นายกฯ “อิ๊งค์” รับลูก “ทักษิณ” รื้อฟื้นนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล เร่งตั้งทีมเฉพาะกิจกวาดล้างมาเฟียนั่งเป็นประธานเอง หลังถก ครม.เดินคู่ “อนุทิน” คุยกันหนุงหนิงโชว์มิตรภาพ แน่นปึ้กต่อเนื่อง “เฉลิมชัย” มั่นใจนายใหญ่ไม่ได้ตำหนิ ปชป. “ภูมิธรรม” ลั่นถ้าไม่ติดขัดกฎหมายรัฐบาลอยากได้ “ทักษิณ” มานั่งที่ปรึกษา ใช้ประสบการณ์อดีตผู้นำช่ำชองแก้ปัญหา “ทวี” โอ่ “อันวาร์” เห็นศักยภาพอดีตนายกฯ ไม่กังวล ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวน 12 เจ้าหน้าที่เอี่ยวส่ง “ทักษิณ” พักรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ มั่นใจเจ้าหน้าที่ทำถูกต้อง ตามกฎหมาย “โรม” จี้ ป.ป.ช.ไขให้กระจ่าง ดักคอ คงไม่เตะถ่วงดองคดี สว.เสียงท่วมท้นลงมติใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น ทำประชามติ “นันทนา” แขวะใบสั่งหน.บางพรรคสกัดแก้ รธน. ปชน.ไม่ยอมแพ้ชงร่างแก้ไข ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.ยกร่าง รธน.ใหม่จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะมีการรื้อฟื้นการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นหัวหน้าทีมเฉพาะกิจด้วยตนเอง ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เรื่องนี้จะต้องเริ่มดำเนินการให้เร็วที่สุดนายกฯเร่งตั้งทีมปราบมาเฟียเร็วที่สุดเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเลื่อนขึ้นเร็วกว่าปกติเวลา 10.00 น. เนื่องจากเวลา 13.00 น. นายกฯจะไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รื้อฟื้นการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยให้นายกฯเป็นหัวหน้าทีม น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คณะกรรมการจะต้องมีกระบวนการและแนวทางการดำเนินการ คิดว่าจะต้องเริ่มให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่าจะเริ่มได้เมื่อไหร่ เพราะการเลือกตั้งนายก อบจ.ค่อนข้างแรง นายกฯไม่ตอบคำถามและเดินขึ้นตึกบัญชาการทันที ทั้งนี้ การประชุม ครม.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมฯ ลาประชุมเพียงคนเดียว“อิ๊งค์-เสี่ยหนู” เดินคุยหนุงหนิงโชว์ปึ้กต่อมาเวลา 11.25 น. ภายหลังประชุม ครม. น.ส.แพทองธาร เดินลงจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย โดยได้เดินพูดคุยกันมาก่อนนัดไปเจอกันที่ฝูงเครื่องบิน กองการบินศูนย์กลางเคลื่อนย้าย กองทัพบก ดอนเมือง กทม. เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวถามว่า เดินลงมาพร้อมกันเป็นการโชว์มิตรภาพหรือเปล่า นายอนุทินได้แต่ยิ้ม ขณะที่นายกฯกล่าวกับสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดีว่า เป็นประเด็นตลอด เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวว่า “สจ.จอย” ณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยา สจ.โต้ง จะลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรคเพื่อไทย (พท.) ตรงนี้เป็นมติพรรคแล้วหรือยัง นายกฯไม่ได้ตอบกล่าวเพียงว่า “อ๋อ ทีละเรื่องๆ” ก่อนเดินขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาล“เฉลิมชัย” มั่นใจ “ทักษิณ” ไม่ตำหนิ ปชป.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาตำหนิรัฐมนตรีหลายคน ที่ไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า ไม่ทราบว่าท่านหมายถึงใคร แต่วันนั้นตนป่วย จนถึงวันนี้เสียงยังไม่ดี ยืนยันว่าไม่มีอะไร ทำงานเต็มที่ เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่านายทักษิณ ไม่ได้หมายถึงรัฐมนตรีจากพรรค ปชป. นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ส่วนตัวมั่นใจครับ”ถ้าไม่ติด ก.ม.