ศบ.ทก.โต้กลับกัมพูชา ชี้วางแผน ลึกซึ้งแยบยลสร้างสถานการณ์ตึงเครียดให้ขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล แจงหนังสือ กกล.บูรพาขอเปิดด่านระบายสินค้า แค่ประสานหน่วยงานภายใน ข้องใจทำไมเอกสารหลุด ขณะที่ “ภูมิธรรม” ย้ำไทยไม่เคยขอเปิดด่าน เพราะไม่เคยปิด พร้อมขอให้ทุกคนระมัดระวังและรับฟังอย่างมีสติเรื่องที่กัมพูชาพูด ด้านรองโฆษกกระทรวงบัวแก้วย้ำ ไทยมีการร่วมมือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกับนานาชาติและหลายองค์กร เรียกร้องฝ่ายกัมพูชาร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน และความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งสองฝ่ายความคืบหน้าเหตุพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำให้กองทัพไทยกำหนดมาตรการควบคุมการเข้าออกของประชาชนและสินค้า ที่จุดผ่านแดนใน 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และตราด มาตลอดเดือน มิ.ย. เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ขณะที่ฝั่งกัมพูชาตอบโต้ด้วยการปิดประตูด่านบางส่วน และเปิดบางส่วนแบบเหลื่อมเวลา โดยมีเงื่อนไขจะเปิดด่านตามปกติเมื่อไทยเปิดด่านก่อนนั้นต่อมาช่วงสายวันที่ 30 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีเอกสารของกองกำลังบูรพาให้เปิด 3 ด่าน ผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าตกค้างกลับเข้าประเทศ แต่ฝั่งกัมพูชาปฏิเสธการเปิดด่านดังกล่าวว่า ไทยไม่เคยขอเปิดด่าน ที่ผ่านมาไม่เคยปิด การเปิดปิดด่านฝั่งไทย ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ในขั้นตอน 1-2 คือกำหนดเวลาและควบคุมสินค้า ไม่ได้ปิดล็อก แต่ต้องการช่วยเหลือเรื่องการค้าชายแดน แต่หากฝั่งกัมพูชาไม่ดำเนินการถือว่าเป็นเรื่องของเขา ความมุ่งหวังของรัฐบาลต้องการให้เกิดสันติวิธี พยายามให้เกิดการเจรจาเป็นจุดยืนมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลพยายามทำให้ทั้งสองประเทศไม่ได้รับความเดือดร้อน และจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะนี้เรื่องที่ฝั่งกัมพูชาพูด อยากให้ทุกคนระมัดระวัง และรับฟังอย่างมีสติ เขากำลังแก้ไขปัญหาภาย ในประเทศเขา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรา ไทยชัดเจนและยืนยันว่าไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลกต่อมาในเวลา 12.00 น. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุม ศบ.ทก.ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามได้วางแผนที่ลึกซึ้งและแยบยล เริ่มจากการสร้างสถานการณ์ให้มีความตึงเครียดในพื้นที่และขยายผลให้มีผลกระทบทางการเมือง สร้างความแตกแยกในสังคมไทย ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ฉะนั้นการจัดตั้ง ศบ.ทก. เพื่อลบและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความตึงเครียด ศบ.ทก.มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานระยะสั้น ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะการทำงานระยะยาว เพื่อให้กระทรวงการต่างๆที่รับผิดชอบในภาวะปกติไปดำเนินการต่อไป พยายามแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นวาระเร่งด่วนของชาติ ให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ศบ.ทก.เป็นกลไกรับนโยบายรัฐบาลผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จากนั้น ศบ.ทก.ประสานสั่งการไปยังกองทัพ โดยกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่มี 3 กองกำลัง ทั้งกองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกคำสั่งพล.ร.ต.