“อิ๊งค์” ชิวๆ พรรคร่วมแตกแถว 59 สส.ภูมิใจไทยแหกมติวิปรัฐบาล โหวตหนุนประชามติ 2 ชั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ บอกในพรรคเดียวกันยังต้องปรับจูน “ชูศักดิ์” ชง “วันนอร์” ผ่าทางตันแก้ รธน.256 “ประเสริฐ” ชี้ต้องคุยกันโหวตสวน “เอกนัฏ” บอก รทสช.ยึดมติวิป รบ. เผย 59 สส.ภท.ตามสั่งไม่มีแตกแถว “ทวี” ยัน จนท.ราชทัณฑ์ไม่หวั่นไหว ป.ป.ช.สอบคดีชั้น 14 แพทยสภาจี้แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจแจงข้อเท็จจริง “อิทธิพร” เผยสอบแบบลับ ยังไม่สรุปว่าหมอผิด ฝ่ายค้านฉุนนายกฯเบี้ยวตอบกระทู้อีกแล้ว ฉะไม่ให้ความสำคัญกับงานสภา “ผู้กอง” นำก๊วน 20 สส.ซบ “กล้าธรรม” โวมีตามมาสมทบรวมกว่า 30 คน ลั่นสู้ทุกสนาม “ใครทำผม เอาคืน” “อานนท์” อ่วมโดนอีกคดี “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เบ็ดเสร็จ 6 คดี คุก 18 ปี 10 เดือนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชิวๆ สบายๆ หลัง 59 สส.พรรคภูมิใจไทย แหกมติวิปรัฐบาลโหวตสวนไปสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่วุฒิสภาแก้ไขให้การจัดทำประชามติต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น จากร่างเดิมของฝั่งสภาผู้แทนราษฎร ให้ทำชั้นเดียว“อิ๊งค์” สบายๆ พรรคร่วมแตกแถวเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย การออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่วม สส. และ สว. มีการแก้ไขให้การทำประชามติต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น โดยเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เป็นเอกฉันท์ ต้องคุยกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่าไม่ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการสภาฯ บางที สส.พรรคเดียวกันยังคิดไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรการบริหารงานเราร่วมมือกันอยู่ เมื่อถามว่าการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า มีหลายความคิดเห็น แต่สุดท้ายต้องคุยให้เข้าใจตรงกัน ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อถามว่าการทำประชามติอาจต้องเลื่อนออกไป น.ส.แพทองธารตอบว่า คิดว่าประชามติน่าจะทัน แต่ขอคุยกับวิปรัฐบาลก่อนจะว่าอย่างไรในพรรคเดียวกันยังต้องปรับจูนผู้สื่อข่าวถามว่าต้องปรับจูนการทำงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทย แต่กับทุกคนเราก็ปรับไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนหรือคนในพรรคด้วยกันเอง เมื่อถามว่า หมายความว่าหากมีกฎหมายที่สำคัญนอกเหนือจากนโยบายหลักของรัฐบาล จำเป็นต้องคุยกันก่อน น.ส.แพทองธารตอบว่า บางทีมีเวลาก็ได้คุยกัน แต่บางครั้งทุกอย่างมันเร็วก็ไม่ได้คุยกัน แต่ให้สภาฯเป็นคนจัดการ เมื่อถามย้ำว่าตัวนายกฯจะคุยเอง หรือให้วิปรัฐบาลเป็นผู้ประสาน น.ส.แพทองธารตอบว่า จุดแรกต้องให้วิปรัฐบาลสรุปก่อน“ชูศักดิ์” ชงผ่าทางตันแก้ รธน.256นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามหลักการเมื่อกฎหมายถูกยับยั้งไว้ ต้องรอ 180 วัน จากนั้นสภาฯจะยกกฎหมายฉบับนี้มายืนยันอีกครั้ง ถ้ายืนยันตามนั้นแปลว่าสามารถนำกฎหมายฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯได้เลย จะสามารถแก้กฎหมายประชามติเป็นชั้นเดียวได้ การทำประชามติครั้งเดียวเป็นประโยชน์ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่ต้องไปวิตกกังวลเรื่องต่างๆ และทำให้มันไปได้ เมื่อถามว่าโอกาสที่ธรรมนูญฉบับใหม่จะเสร็จทันรัฐบาลชุดนี้มีมากขึ้นหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า ถ้าเราตัดสินใจทำประชามติ 3 ครั้งคงไม่ทัน พยายามจะขอพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้บรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และทำประชามติเพียง 2 ครั้ง ซึ่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ก็มาขอความร่วมมือกับตน ไม่ได้ขัดข้องยินดีเข้าไปพูดคุยกับประธานสภาฯย้ำนโยบายยกร่าง รธน.