ศาลรัฐธรรมนูญนัด 14 ส.ค. ชี้ชะตาคดี 40 สว.ชงสอย “นายกฯเศรษฐา” ตั้ง “พิชิต” เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ ยันเป็นประเด็นข้อกฎหมาย มีพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว ยุติการไต่สวน สั่งนายกฯแถลงปิดคดีส่งเป็นเอกสารภายใน 31 ก.ค. “สมชาย” เตรียมยื่นคำแถลงปิดคดีฝ่ายผู้ร้อง ย้ำนายกฯผิดจริยธรรมร้ายแรง เพราะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจลงนาม ไม่ใช่แค่การตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนของ สลค. “เฉลิม” เปิดบ้านริมคลองแถลงท้าพรรค พท.รีบขับพ้นพรรค เปิดหน้าเป็นอิสระจ่ออภิปรายซักฟอกคนทำผิด ลั่นแม้แต่ชื่อ “ทักษิณ” ยังไม่อยากได้ยิน ท้าดีเบตขุดอดีตใครมีบุญคุณต่อใคร ทำนายอนาคตรัฐบาลเจ๊ง อยู่ไม่ได้ นายกฯตีปี๊บระเบิดสะพานโจร ล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขันนอตปราบทุนจีนเทาศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีสำคัญทางการเมืองอีกคดีในวันที่ 14 ส.ค. จากกรณีสมาชิกวุฒิสภา 40 คน ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติหรือมีคุณสมบัติต้องห้าม ศาล รธน.ถกคดี 40 สว.ยื่นสอยนายกฯเมื่อเวลา 10.52 น. วันที่ 24 ก.ค. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยเเพร่เอกสารข่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่สมาชิกวุฒิสภา 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 1 มีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยผู้ถูกร้องที่ 1 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธธรรมนูญแล้วยุติไต่สวนนัดชี้ชะตา 14 ส.ค.ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาปรึกษาหารือแล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 58 วรรคหนึ่ง หากคู่กรณีประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญตาม พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ ข้อ 24 ภายในวันที่ 31 ก.ค.67 ส่วนคำร้องที่ผู้เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้รวมไว้ในสำนวนคดี ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 14 ส.ค. เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ“สมชาย” เตรียมยื่นแถลงปิดคดีนายสมชาย แสวงการ อดีต สว.ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน กรณีทำผิดจริยธรรมร้ายแรงแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญยุติไต่สวนคดีนายกฯ ให้คู่กรณีแถลงปิดคดี ในฐานะผู้ร้องจะยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญตามกำหนดเวลา ในรายละเอียดคำแถลงปิดคดีจะทำให้รัดกุม ชี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่านายเศรษฐามีความผิดหรือไม่ในประเด็นนำชื่อผู้มีลักษณะต้องห้ามเสนอเป็นรัฐมนตรีผู้นำลงนาม ไม่ใช่แค่ สลค.ตรวจสอบนายสมชายกล่าวว่า ถ้าศาลฯได้อ่านจะเห็นว่าไม่ใช่การตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพราะเรื่องดังกล่าวต้องให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจลงนามด้วย อีกทั้งจนถึงตอนนี้นายพิชิตยังไม่ได้รับการคืนใบอนุญาตจากสภาทนายความ แม้นายพิชิตจะฟ้องศาลปกครองขอคืนใบอนุญาตทนายความ แต่ศาลปกครองพิพากษายืนตามสภาทนายความ ชี้ให้เห็นเป็นการทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริงหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้นายเศรษฐาพ้นตำแหน่งนายกฯ จะทำให้ ครม.