อยากได้ “ทักษิณ” นั่งกุนซือที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวถึง กรณีดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซียจะแต่งตั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในตำแหน่งประธานอาเซียนว่า นายทักษิณเป็นคนสำคัญระดับโลก ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับอีกหลายประเทศ เพราะมีประสบการณ์ต่างชาติยอมรับ การเป็นที่ปรึกษานายอันวาร์จะช่วยทำให้การพัฒนาระหว่าง 2 ประเทศประสบความสำเร็จดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้คงเป็นประโยชน์ และไม่เกี่ยวกับการแทรกแซงหรือครอบงำประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียน จะเชิญใครไปเป็นที่ปรึกษาเป็นสิทธิของประเทศนั้น ในส่วนรัฐบาลไทย นายทักษิณแสดงความเห็นต่อสาธารณะอยู่แล้ว การจะเป็นที่ปรึกษาได้มากน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับกฎหมายจะอนุญาตอย่างไร ถ้าเป็นได้ไม่ติดปัญหาทางกฎหมาย เราอยากรับฟัง เพราะเป็นคนมีความสามารถในการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ได้ดูละเอียด และเวลานี้ดราม่าเรื่องครอบงำเยอะเหลือเกิน ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร คงต้องดู“ทวี” โอ่ “อันวาร์” เห็นศักยภาพอดีตผู้นำพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การจะแต่งตั้งนายทักษิณเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน ไม่น่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ภาคใต้ แต่น่าเป็นเพราะนายอันวาร์เห็นคุณค่าและศักยภาพ อาเซียนเป็นภูมิภาคสำคัญ ทั้งความมั่นคงด้านอาหาร ความหลากหลาย และภาคใต้เป็นจุดหนึ่งที่รัฐบาลต้องพัฒนา เพื่อให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านจากความขัดแย้งต่างๆ เป็นพลวัตที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม หนีไม่พ้นการให้ความยุติธรรม การเยียวยา รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เชื่อว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญการันตี จนท.ทำถูกต้องปมชั้น 14พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนข้อกล่าวหานายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องรวม 12 คน กรณีส่งตัวผู้ต้องขังนายทักษิณ ชินวัตร จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไปรักษาที่ รพ.ตำรวจโดยมิชอบ และให้นายทักษิณอยู่รักษาที่ รพ.ตำรวจจนกระทั่งครบ 180 วันทั้งที่ไม่ป่วยจริงว่า ทราบข่าวแล้ว เชื่อมั่นทั้ง 12 คนที่ถูกระบุชื่อเพราะได้เห็นหลักฐานแล้ว ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบตามหลักวิชาชีพ เป็นเรื่องที่ดีที่ ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ไต่สวน เข้าสู่กระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้บุคคลที่ยังไม่ส่งหลักฐานมอบข้อมูลให้ ป.ป.ช. และผู้ถูกระบุชื่อได้ไปชี้แจง ทุกคนมั่นใจ กระบวนการเรื่องป่วย ทั้งแพทย์และบุคลากรมั่นใจ เชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ต่างมีประวัติและผลงานเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมา ส่วนตนขณะนั้นยังไม่ได้รับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรมปัดตัดตอนสอบแค่ระดับ จนท.เมื่อถามว่า เหมือนจะถูกตัดตอนอยู่ที่เจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่จะต้องดำเนินการไต่สวน หากสืบสวนแล้วไม่มีมูลก็ไม่รับ เมื่อถามว่าพร้อมใช่หรือไม่ ประเด็นนี้อาจทำให้หลุดออกจากเก้าอี้ได้ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรายึดมั่นในข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย นายทักษิณถูกควบคุมตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่สะใจคนบางกลุ่ม เช่น รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ที่เคยกล่าวอ้างไม่เคยสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องเลย เป็นเพียงการเรียกบุคคล แล้วเอาความคิดเห็น ยืนยันโรคที่ปรากฏเกินกว่าศักยภาพของ รพ.ราชทัณฑ์ เมื่อประเมินแล้วจึงส่งตัวเป็นไปตามกฎหมายให้ส่งตัวโดยเร็ว เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว หากใครไม่พอใจประเด็นใดนำหลักฐานไปส่งให้ ป.ป.ช. เมื่อถามว่าประเด็นนายทักษิณเคลียร์หมดแล้ว ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับมาจะง่ายขึ้นใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราพัฒนากระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว หากใครเห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ดีหรือต้องแก้ไขมาเสนอแนะได้“โรม” จี้ ป.ป.ช.ให้คำตอบกระจ่างชัดที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า หวังว่า ป.ป.ช.จะมีคำตอบต่อสังคมโดยเร็ว ป.ป.ช.มีอำนาจมากกว่า กมธ.ต่างๆเยอะ ถ้าเรื่องนายทักษิณไม่กระจ่างดำมืดต่อไปเรื่อยๆ หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบจะถูกตั้งคำถามการพิจารณาของ ป.ป.ช.ค่อนข้างใช้เวลา แต่หากเป็นเรื่องพรรค ปชน.อาจจะเร็ว หากเรื่องนี้กระจ่างแล้วไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเต็มกรอบเวลา ดำเนินการได้เร็ว ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคือ 1.นายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ 2.ถูกส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาล โดยกระบวนการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 3.อยู่โรงพยาบาลครบ 180 วันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 4.การประเมินพักโทษต่างๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่เหน็บ “ทักษิณ” แย่ง “อิ๊งค์” เป็นนายกฯเมื่อถามว่าคดีนี้จะกลายเป็นชนักติดหลัง ทำให้ ป.ป.ช.ถือไพ่เหนือผู้มีอำนาจหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า เริ่มไม่แน่ใจ ใครมีอำนาจบ้าง พรรค พท.เป็นรัฐบาล มีโอกาสหลายอย่างในหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารประเทศ ความไม่สง่างามกรณีนายทักษิณ ทำลายความน่าเชื่อถือหรือเครดิตทางการเมืองของรัฐบาล และนายทักษิณแย่ง น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯแสดงบทบาทความเป็นนายกฯ เมื่อรวมกับกรณีเรื่องชั้น 14 เครดิตรัฐบาลหายไปเยอะ ทำให้รัฐบาลจะผลักดันวาระต่างๆที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือยิ่งแย่ลงตามลำดับ ต้องยอมรับวิกฤติทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อไป อาจมีองค์ประกอบอื่น ที่ก่อโดยพรรค พท.เองติงอย่าดัดจริตใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้นเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ตามที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยยืนยันใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ โดย สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ต่างอภิปรายคัดค้านหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ที่ซับซ้อนยุ่งยาก สนับสนุนการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวทำประชามติ อาทิ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ร่างกฎหมายประชามติถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมือง ยื้อการแก้รัฐธรรมนูญจนไม่เห็นอนาคต หาก สว.เห็นชอบเสียงข้างมาก 2 ชั้น สภาฯยืนยันเสียงข้างมากชั้นเดียวต้องพักร่างกฎหมาย 180 วัน รอนานถึงกลางปี 2568 ยึดเยื้อหรือไม่ เป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจหรือไม่ที่หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งบอกการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้เร่งด่วน จากนั้นการลงมติของวุฒิสภายืดเยื้อ เป็นใบสั่งใครหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติด้วยเสียงข้างมากชั้นเดียว ทำไมต้องแก้เป็นเสียงข้างมากสองชั้น การเลือกตั้งระดับชาติและท้องถิ่นใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว แต่ทำไมประชามติต้องแปลกแยก อย่าดัดจริต 2 มาตรฐาน การลงมติของสว.จะถูกจดจำว่าเป็นผู้สนับสนุนการปกครองในระบบประชาธิปไตยแบบอารยะ หรือเหนี่ยวรั้งการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยห่วงเปิดช่องนอนหลับทับสิทธินายนิกร จำนง กมธ.ร่วมฯอภิปรายว่า หากร่าง พ.ร.บ.ประชามติถูกพัก 180 วัน จะได้ทำประชามติครั้งแรกเดือน ม.ค.69 จากนั้นเดือน ก.พ.69 จึงจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และ เม.ย.69 มาตรา 256 จึงเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา หาก สว.ไม่ให้ผ่าน ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯต้องรอวันที่ 3 ก.ค.69 จึงเปิดสมัยประชุม เท่ากับว่า ส.ส.ร.ก็ตั้งไม่ได้ การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2570 ลืมไปได้เลย ท่านจะแบกรับไหวหรือไม่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.ในฐานะ กมธ.ร่วมฯ อภิปรายว่า เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น เสี่ยงเปิดช่องทำประชามติไม่เป็นธรรม แทนที่จะเชิญชวนประชาชนมาลงคะแนนไม่เห็นด้วย ไปรณรงค์ให้ประชาชนนอนอยู่บ้าน คว่ำประชามติได้ ที่ตลกร้ายกว่าเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น จะทำให้ประชาชนมาใช้สิทธิออกเสียงน้อย เพราะไม่อยากให้ประชามติผ่าน ขัดหลักการเสียงข้างมาก 2 ชั้น ที่อยากให้มาใช้สิทธิมากๆ หาก สว.