ฉบับใหม่เมื่อถามถึงผลการลงมติของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า พูดได้เพียงว่าเป็นสิทธิของเขา ไม่อยากไปวิจารณ์ เพราะความเห็นทางกฎหมายแตกต่างกันได้ เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้เกิดรอยร้าวในรัฐบาลหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า คงไม่ถึงขั้นทำให้ทางเดินตีบตันลง เมื่อถามย้ำว่าแต่ถ้าพรรคร่วมมีเอกภาพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นโดยราบรื่นได้ นายชูศักดิ์ตอบว่า เรายึดนโยบายรัฐบาลที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เขียนไว้ในนโยบายชัดเจน จะเร่งรัดการทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้เร็วที่สุด เราเดินมาอย่างนี้ ถ้ารัฐบาลเดินตามนี้จะนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็วหลังปีใหม่รู้กันไล่เช็กบิลนักร้องนายชูศักดิ์ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งหนังสือเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าชี้แจงปมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ครอบงำพรรคเพื่อไทยว่า น.ส.แพทองธารไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง ที่ผ่านมามอบหมายตนชี้แจงแทน ครั้งนี้ก็มอบหมาย และคงทำเป็นหนังสือชี้แจงไปแทน เรื่องนี้ไม่ใช่ว่า น.ส.แพทองธารไปชี้แจงด้วยตัวเองแล้วจะดีกว่าหรือไม่ อยู่ที่ข้อเท็จจริงข้อกฎหมายเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยระบุว่าจะมีการฟ้องกลับเหล่าบรรดานักร้อง นายชูศักดิ์ตอบว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่เป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง เมื่อถามย้ำว่าหลังปีใหม่จะเริ่มเช็กบิลเลยหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า เดี๋ยวคงได้ยินข่าว พร้อมกับหัวเราะ“ประเสริฐ” ชี้ต้องคุย ภท.โหวตสวนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า เป็นความเห็นของพรรคภูมิใจไทยที่โหวตแบบนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกัน ต้องเอาเหตุผลมาพูดคุยกัน เมื่อถามย้ำว่าต้องเคลียร์กันก่อนหรือไม่ เพราะในอนาคตยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องพึ่งพากัน นายประเสริฐตอบว่า ในสภามีวิปรัฐบาลดูแลอยู่ในการกำหนดทิศทางการโหวตแต่ละครั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพของรัฐบาล เรื่องการโหวตเป็นเรื่องของสภา ไม่จำเป็นต้องให้นายทักษิณ ชินวัตร หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มาพูดคุย เมื่อถามว่าใช้แค่วิปรัฐบาลประสาน ไม่ต้องถึงมือหัวหน้ารัฐบาลใช่หรือไม่ นายประเสริฐตอบว่า คงตอบแทนไม่ได้ เมื่อกฎหมายเข้าสู่การพิจารณามีขั้นตอนหลายอย่าง ไม่ใช่เรื่องเอาชนะคะคานกัน เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในสมัยประชุมนี้ แต่พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่เป็นเอกภาพจะเป็นปัญหาหรือไม่“เอกนัฏ” บอก รทสช.ยึดมติวิป รบ.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า สส.ของพรรคโหวตตามมติวิปรัฐบาล มีบางส่วนติดภารกิจช่วยน้ำท่วมอยู่ที่ภาคใต้ หัวหน้าและ สส.ชุมพร นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ติดอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้ก็เกินครึ่งพรรคแล้ว เราได้แจ้งเรื่องนี้และขออภัยต่อวิปรัฐบาลแล้ว เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องการทำงานในสภาต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งกันและกัน วันนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่นโยบายของเรา แต่เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการตกลงร่วมกันกับรัฐบาล คนที่เสนอเป็นหลักคือพรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เห็นแล้วว่าพรรค พท.ให้ความสำคัญกับเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้59 สส.ภท.ตามสั่งไม่มีแตกแถวผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับผลการลงมติร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่โหวตไม่เห็นชอบด้วยคะแนน 327 ต่อ 61 เสียง งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 พบว่าเสียงที่ลงมติไม่เห็นด้วยเป็น สส.พรรคร่วมรัฐบาล ยกเว้น สส.ภูมิใจไทย 59 คน ที่โหวตสวนมติวิปรัฐบาล โดยลงมติเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนอีก 2 เสียง ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติได้แก่ สส.พรรคไทยสร้างไทย คือ นายหรั่ง ธุระผล สส.อุดรธานี และนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี และยังพบว่ามี สส.