พ้นทั้งคณะด้วย เชื่อมั่นว่านายเศรษฐาน่าจะมีความผิด “ภูมิธรรม” ชี้กัญชาไม่ใช่ปมการเมืองที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข หารือถึงปัญหาการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ว่า เห็นตามข่าวเป็นการพูดคุย 3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการและขณะนี้มีร่างกฎหมายอยู่ในสภาหลายฉบับ จึงต้องทำให้ชัดเจนว่าจะยึดตามหลักการกฎหมายกัญชา ความเห็นต่างจะทำความเข้าใจกันอย่างไร ไม่มีผลกระทบต่อท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้ให้ภาคส่วนต่างๆไปหารือกัน ต้องรอดูผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯระบุว่าการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเป็นเรื่องของประชาชน แต่กลับมาใช้ พ.ร.บ.มาควบคุม จะทำให้ถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง ที่นายกฯพูดไม่ทราบว่าในรายละเอียดขณะนี้ปฏิบัติไปอย่างไร จึงไม่ควรไปคาดการณ์ ขอรอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันก่อน จะเสนอเป็นร่างของรัฐบาลหรือ สส.ออกมาเป็น พ.ร.บ. ต้องรอว่าจะมีร่างใดเข้ามาบ้าง แต่เท่าที่ทราบมีร่างค้างอยู่ในสภาฯหลายร่างปิดปากไม่วิจารณ์ สว.สีน้ำเงินเมื่อถามถึงผลการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาที่มีการมองว่าสภาสูงถูก สว.สายสีน้ำเงินกินรวบ จะกระทบกับการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยนายภูมิธรรมกล่าวติดตลกว่า “จริงๆตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราไม่พูดเรื่องการเมือง แต่วันนี้พวกคุณลากผมมาคุย เพราะเป็นช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา เอาแค่นี้นะ ผมลืมไปแล้ว คุณก็เอาผมมา” ก่อนจะรีบโบกมือและกล่าวติดตลกเลี่ยงว่า “เขาบอกว่าอาทิตย์นี้ห้ามพูดเรื่องการเมือง”“อนุทิน” ยินดี ปธ.และ 2 รองประธานฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงผลการเลือกประชุมวุฒิสภานัดแรกว่า ถือว่าเหมาะสมและดีใจที่นายมงคล สุระสัจจะ สว.อดีตอธิบดีกรมการปกครองและจะได้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่ยุบสภาฯก่อน จากนั้นได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา รู้จักท่านเพราะเป็นลูกน้องเก่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล สมัยเป็น รมว.มหาดไทยในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ รวมถึง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว.อดีต แม่ทัพภาคที่ 4 อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ.ที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญ รู้อย่างละเอียดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะที่นายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. และอดีตประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่2 มีประสบการณ์มากมาย ในฐานะคนติดตาม ต้องติดตามเพราะเราทำหน้าที่รัฐบาลและเป็น สส.ด้วย ต้องทำงานด้านนิติบัญญัติร่วมกัน สว.และ สส.มีความสัมพันธ์ที่ดี ความเข้าใจที่ดี มีความปรารถนาดีต่อกัน ส่วนรวมได้ประโยชน์คือสิ่งที่ต้องทำ “เฉลิม” เรียกร้อง พท.รีบขับพ้นพรรคเมื่อเวลา 16.30 น. ที่บ้านริมคลอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงเปิดใจหลังนายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.กทม.พรรค พท. สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า วันเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ได้เข้าไปให้กำลังใจ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างก็แพ้แล้ว แต่พรรครู้ข่าวมีการพิพากษ์วิจารณ์รุนแรงว่าไม่มีวินัย ถ้าตนไม่มีวินัยจริง คนใน พท.จะเหลือ 5 คนหรือไม่ ไม่อยากทะเลาะกับใคร เพราะมีสงครามตัวแทนเยอะอยู่แล้ว และมีการเรียกนายวันไปพบผู้มีอำนาจในพรรค ถามว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องจะอยู่กันอย่างไร นายวันบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าอยู่กันไม่ได้ก็ออกจากพรรค ตนกับนายอาชวิน อยู่บำรุง ที่ปรึกษา รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไม่มีการพูดถึง แต่อยากให้พรรค พท.