จะยืนยันเสียงข้างมาก 2 ชั้น ขอให้ลงมติด้วยใจจริง อย่าลงมติเพื่อต้องการใช้กลไกขัดขวางไม่อยากให้การแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จสว.หนุนท่วมท้นเสียงข้างมาก 2 ชั้นขณะที่ สว.กลุ่มสีน้ำเงินต่างอภิปรายสนับสนุนหลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น อาทิ นายพิศิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายว่า ผลสำรวจของนิด้าโพลสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ยืนยัน สว.ไม่มีเกมการเมืองยื้อแก้รัฐธรรมนูญ ทุกคนมีอิสระในการคิด เลือกไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง การระบุว่าการใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น รณรงค์ให้คนนอนหลับทับสิทธินั้น ไม่เชื่อว่าจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนนอนหลับทับสิทธิ ไม่มีใครกล้าพูดแน่ บ่งบอกความไม่เป็นประชาธิปไตย สว.ไม่ต้องการ พ.ร.บ.ประชามติที่ดีที่สุด แต่ต้องการได้ พ.ร.บ.ประชามติที่ยืดหยุ่น นำไปใช้ได้ทุกสถานการณ์ เสียงข้างมาก 2 ชั้น จะใช้เฉพาะกรณีแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวต้องดองร่างกฎหมายทิ้งไว้ 180 วันผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง สว.อภิปรายแสดงความเห็นครบถ้วนแล้ว ได้ลงมติเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ตามที่ กมธ.ร่วมฯแก้ไขให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ทำประชามติ ด้วยคะแนน 153 ต่อ 24 งดออกเสียง 13 เสียง ขั้นตอนต่อไปต้องรอให้สภาฯในวันที่ 18 ธ.ค. จะเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ตามที่ กมธ.ร่วมแก้ไขหรือไม่ หาก สส.ลงมติแย้งกับ สว. จะทำให้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติถูกยับยั้ง 180 วันประชาชนชงแก้ รธน.ตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างใหม่ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การประชุมสภาฯ วันที่ 18 ธ.ค. พรรค ปชน.จะยืนยันเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ตามที่สภาฯเคยให้ความเห็นชอบให้ใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ความเห็นขัดแย้งที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติถูกยื้อไป 180 วัน ไม่เป็นไร ฉบับปัจจุบันยังใช้บังคับได้ สัปดาห์นี้พรรค ปชน.จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวดใหม่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้บรรจุเข้าสู่วาระรัฐสภาช่วงเดือน ม.ค.68 จากการที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.หารือนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เห็นทิศทางที่จะบรรจุวาระได้ โดยไม่ต้องผ่านการทำประชามติก่อน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคปชน.เสนอแก้ไข 17 ฉบับไม่ควรทำพร้อมกันจะสับสน การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การมี ส.ส.ร. ควรพิจารณาเดือน ม.ค.68 ส่วนการแก้รายมาตราควรนัดประชุมรัฐสภาสัปดาห์ถัดไปพท.สั่งคุมเสียงโหวต ก.ม.ประชามติเมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทยประจำสัปดาห์ มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธาน สส.พรรค ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พท.ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เนื่องจากติดภารกิจลงตรวจน้ำท่วม จ.นครศรีธรรมราช ในที่ประชุมหารือถึงร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ วันที่ 18 ธ.ค. ภายหลัง จากผ่านการพิจารณาของ สว.เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. โดยที่ประชุมพรรค พท.กำชับ สส.ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติ โดยพร้อมเพรียง ห้ามลา ห้ามขาดเป็นอันขาด จากการ เช็กเสียงพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนใหญ่จะโหวตเห็นชอบ ตามหลักการเสียงข้างมากชั้นเดียว มีเพียงพรรคภูมิใจไทยที่จะงดออกเสียง ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรค ปชน. มีท่าทีที่จะโหวตไปในทิศทางเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล“นฤมล” เผยชัดแล้ว 20 สส.ซบ กธ.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงความชัดเจนของ 20 สส. กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา สมัครเป็นสมาชิกพรรคว่า ชัดเจนและคุยกันแล้ว เมื่อกระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อย คงมากรอกใบสมัคร ได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว คาดว่าน่าจะเรียบร้อยภายในสัปดาห์นี้ เมื่อถามว่าหลังจากนั้นจะปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า คุยกันคร่าวๆแต่ยังไม่ได้สรุปลงตัวว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าเปลี่ยนตัวคณะผู้บริหารพรรคต้องมีการประชุมใหญ่ คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส จะนั่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า เดี๋ยวขอโทร.ถามก่อน เมื่อถามว่าแต่ ร.อ. ธรรมนัส จะมีบทบาทในพรรค กธ.แน่นอนใช่หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว เรามีทีมงานเดียวกัน เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามี 20 สส. บวก 4 แล้วจะมีมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า “ติดตามตอนต่อไป” เมื่อถามว่าจะเปิดตัวได้ในสัปดาห์นี้เลยหรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า ถ้าเรียบร้อยน่าจะได้“จิรวุฒิ” ดับข่าว 25 รทสช.ซบโอกาสใหม่ด้านนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง สส.ชลบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสข่าว 25 สส.มีแนวโน้มจะย้ายไปสังกัดพรรคโอกาสใหม่ว่า ไม่ทราบเจตนาคนที่เอาไปพูด และโจมตีพรรครวมไทยสร้างชาติว่าหวังผลอะไร ส่วนตัวที่เป็น สส.พรรครวมไทยสร้างชาติแปลกใจ และเชื่อว่าคนให้ข่าวคงไม่หวังดีกับพรรค รทสช.ยืนยันได้ว่าทั้ง 36 สส.ยังรักสามัคคีกันเหมือนพี่น้อง รักและเคารพพรรค รทสช. ไม่เคยคิดที่จะออกจากพรรค เพราะได้รับเลือกจากประชาชนในนามพรรค รทสช. ขอฝากถึงผู้ไม่หวังดีต่อว่า พวกเราไม่คิดย้ายออกจากพรรค รทสช.แน่นอน เห็นข่าวในติ๊กต่อกยังงงว่าเอามาจากไหน โทร.ถาม สส.หลายท่านงงกันหมด ส่วนตัวไม่ย้ายพรรคแน่นอน“บิ๊กป้อม”หัวชนฝาให้ยกเลิก MOU44เมื่อเวลา 14.20 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำสัปดาห์ถึงจุดยืนพรรค พปชร. กรณีเอ็มโอยู 44 ว่า“ยกเลิกๆๆๆ ทั้งหมด” เมื่อถามถึงการเดินหน้าทางการเมืองต่อภายหลังขับ “20 สส.กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” พ้นพรรคแล้ว มีเงื่อนไขหรือข้อตกลงอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถามแล้วขึ้นรถ ก่อนจะลดกระจกลงยิ้มให้ผู้สื่อข่าว แล้วเดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที4สส.พปชร.ร่วมวงดินเนอร์ฝ่ายค้านต่อมาเวลา 14.45 น. นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ รองโฆษกพรรค พปชร. แถลงว่า กรณีผู้นำฝ่ายค้านนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทานอาหารเย็นวันที่ 18 ธ.ค. พรรค พปชร. มีมติส่ง 4 สส. เป็นตัวแทนเข้าร่วม ได้แก่ นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงา รองหัวหน้าพรรค นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย กรรมการบริหารพรรค นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร และนายอัคร ทองใจสด รองโฆษกพรรค และ สส.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตรไม่ได้เน้นย้ำหรือเป็นห่วงเรื่องใดเป็นพิเศษ เพียงแค่อยากให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพ มั่นใจว่าตั้งแต่พรรค พปชร.ได้ร่วมกันทำงานในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านราบรื่นมาด้วยดีภท.โวกวาดแชมป์เลือกตั้งท้องถิ่นวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงผลการเลือกตั้งนายกอบจ.ตาก เพชรบูรณ์ และนายกเทศมนตรีนครบุรีรัมย์ ที่เครือข่ายสีน้ำเงินคว้าชัยชนะว่า พรรค ภท.ไม่ได้สนับสนุนท้องถิ่นในนามพรรค ปล่อยให้เป็นเรื่องท้องถิ่น ผู้สมัครในพื้นที่สบายใจ เราส่งไปแค่ใจไม่มีทัพหลวงไปสนับสนุน หากนับเฉพาะคนเกี่ยวข้อง สนิทกับพรรค ภท.เราก็ชนะและเป็นแชมป์เบอร์หนึ่งอยู่ ส่วนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ลงช่วยหาเสียงนายก อบจ.พื้นที่ต่างๆ เครือข่ายพรรค ภท.