รัฐบาลหลายคนไม่ได้มาร่วมโหวตร่างกฎหมายฉบับนี้ เช่น พรรคเพื่อไทย 9 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 25 คน พรรคประชาธิปัตย์ 13 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 6 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคไทรวมพลัง 2 คน และ 20 สส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ตอนนี้ไปสังกัดพรรคกล้าธรรม“ทวี” ยัน จนท.ราชทัณฑ์ไม่หวั่นไหววันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งองค์คณะไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปนอนพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำว่า เป็นเรื่องปกติที่ ป.ป.ช.มีข้อมูลก็ต้องรับไว้พิจารณา แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ถูกระบุว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ยังไม่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามขั้นตอน หาก ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลถือว่ายังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา แต่หาก ป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้มูล จะเข้าเกณฑ์ตามระเบียบที่ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ จากการสอบถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าไม่หวั่นไหวหรือกังวลกับเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพกับผู้ต้องขังทุกรายตามระเบียบ ไม่ใช้ดุลพินิจเกินกว่าเหตุผบ.ตร.ปัดลอยตัวเหนือคดีชั้น 14พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากต้นสังกัด เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า เป็นเรื่องของ รพ.ตำรวจพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ ไม่เข้าไปก้าวก่าย และไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานองค์กรทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ใช่ปฏิเสธความรับผิดชอบหรือลอยตัวแก้ปัญหา แต่ขอให้รอผลตรวจสอบขององค์กรที่รับผิดชอบ ผลออกมาอย่างไรมีระเบียบขั้นตอนกฎหมายดำเนินการอยู่แล้ว ขณะนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนการไต่สวน แต่หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด มีระเบียบ ขั้นตอนดำเนินการกับข้าราชการตำรวจทุกนายอยู่แล้วจี้แพทย์ใหญ่ฯชี้แจงข้อเท็จจริงศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กรรมการแพทยสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวนชุดเฉพาะกิจ สอบสวนการรักษาพยาบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 เป็นเวลา 6 เดือน กล่าวว่า ได้ทำหนังสือลงวันที่ 16 ธ.ค.2567 ถึงแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอข้อมูลเพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนสอบสวน อันเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาเรื่องจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงขอให้ท่าน (แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ) ชี้แจงข้อเท็จจริง และส่งพยานหลักฐานหรือวัตถุพยานเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯชุดนี้ตั้งขึ้นมาหลังคณะกรรมการที่พิจารณาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ที่มี นพ.วิชัย วงศ์ชนะภัย เป็นประธาน เห็นว่าเรื่อง มีมูลจึงส่งเรื่องมาให้คณะอนุกรรมการสอบสวนชุดเฉพาะกิจดำเนินการพิจารณาฯ เป็นตามกระบวนการของแพทยสภาเลขาฯแพทยสภาเผยสอบแบบลับด้าน พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดการสอบสวน เพราะเป็นการดำเนินการเป็นขั้นตอนลับ เพื่อให้ไม่มีผลต่อใครมากระทบ กระเทือนเรื่องการสอบสวนได้ กระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นกระบวนการตามข้อบังคับของแพทยสภา เมื่อถามว่าการสอบสวนครั้งนี้หากมีแพทย์เกี่ยวข้องจะมีโทษอย่างไร เพราะถือว่ามีมูลแล้ว พล.อ.อ.นพ. อิทธพรตอบว่า ต้องไปดูผลการสอบสวนก่อนว่าเกี่ยวข้องกับแพทย์หรือไม่ คนไหนอย่างไร โทษก็จะขึ้นอยู่ว่ามีความผิดจริงหรือไม่ ถ้าผิดจริงมากน้อยเพียงใด ตั้งใจ จงใจ เจตนาหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ เรื่องนี้ต้องไปดูว่าต้นเหตุมีแพทย์เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน หรือแพทย์ไม่เกี่ยวข้องเลย ตรงนี้มีรายละเอียดมาก ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปว่าหมอผิด จนกว่าจะพิสูจน์พยานหลักฐานก่อน แต่หากผิดจริยธรรมก็ต้องไปดูว่ามากน้อยแค่ไหน โทษจะเป็นไปตามความผิดที่เกิดขึ้นปชน.