ขณะนี้มีพรรคการเมืองใหญ่ และนักการเมืองคนสำคัญ ถูกกล่าวหากระทำผิด ป.อาญา ม.112 พร้อมกัน 2 ราย นั่นก็คือ กกต.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ ให้สั่งยุบพรรคก้าวไกล ฐานกระทำผิด ม.112 ล้มล้างการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถูกอัยการสูงสุดฟ้องทำผิด ม.112รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งมี ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด เป็นประธาน ระบุว่า ม.112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง จึงเสนอให้ศึกษาและ แก้ไข นายชัยธวัช ตุลาธน ก็พูดในทำนองเดียวกันหัวหน้าพรรคก้าวไกลแถลงว่า ได้จัดทำคำชี้แจง 100 หน้า และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว วางประเด็นต่อสู้หลายระดับ ตั้งแต่ใหญ่ถึงย่อย “เราสู้ทุกมุม ทุกเหลี่ยมประตู” ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เชื่อว่าคำวินิจฉัยที่จะออกมาไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายอย่างเดียว การยุบพรรค อาจเป็นปัจจัยทางการเมืองทั้งหมดด้วยซ้ำกกต.ร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคก้าวไกล หลังจากที่ศาลมีคำวินิจฉัยว่าใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากการที่พรรคเสนอนโยบายหาเสียง โดยให้แก้ไข ม.112 หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การสั่งยุบพรรคแต่เป็นการสั่งให้ผู้ที่รู้เห็นการกระทำ อันอาจนำไปสู่การล้มล้างการปกครองฯ ให้ร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ ม.49 แต่ กกต.กลับร้องให้ยุบพรรคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ฐานล้มล้างการปกครองฯ พรรคก้าวไกลยืนยันไม่มีเจตนาล้มล้างอาจเปรียบเทียบการกระทำผิด ตาม ป.อาญา 2 มาตรา ที่อยู่ติดกัน นั่นก็คือผู้กระทำผิด ม.113 สามารถล้มล้างอำนาจทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และยึดอำนาจสำเร็จ อย่างน้อย 13 ครั้ง แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้กระทำผิด ม.112 สามารถล้มอำนาจการปกครองแม้แต่ครั้งเดียวนี่คือข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ตรงกับข้อกฎหมายการยุบพรรคการเมือง และการเพิกถอนสิทธิคณะกรรมการพรรค เป็นความผิดรุนแรงทางการเมือง เปรียบได้กับโทษประหาร สังคมประชาธิปไตยถือว่าการจัดตั้งพรรคเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงหวังว่าสิทธิและเสรีภาพ ประชาชนจะได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งการดำรงหลักนิติธรรม และระบอบประชาธิปไตย.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม