคุยให้ทำงานต่อ แต่เมื่อ นพ.สุรเชษฐ์ยืนยันก็เสียดาย ขณะที่ นพ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การทำหน้าที่เป็น กสม.เป็นเกียรติสูงสุด ชีวิตไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว มาอยู่ที่นี่เห็นอะไรที่ไม่ควรก็จะพูดตรงๆ อาจ แสลงหูคนที่นี่ เคยพูดกับประธาน กสม.ว่าเราพ้นจาก ตรงนี้ก็ไม่ไปไหนแล้ว สิ่งที่พูดหรือส่งสัญญาณออกไป ถ้าคนรับสัญญาณตีความเป็นคนละเรื่องก็ลำบาก พูดมาก ก็เกิดปัญหา เกิดความเครียดคิดว่าเราไปเสียดีกว่า
ใช้สภาเปิดตัวหนังสือ “สีจิ้นผิง”
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. พร้อมนายเจี่ยง เจี้ยนกั๋ว รมช.สารนิเทศแห่ง คณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีน นายหนิงฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯร่วม กันเปิดตัวหนังสือ “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” ที่รวบรวมวาทะสำคัญของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ระหว่างเดือน พ.ย.2555-มิ.ย.2557 สะท้อนการพัฒนาของจีน และการเปิดประเทศเกือบ 40 ปี มีการแปลเป็นภาษาต่างๆกว่า 16 ภาษา รวมทั้ง ภาษาไทย จำหน่ายไปทั่วโลกกว่า 6.2 ล้านเล่ม นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯแนะนำในที่ประชุม ครม. ให้รัฐมนตรีหาหนังสือของนายสีจิ้นผิงมาอ่าน ปีใหม่ที่ผ่านมาได้รับหนังสือเล่มนี้มา ก็เลือกอ่านเรื่องที่สนใจ มีหลายเรื่องคล้ายกับศาสตร์พระราชา และนโยบายของนายกฯ และนายสีจิ้นผิงเคยให้กำลังใจนายกฯว่าการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้เวลา
สมช.ไล่บี้ลาวอีกรอบส่งตัว “โกตี๋”
อีกเรื่อง พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า นอกจากทางอัยการ ขอให้ทาง สปป.ลาว ส่งตัวนายโกตี๋ ที่มีหมายจับคดีร้ายแรงกลับมาดำ,เนินคดีในไทยแล้ว ล่าสุดวันที่ 7 เม.ย. ได้ส่งหนังสือผ่านสถานทูต สปป.ลาว และ ส่งหนังสือผ่านสถานทูตไทยประจำ สปป.ลาว ถึง หัวหน้ากรมใหญ่สันติบาล สปป.ลาว ขอทราบความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งการมา เพราะเห็นว่านายโกตี๋ยังเคลื่อนไหวและเชื่อว่ากบดานอยู่ที่ สปป.ลาว ส่วนนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว. มหาดไทย สมช.ทราบว่าทำกิจกรรมอยู่ที่ไหนแต่ ไม่ได้อยู่ที่ สปป.ลาว
“วีระ” พบ ตร.ปัดไม่ได้ร่วม คปพ.
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สน.ดุสิต นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.บุนชัยฤทธิ์ สิทธิทองจันทร์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะในสถานที่ห้ามจัดการชุมนุมซึ่งอยู่ในรัศมี 150 เมตร จากพระ ราชวัง หลังจากมีผู้พบเห็นนายวีระเดินทางไปปรากฏกายอยู่ใกล้ๆที่ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) บริเวณฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ซึ่งนายวีระเคยโพสต์เฟซบุ๊กปฏิเสธไปแล้ว ว่าแค่เดินทางไปพบเพื่อนตามนัดหมายในลานจอดรถของสวนสัตว์ดุสิตเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการชุมนุม หลังสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง นาย วีระออกมาให้สัมภาษณ์ว่า มารับทราบข้อกล่าวหาทั้งที่ไม่ได้มีหมายเรียกถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นให้การปฏิเสธเพราะไม่ได้ร่วมชุมนุมกับ คปพ. และจะเข้าให้ปากคำอีกครั้งวันที่ 21 เม.ย.