ฉุนนายกฯเบี้ยวตอบ 2 กระทู้ช่วงเที่ยงที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ถามนายกฯ กรณีการช่วยเหลือ 4 ลูกเรือประมงไทยที่ถูกทหารเมียนมาจับกุม และสั่งตัดสินจำคุก กับกระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ถามนายกฯกรณีการแก้ปัญหาค่าไฟแพง แต่นายกฯมอบให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน มาตอบกระทู้แทน แต่ทั้งคู่อ้างว่าติดภารกิจขอเลื่อนออกไป สร้างความไม่พอใจแก่ สส.พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นายกฯขาดความรับผิดชอบไม่มาตอบกระทู้ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ทำให้ สส.เพื่อไทย พากันประท้วง ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ทุกวันพฤหัสฯมีกระทู้ถามสด รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับสภา ให้เสียสละเวลามาเฉ่งไม่ให้ความสำคัญงานสภานายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วิปฝ่ายค้านได้ประสานรัฐบาลเรื่องกระทู้ถามสดล่วงหน้า 2-3 วัน ว่าจะถามใคร มีรัฐมนตรีอยู่ในข่ายมาตอบได้ 8 คน แต่ไม่มีใครมาสักคน จึงไม่เกี่ยวข้องกับระบบราชการ เป็นความพร้อมของรัฐมนตรี วิปรัฐบาลและรัฐมนตรีกรุณาให้ความสำคัญต่อกระทู้สดอย่างที่ปากบอกด้วยต่อมานายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงว่า นายกฯควรจัดการเวลาล็อกคิวมาตอบในวันพฤหัสบดี ชี้แจงให้ประชาชนทราบข้อมูลทั่วกัน เราประสานล่วงหน้าไปแล้ว 2-3 วัน สอบถามรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วยว่ามีคิวว่างหรือไม่ แต่กระทู้ถามทั้ง 2 กระทู้กลับไม่มีผู้ชี้แจงเลย ก่อนหน้านั้นนายกฯเลี่ยงตอบกระทู้สดในสภา คิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องติดภารกิจเร่งด่วน แต่ไม่ให้ความสำคัญต่อสภา“ผู้กอง” นำก๊วน 20 สส.ซบ “กล้าธรรม”ที่รัฐสภาเวลา 11.30 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และ สส. 20 คนที่ถูกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขับออก ร่วมแถลงการสมัครเข้าพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.เป็นฤกษ์ยามดี สส.ทั้ง 20 คนพร้อมใจกันสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมแล้ว ตั้งชื่อกลุ่มว่า “มาตามนัด” ในนาม 20 สส.พวกเราประกาศชัดว่าสนับสนุนรัฐบาล ขณะนี้พรรคกล้าธรรมมี สส. 24 ชีวิต ขอย้ำว่าเรายังมีอีกหลายชีวิตแต่ยังไม่ถึงเวลาต้องนำเสนอในตอนนี้ พร้อมกับกล่าวติดตลกกับนางนฤมลว่า “ไม่ทราบว่า ท่านหัวหน้าจะยินดีรับผมไหมครับ” เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากกลุ่ม 20 สส. นางนฤมลกล่าวเสริมว่า พวกเราเป็นกลุ่มการเมืองที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่เริ่มต้น มีอุดมการณ์เดียวกัน พรรคได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราจะเดินหน้าทำงานสนองนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ใช้การตลาดนำนวัตกรรม เสริมเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรทุกจังหวัดโวมีจ่อร่วมสมทบรวมกว่า 30 คนผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงว่า สส.ย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมกี่คน ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ตัวเลขคร่าวๆที่คุยกันไว้มากกว่า 30 คน แต่ขอเก็บความลับก่อน ทั้งนี้พรรคกล้าธรรมไม่ใช่เพิ่งเกิด เรามาจากพรรคเศรษฐกิจไทย สมาชิกของเราส่วนใหญ่เป็นคนเก่าหลายคนเป็น สส.สมัยที่ 2 แล้ว จะไม่ทำอะไรแบบเก่าๆ ภายใต้การนำของนางนฤมล มีตนเป็นที่ปรึกษา จะมีการปรับโครงสร้างใหม่หมด เมื่อถามย้ำว่ามีดีลอะไรกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. หรือไม่ถึงได้ออกมาจากพรรค พปชร. ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่มีการดีลอะไรทั้งนั้น “ผมยืนยันตลอดเวลาว่าจะออกมาโดยสันติ ไม่ทะเลาะกับใคร และจะทำงานที่สร้างสรรค์มากกว่าทำลายซึ่งกันและกัน เราจะทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ทำ การเมืองแบบเก่าๆ” เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงไปถึงคดีที่อยู่ใน ส.