สุรสันต์ยังกล่าวถึงกรณีปรากฏข้อมูลข่าวสารในสื่อกล่าวหาว่าไทยปิดด่านว่า ไทยไม่มีนโยบายปิดด่าน แต่ควบคุมด่านต่างๆที่เข้มข้นผ่านการเข้าออก จำกัดประเภทคน และเวลาของการผ่านเข้าออก คำนึงถึงพื้นฐานด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ส่วนกรณีหนังสือของกองกำลังบูรพาที่ถูกเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการประสานขอให้ผ่อนผันรถขนส่งสินค้าที่ติดค้างบริเวณจุดผ่านแดนต่างๆนั้น เป็นการประสานงานภายใน ที่ผ่านมายังไม่มีการประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด ตัวหนังสือที่ออกมาไม่ทราบว่าหลุดออกไปยังฝ่ายกัมพูชาได้อย่าง ไร ที่เป็นประเด็นสืบเนื่องจากการที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา และได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่ติดค้างอยู่ตามแนวชายแดน ซึ่งฝ่ายไทยมีแนวคิดที่จะผ่อนปรนให้รถขนส่งสินค้าเดินทางผ่านเข้าออกได้ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ยังไม่ทันได้ประสานไปยังกัมพูชา แต่ทางกัมพูชาประกาศไม่ยอมให้รถขนส่งสินค้าผ่านข้ามแดนได้ขณะที่นางมารตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยมีการขับเคลื่อนความร่วมมือการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกับนานาชาติ ร่วมกับหลายองค์กร ทั้งแบบพหุภาคีและทวิภาคี ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) กระบวนการบาหลี (The Bali Process) หรือแม้กระทั่งในกรอบความร่วมมือแม่โขง ล้านช้าง ว่าจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ และอีกหลายกรอบความร่วมมือที่จะตั้งขึ้นเพิ่มเติมแล้วแต่สถานการณ์และเหมาะสม ทั้งนี้ ไทยขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างจริงจังและจริงใจเพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน และความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนทั้งสองฝ่ายสำหรับบรรยากาศที่จุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา หลายแห่งยังคลาคล่ำไปด้วยชาวกัมพูชาที่รอข้ามแดนกลับบ้านเกิด โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้เปิดประตูด่านฝั่งโอร์เสม็ด บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อรับแรงงานชาวกัมพูชาประมาณ 170 คน กลับประเทศ ในจำนวนนี้พบชาวกัมพูชาครอบครัวหนึ่งที่พาภรรยา ลูกๆ และแม่วัยชรา อายุ 86 ปี ข้ามแดนกลับประเทศ ด้วยการแบกแม่ขึ้นหลัง เนื่องจากเดินไม่สะดวก โดยครอบครัวนี้บอกว่ามาทำงานที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จะกลับประเทศไปก่อนรอดูสถานการณ์ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้กลับมาทำงานที่ไทยอีก อยากให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว นอกจากนี้ เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้เปิดประตูให้นักศึกษาชาวกัมพูชา จำนวน 100 คน เป็นชาย 66 ราย หญิง 34 ราย ข้ามแดนเข้ามาไทย เพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จากนั้นเวลา 14.00 น.ทางกัมพูชาเปิดประตูด่านอีกครั้ง เพื่อรับแรงงานชาวกัมพูชากลับประเทศ อีก 10 คนส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว กองร้อยทหารพรานที่ 1201 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตม.จ.สระแก้ว ร่วมกันตั้งจุดตรวจคัดกรองคนไทยที่จะเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา บริเวณช่องทางหน้าอาคารผู้โดยสารขาออกราชอาณาจักร ด่าน ตม.อรัญประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองสกัดไม่ให้คนไทยเดินทางออกไปเล่นพนันและทำงานในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาขณะที่กรณีมีการเผยแพร่คำสั่งของกองกำลังบูรพาเรื่องการอนุโลมผ่อนผันให้คนไทยที่ค้าขายและทำงานในฝั่งปอยเปต กัมพูชา ที่ไม่ใช่สถานบันเทิงและบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปตฯ สามารถเดินทางออกไปได้ พร้อมทั้งยังอนุโลมให้รถบรรทุกสินค้าสามารถเข้า-ออก จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ลดความเดือดร้อนของประชาชนตามหลักมนุษยธรรมนั้น ต่อมาในช่วงเช้าเพจเฟซบุ๊กของกองกำลังบูรพาได้เผยแพร่หนังสือคำสั่งอนุโลมผ่อนผันดังกล่าว โดยคาดทับในหนังสือคำสั่งว่า “ปลอม” ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ เป็นอย่างมากอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่