ได้ไล่ตนออกเร็วๆ การเมืองจะได้สนุก แค่ตนไปเยี่ยม พล.ต.ท.คำรณวิทย์แล้วถูกไล่ออกให้มันรู้ไปลั่นชื่อ “ทักษิณ” ยังไม่อยากได้ยินเมื่อถามว่าท่าทีพรรค พท.จะไม่ขับออกจากพรรค ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า นั่นคือความทุกข์ของตนที่เขาไม่ขับ ส่วนท่าทีของตนในสภาฯคงต้องเปลี่ยนล้านเปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าจากนี้หากมีประเด็นอะไรแสดงว่าจะอภิปรายพรรค พท.ใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “นี่รู้ใจได้อย่างไร แต่การอภิปรายแล้วแต่สถานการณ์ หากใครจะวิจารณ์ผมให้เอาพวกบิ๊กๆมาดีเบตกันว่าคนจะฟังใครมากกว่ากัน จิตใจผมสะอาดไม่เคยชั่ว ไม่เคยสร้างตัวเองให้ร่ำรวยในทางการเมือง ผมเคยสร้างมนุษย์บางคนจากที่ไม่มีอะไร จนร่ำรวยๆ ไม่อยากบอกชื่อ แต่ทุกคนคงรู้” เมื่อถามว่าคนที่จะดีเบตมีแค่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นท้าดีเบตขุดอดีตใครมีบุญคุณกับใคร“ให้เกียรติอดีตรองนายกฯบ้างสิ ไม่เช่นนั้น ใครจะรู้ประวัติเดิมของกันและกัน นอกจากผมใครจะรู้ว่านายทักษิณเคยไปนั่งที่ อสมท. ไปเช่าเวลา นอกจากผมใครจะรู้ว่าใครเป็นคนอนุมัติเคเบิลทีวี ไอบีซีให้นายทักษิณ ไม่มีใครมีบุญคุณต่อกันและที่พูดไม่ได้เพื่อเอาบุญคุณ แต่ถ้ามีการดีเบตจะสนุก” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว เมื่อถามว่าขณะนี้ความสัมพันธ์กับนายทักษิณยังถือว่าดีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ชื่อยังไม่อยากได้ยิน ไม่มีแตกหัก เขาจะมาแคร์อะไรผม แต่พร้อมดีเบต ตอนที่อยู่ต่างประเทศคุยกันตลอด ไม่คุยกันตอนที่กลับมา และไม่อยากเปิดประตูความสัมพันธ์ หากจะพูดว่าใครมีบุญคุณต่อกัน ไม่มีใครรู้ แต่ผมรู้ ฟ้าดินรู้ ใครมีบุญคุณกับใคร”ปลดแอกเป็นอิสระจ่ออภิปรายคนผิดเมื่อถามว่าบทบาทที่จะอภิปรายรัฐบาลจะเริ่มสัปดาห์หน้าเลยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ต้องใจเย็นๆ ออกแล้วต้องน็อก ออกแล้วต้องมีลำหักลำโค่น ออกแล้วต้องจี๊ดจ๊าด ไม่ใช่อภิปรายกันแบบทุกวันนี้ เมื่อถามว่าพรรค พปชร.ที่นายวันไปสังกัดเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยังไม่พูดว่าจะเข้าพรรค พปชร. ยังพูดไม่ได้เพราะหัวหน้าพรรค พปชร.ยังไม่อนุญาต ไม่ใช่ว่าจะอภิปรายพรรค พท.เป็นหลักอยู่ที่ใครทำผิด นึกว่าไม่รู้หรือว่าจะทำอะไรกัน เมื่อถามว่าจะวางตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อย่าใช้คำว่าฝ่ายค้านอิสระเลย ใช้คำว่า “เฉลิมอิสระ” ดีกว่า ตนตรงไปตรงมา ไม่ใช่ป่วยแล้วบอกไม่ป่วย ไม่ป่วยแล้วแกล้งป่วยฟันธงรัฐบาลเจ๊งอยู่ไม่ได้เมื่อถามว่ามองโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะสำเร็จหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ถ้าถามต้องบอกว่าไม่สำเร็จ และต่อไปอาจมีการสอบสวนทางคดีเรื่องนี้ด้วย ที่ผ่านมาตอนที่นายทักษิณอยู่เมืองนอก ตนทำคดีให้ 7 คดี ถ้าใครพูดเท็จให้วิบัติ เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์การเมืองจากนี้รัฐบาลจะเป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เจ๊ง ฟันธง อยู่ไม่ได้ เพราะพกปืนคนละกระบอกอยู่ข้างหลัง แต่เป็นปืนพลาสติก เมื่อถามว่าหมายถึงพรรคร่วมรัฐบาลพกปืนใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “รอคนพลาดไง” เมื่อถามว่า รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าชาติหน้าบ่ายๆ เพราะกลุ่มคณะการเมืองรวย แต่ประชาชนยากจน ปราบยาก็ไม่ประสีประสา “อิ๊งค์” ฉุนดีด “อาเหลิม” พ้นกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ภายหลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาเคลื่อนไหวโดยการแถลงเปิดใจที่บ้านริมคลอง โดยมีการท้าทายให้พรรคเพื่อไทยไล่ตนเองออกจากพรรค เสร็จสิ้นลงไปเมื่อเวลาประมาณ 17.20 น. ต่อมาเวลา 17.57 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลบ ร.ต.อ.เฉลิมออกจากกลุ่มไลน์ สส.ของพรรคเพื่อไทยนายกฯลุยล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมื่อเวลา 10.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯโพสต์ข้อความผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ได้แวะไปที่อ.เชียงแสน พร้อมสั่งการให้ตัดสัญญาณโทรศัพท์และทำลาย “เสา สาย ซิม” ตามแนวชายแดนที่คนร้ายใช้โทร.เข้ามาหลอกลวงประชาชน เริ่มที่บริเวณรอบคิงส์โรมัน สปป.ลาว ก่อน วันที่ 24 ก.ค. ตำรวจ นายอำเภอ ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงเปิดยุทธการระเบิดสะพานโจรตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์คิงส์โรมันแล้ว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเร่งจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มคนไทยที่สุ่มเสี่ยงไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งคนต่างชาติ เพื่อขยายการจับกุม ข้อสำคัญจะให้คณะกรรมการประสานงานชายแดนของทหาร เจรจานำตัวคนไทยที่ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาลงโทษ เป้าหมายคือต้องไม่มีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านมาหลอกคนไทยอีกถกศธ.แก้เด็กหลุดระบบการศึกษาต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายเศรษฐาไปเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2567 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าเข้าร่วม เมื่อนายกฯเดินทางถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯต้อนรับ ต่อมานายกฯถ่ายภาพร่วมกับคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าและคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ แล้วรับฟังบรรยายผลการดำเนินงานภารกิจด้านการศึกษาด้านความมั่นคง (ปัญหาในพื้นที่ชายแดนและปัญหายาเสพติด) และภารกิจอื่นๆ โดยนายกฯกล่าวมอบนโยบายว่า ขอให้เน้นย้ำการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา มาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์หรือ Thailand Zero Dropout เป็นเรื่องที่ดี รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ขอให้ขับเคลื่อนต่อเนื่อง และขอให้ช่วยกันปลูกฝัง ให้เด็กเกลียดชังยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงโทษและอันตรายของยาเสพติดกำชับฝ่ายความมั่นคงปราบทุนจีนเทานายกฯกล่าวว่า การพนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ และยาเสพติด ถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคง ให้ถือเป็นภารกิจสำคัญ รัฐบาลเพิ่มมาตรการต่างๆ แก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นบำบัด สร้างเครือข่าย วางมาตรการป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาตามตะเข็บชายแดน เจ้าหน้าที่ขอให้พร้อมทำงาน อย่าประมาท อุปกรณ์ต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เงินรางวัลนำจับยาเสพติด ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการหน่วยงานต่างๆ เช่น ป.ป.ส. กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ส่วนมากจะจ่ายเมื่อจบสิ้นคดี บางคนเกษียณไปแล้วยังไม่ได้ ขอให้แบ่งจ่าย 30% เมื่อจับกุม อีก 70% จ่ายตอนคดีจบสิ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจ รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหายาเสพติดให้สิ้นซาก ส่วน ปปง.ได้สั่งการให้เร่งยึดทรัพย์รวดเร็วและฉับพลัน ส่วนความมั่นคงขอให้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาการลุกลามตามชายแดนของบุคคลต่างด้าวและปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ฝากให้กระทรวงมหาดไทยดูเรื่องนี้ หากคุณสมบัติครบต้องได้สิทธิต่างๆ ขอให้เร่งดำเนินการได้รับสิทธิโดยเร็ว อย่านำไปเกี่ยวกับการเมืองขอให้ยึดความเท่าเทียมการพนันออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์ การประสานงานกับต่างประเทศสำคัญ ได้พูดคุยกับนายกฯกัมพูชา เข้าใจว่า ตร.