ป.ก. ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่เกี่ยว แต่เมื่อพบข้อมูลว่าการเข้าครอบครองที่ดินของกลุ่มทุนไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องยึดคืนมาลั่นสู้ทุกสนาม “ใครทำผม เอาคืน”เมื่อถามว่าเป็นห่วง พล.อ.ประวิตรหรือไม่ว่าจะอยู่อย่างไร ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เป็นห่วงสื่อมวลชนมากกว่า เมื่อถามว่าถูกมองว่าพรรคกล้าธรรมเป็นอะไหล่พรรคเพื่อไทย ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ณ เวลานี้เราคือพรรคร่วมรัฐบาลกัน หากพรรคแกนนำมีนโยบายที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราเห็นด้วย พรรคร่วมรัฐบาลควรมีการคุยกันก่อนทุกครั้งที่มีวาระสำคัญที่เข้า ครม. หรือสภาฯ พรรคไหนไม่เห็นด้วยบ่อยๆ ก็ควรแยกออกไป เราเห็นความเจริญของบ้านเมืองเป็นหลัก เราไม่คัดค้าน และเอาไปแอบอ้างเด็ดขาด เรามีหัวหน้าพรรคเป็นสุภาพสตรี พร้อมคุยกับทุกฝ่าย เรื่องการบริหารพรรคมอบหมายให้นางนฤมลเป็นผู้ดูแล เมื่อถามย้ำว่ากลัวการเอาคืนของ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “เราเป็นนักการเมือง ต้องทำงานสร้างสรรค์ สไตล์ผมไม่ทำใครก่อน ใครทำผม ผมเอาคืน”นายกฯลุยขอนแก่น-สารคามอีกเรื่อง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 20 ธ.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ พร้อม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น และมหาสารคาม เพื่อติดตามเรื่องการจัดการน้ำ ที่ประตูระบายน้ำห้วยน้ำเค็ม (D5) ต.ยางท่าแจ้ง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม รวมถึงโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOS) และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ถือเป็นโครงการสำคัญในนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสนับสนุนประเพณีของไทยในภาคอีสาน ตามนโยบายรัฐบาลที่เร่งผลักดันในการสร้างวัฒนธรรมประเพณีของไทยให้มีมูลค่าในการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ และนายกฯจะเป็นประธานเปิดงาน “ออนซอนกลองยาวชาววาปี ของดีพื้นบ้าน สืบสานตำนานเมืองวาปีปทุม 142 ปี” ที่ บริเวณหน้า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม“อานนท์” โดนอีกคดี “แฮร์รี่ พอตเตอร์”ที่ห้องพิจารณา 711 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.1629/ 2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำม็อบกลุ่มราษฎร ฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ยุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.ก ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ จากกรณีร่วมปราศรัยในการชุมนุม “เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำปราศรัยของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 วรรค 2, 3 การกระทำผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานดูหมิ่นสถาบันฯ มาตรา 112 พิพากษาจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา แต่มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ 1 ใน 3 ให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญาเบ็ดเสร็จ 6 คดีอ่วมคุก 18 ปี 10 เดือนภายหลังฟังคำพิพากษาเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายอานนท์ ไปควบคุมที่ชั้นล่างของศาลอาญา ระหว่างนำตัวไปนั้นนายอานนท์ได้ขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจ ขณะที่มวลชนร่วมกันส่งเสียงว่า “ยกเลิก 112” ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจศาลต้องเข้ามาห้ามไม่ให้ก่อความวุ่นวายในบริเวณศาล ทั้งนี้มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ศาลได้พิพากษาจำคุก นายอานนท์ นำภา ไปแล้ว 5 คดี ประกอบด้วย คดีหมายเลขดำ อ.2495/2564 ของศาลอาญา, หมายเลขดำ อ.2804/2564 ของศาลอาญา, หมายเลขดำ อ.1676/2564 ของศาลอาญากรุงเทพใต้, หมายเลขดำ อ.735/2564 ของศาลอาญา, หมายเลขดำ อ.1395/2565 ซึ่งลงโทษจำคุกรวม 16 ปี 2 เดือน 20 วัน เมื่อรวมกับคดีนี้จำคุกนายอานนท์รวม 18 ปี 10 เดือน 20 วันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่