ไม่หวั่นไหว ทางการเมืองต้องแข่งขันกัน หากไม่มีนายทักษิณลงไปช่วยก็มีคนอื่นอยู่ดี ถ้าตกใจง่ายไม่ต้องเล่นการเมือง ส่วนนายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ ที่มีกระแสย้ายมาพรรค ภท. สนิทสนมกัน ยังอยู่ทีมนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. แต่มีโอกาสย้ายมา ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเมือง ยังไม่ถึงเลือกตั้งใหญ่ ขอให้ใจเย็นๆพท.ส่องคุณสมบัติ สจ.จอยชิงนายกที่พรรคเพื่อไทย นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการพรรค พท.กล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.ณภาภัช อัญชสาณิชมนหรือ สจ.จอย ภรรยา สจ.โต้งจะลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี ในนามพรรค พท.ว่า รอให้เจ้าตัวแถลงก่อน ให้ส่งมาให้พรรคไปหารือเพื่อให้ ก.บห.ลงความเห็นต่อไป ถ้าจะส่ง สจ.จอยลงสมัครไม่น่ามีปัญหา แต่ต้องตรวจคุณสมบัติหรือคดีความเข้มข้น ส่วนการเสียชีวิตของ สจ.โต้งถูกมุ่งปมขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นเพราะมาลงสมัครในนามพรรค พท.ไม่เกี่ยวกับการสังกัดพรรคแน่จะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ไม่ทราบ เมื่อถามว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์บอกมีนักการเมืองบางคนยุให้ สจ.โต้งและนายสุนทร วิลาวัลย์ เข้าใจผิด นายสรวงศ์ตอบว่าไม่น่าใช่ การเมืองในภาคตะวันออก การสังกัดพรรคมีไม่กี่พรรคที่มีคะแนนเสียง ผู้สมัครจะไปอยู่พรรคใดเป็นเอกสิทธิ์ผู้สมัคร ยืนยันเกี่ยวกับการมาอยู่พรรค พท. ตัดเรื่องนี้ไปเลย ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายกกต.ขอ ตร.คุมเข้มเฟ้น อบจ.ปราจีนฯเมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศว่า จะแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง 415 คน ไปปฏิบัติหน้าที่ใน 76 จังหวัด สัปดาห์นี้จะอบรมวิทยากรไปถ่ายทอดแนวทางการทำงานที่ถูกต้อง ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง มอบหมายให้จัดพิมพ์บัตรแล้ว ส่วนกรณีเหตุยิงกันที่ จ.ปราจีนบุรี ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการร้องเรียนอะไรเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อบจ.ที่จะมีขึ้น แต่การเตรียมการของ จ.ปราจีนบุรี ได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 4 ชุด ดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างจะมีการเลือกตั้ง และขอความร่วมมือ ตร.ภูธรจังหวัดให้ช่วยรักษาความสงบด้วยเรียก หน.พท.แจง “ทักษิณ” ครอบงำนายอิทธิพรให้สัมภาษณ์ถึงคำร้องยุบพรรค การเมืองว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องพิจารณาอยู่ 6-8 เรื่อง บางเรื่องใกล้เสร็จแล้ว คำร้องเฉพาะตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ยังไม่มีถึง กกต.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานฯอยู่ ส่วนคำร้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าข่ายครอบงำพรรค พท. มี 4 คำร้องและเป็นไปตามขั้นตอนการทำงานตามมาตรา 93 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คณะกรรมการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานเรียกผู้ร้องทั้ง 4 คน มาให้ถ้อยคำแล้ว และมีหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆมาให้ข้อเท็จจริง รวมถึงมีหนังสือถึงหัวหน้าพรรคมาให้ข้อเท็จจริง ที่นายทักษิณไปร่วมสัมมนาพรรค พท.ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะ หน่วยงานหรือคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงเอามาประกอบการพิจารณาว่าจะมีความเห็นอย่างไร สำหรับเรื่องร้องเรียน พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ถูกร้องหลอกลวงวุฒิการศึกษาและฮั้วเลือก สว. สส. เข้าสู่การพิจารณาของ กกต. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เห็นว่ามีบางประเด็นที่ยังสอบยังไม่ชัดเจนที่ประชุมจึงยังไม่ลงมติ แต่มีมติให้ไปไต่สวนเพิ่มเติมให้สิ้นกระแสความ แต่ทุกอย่างจะไม่ล่าช้ามติ ครม. “ภูมิธรรม” รอง ปธ.ก.ต.ช.เมื่อเวลา 11.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามนายกฯมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง นายปารเมศ โพธารากุล เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่