ประสานไปแล้ว การตัดตอนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ตามตะเข็บชายแดนจำนวนมาก ส่วนทุนจีนสีเทา ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานธุรกิจไม่ได้รังเกียจ แต่เรารังเกียจนักธุรกิจผิดกฎหมาย ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงอย่านิ่งนอนใจ บังคับใช้กฎหมายจริงจังต่อไป “สฤษฏ์พงษ์” ยันไม่ตีจากภูมิใจไทยเมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการไปปรากฏตัวที่พรรคพลังประชารัฐ พร้อมระบุอนาคตยังไม่แน่จะอยู่พรรคใดว่า ไม่มีนัยการเมือง ไปธุระส่วนตัวทางคดีของตัวเอง ไปหลังจากพรรค พปชร.เปิดตัวสมาชิกพรรคใหม่แล้ว แต่สื่อถามเชิงล้อเล่นว่า อนาคตจะย้ายพรรคมา พปชร.หรือไม่ จึงตอบโดยหลักธรรมชาติว่าอนาคตยังไม่รู้ แต่วันนี้ยังไม่มา ยังอยู่ ภท.เหมือนเดิม ตนเคารพทุกพรรค ส่วนตัวไม่มียุทธศาสตร์หรือลับลมคมใน ถ้าจะไปต้องบอกกัน จะไปอย่างมีเหตุผล วันนี้ยืนยันยังไม่คิดถึงเรื่องการย้ายพรรค ยังมีความสุขที่เดิม ทำงานให้พรรค ภท.ที่ผ่านมาติดอันดับ สส.1 ใน 5 ที่ยื่นกฎหมายมากที่สุด ถ้าจะไปพรรค พปชร. พรรค พท.ไปได้โดยชอบธรรม แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็นการเมือง ยืนยันไม่มีปัญหา ไม่เคยเคลื่อนไหวเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรี แม้จะสู้ศึกได้ สส.กระบี่ 3 คน ไม่อยากเป็นรัฐมนตรีไม่เคยถามพรรคเมื่อใดจะให้เป็น ผู้ใหญ่ในพรรคสอบถามได้ชี้แจงไป ทุกคนเข้าใจดี ไม่เคยสร้างปัญหาให้พรรค ตนมีเพื่อนในพรรค พท. ประชาธิปัตย์ และ พปชร.เยอะ ถ้านับจำนวนรู้จัก สส.พรรค พท.มากกว่า พรรค ภท.ด้วยซ้ำรับหลักการฟื้น ก.ม.คำสั่งเรียก กมธ.เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อร่าง พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาฯ และวุฒิสภาตามที่นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย เสนอพร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ที่เสนอโดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล สส.กทม.พรรคก้าวไกล สาระสำคัญคือการคืนอำนาจให้คณะกรรมาธิการฯตรวจสอบประเด็นความไม่โปร่งใสที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร รัฐมนตรีและข้าราชการ โดย สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคก้าวไกล เห็นพ้องกันให้รับหลักการ สนับสนุนให้ กมธ.มีอำนาจเรียกบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐมาตรวจสอบได้ตามอำนาจ หลังที่ผ่านมา พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการสภาฯและวุฒิสภา พ.ศ.2554 ไม่สามารถนำมาใช้บังคับได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย วันที่ 7 ต.ค.63 ระบุว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะ กมธ.ดังกล่าวมีกำหนดบทลงโทษทางอาญา ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 129 สร้างปัญหาต่อการทำงานให้ กมธ. ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกเชิญมาให้ข้อมูล ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 421 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และตั้ง กมธ.มาพิจารณาแก้ไขเนื้อหาต่อไป2 อดีต รมต.ยังอู้ฟู่หลักร้อยล้านวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรี รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กรณีการพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 เม.ย.67 จำนวน 3 คน ได้แก่ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด พ้นตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯมีทรัพย์สิน 877,000,560 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝาก 29 บัญชี มูลค่า 58,532,588 บาท เงินลงทุน 70,987,008 บาท ที่ดิน 47 แปลง มูลค่า 202,630,000 บาท ที่ กทม.ปทุมธานี ระยอง เลย โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9 หลัง 333,530,000 บาท อาทิ บ้านพัก จ.นนทบุรี มูลค่า 88 ล้านบาท บ้านพัก จ.ระยอง 50 ล้านบาท บ้านพักย่านพญาไท กทม. มูลค่า 51 ล้านบาท ยานพาหนะ 9 คัน มูลค่า 22,121,963 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ 188,679,000 บาท อาทิ ทองคำแท่ง 3 กิโลกรัม มูลค่า 8.4 ล้านบาท แหวนเพชร ต่างหู จี้เพชร 19 รายการ มูลค่า 37.8 ล้านบาท พระเบญจภาคี 1 ชุด 40 ล้านบาท และมีหนี้สิน 19,454,155 บาท นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พ้นตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข มีทรัพย์สิน 559,863,126 บาท ส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินของ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ คู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภริยา อาทิ ที่ดิน 501,339,338 บาท 18 แปลง ที่ จ.ลำพูน นครราชสีมา สระบุรี ทรัพย์สินอื่น 21,659,889 บาท เช่น กระเป๋า HERMES และอุปกรณ์ตกแต่ง 25 รายการ 6,098,000 บาท กระเป๋าแบรนด์เนมอื่นๆ 45 ใบ 5,970,000 บาท เครื่องประดับทองคำและเพชร 81 ชิ้น 5,912,889 บาท “พิชัย” นั่งขุนคลังรวย 269 ล้านนายอนุชา นาคาศัย พ้นตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ มีทรัพย์สิน 28,928,749 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน 10,750,000 บาท จำนวน 5 แปลงที่ จ.นนทบุรีและ จ.ชัยนาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 7.6 ล้านบาท 3 หลังที่ จ.นนทบุรีและ จ.ชัยนาท ทรัพย์สินอื่นๆ 6,489,000 บาท อาทิ นาฬิกา 15 เรือน มูลค่า 5.8 ล้านบาท ปืน 23 กระบอก มูลค่า 689,000 บาท นอกจากนี้ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายพิชัย ชุณหวชิร กรณีรับตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.คลัง เมื่อวันที่ 3 พ.ค.67 มีทรัพย์สิน 269,386,011 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารของตนเองและนางสุทธาสินี สกุลคู คู่สมรส รวม 69.7 ล้านบาท ที่ดิน 34 แปลง 120,727,152 บาท ที่ จ.นครราชสีมา เชียงใหม่ กทม. กระบี่ บ้าน 5 หลัง 18.7 ล้านบาท และเงินให้กู้ยืม 35,799,628 บาทม็อบ คปท.กลับบ้านส่งคืนพื้นที่ชุมนุมเมื่อเวลา 09.10 น. ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศหรือ คปท.กองทัพธรรม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส.นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดสำนักงานเขตดุสิตช่วยกันใช้น้ำฉีดทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุม รื้อเก็บสิ่งที่นำมาทั้งหมดออกจาก ถ.พิษณุโลก คืนพื้นที่ให้ภาครัฐใช้จัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา จากนั้นตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ตัวแทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานเขตดุสิต และแกนนำ คปท.ร่วมกันเดินตรวจความเรียบร้อย เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติจึงทยอยเปิดการจราจร ถนนพิษณุโลก ขาเข้าตั้งแต่แยกนางเลิ้งถึงแยกพาณิชยการให้ประชาชนสัญจรได้ตามปกติ หลังต้องปิดไป 2 เลน เพราะถูกผู้ชุมนุมยึดไว้ปักหลักค้างคืนมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. รวม 172 วัน เรียกร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร กลับไปรับโทษในเรือนจำ ทั้งนี้แกนนำและผู้ร่วมชุมนุมมีการโบกมือร่ำลาแล้วประกาศว่าจะมาพบกันใหม่ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่