“เศรษฐา” ไม่ปฏิเสธนั่งควบ รมว.กลาโหม แพลมไต๋ทุกอย่างมีโอกาสและขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลา “ชลน่าน” ขำกลบเกลื่อนหลุดเก้าอี้คัมแบ็กลุยงานสภาฯ “สุริยะ” บอกแฮปปี้ดีที่กระทรวงคมนาคม แต่ถ้าให้ควบรองนายกฯแล้วแต่ดุลพินิจนายกฯ “ไชยา” ไม่หวั่นแล้วแต่ผู้ใหญ่ ทวงกระทรวงเกษตรฯต้องอยู่กับ พท. “ธรรมนัส” แย้มอยากได้ รมช.อีก 1 คน ยัน พปชร.รอสัญญาณส่งชื่อ “ไผ่” ตามเดิม “วันนอร์” ลั่นรักษาเกียรติศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติ ตีกัน พท.แทรกแซงจ้องยึดเก้าอี้ประธานสภาฯ “ภูมิธรรม” จ่อชง ครม.ทำประชามติ 3 ครั้งร่างรัฐธรรมนูญ “ชูศักดิ์” ห่วงถึงทางตัน รับไม่มีทางเลี่ยงอื่น ขณะที่ กมธ.วุฒิสภาจัดโปรแกรมทัวร์ดูงานเมืองนอกทิ้งทวนก่อนหมดวาระ “เสรี” สวดยับเป็นตัวอย่างฟุ่มเฟือย ควรเลิกได้แล้วหลังจากมีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง จะโยกสลับเปลี่ยนไปนั่งควบ รมว.กลาโหม ล่าสุดนายกฯไม่ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว เพียงแต่ระบุว่าทุกอย่างมีโอกาสและขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลามากกว่า นายกฯนำทีมประชุม ครม.ฃเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 เม.ย. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ลาประชุม ครม. ท่ามกลางสื่อมวลชนเกาะติดกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยได้สอบถาม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯว่า ได้เริ่มมีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรีใหม่หรือยัง นพ.พรหมินทร์หัวเราะพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ตรวจสอบผมเหรอ”ไม่มี รมต.ถามเรื่องปรับ ครม.ต่อมาเวลา 11.25 น. ภายหลังประชุม ครม.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า ไม่มีใครถามอะไรเลย ทุกคนยังทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่างที่สื่อได้เสนอข่าวไป วัคซีนที่ดีที่สุดคือการทำงานนั่นเอง เชื่อเช่นนั้นและต้องขอบคุณที่สื่อได้เสนอข่าวไป ตอนนี้ทุกท่านยังมุมานะทำงานอย่างเดียว เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรค พปชร.ได้เสนอชื่อรัฐมนตรีในโควตาหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย ตนได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรค พปชร.แค่เรื่องข้าวโพดและอะไรหลายๆเรื่อง ไม่เห็นพูดอะไรมา เมื่อถามว่าในสัปดาห์นี้มีโอกาสนัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลคุยกันหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ถ้าเกิดคุยคงคุยเป็นการส่วนตัวบางท่านที่เกี่ยวกับงานอย่างเดียว ซึ่งทำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วแพลมควบ กห. อยู่ที่โอกาส-เวลาเมื่อถามถึงกระแสข่าวนายกฯจะไปควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม นายเศรษฐากล่าวว่า “วินาทีนี้ผมยังเป็น รมว.คลัง และเป็นนายกรัฐมนตรีครับ” เมื่อถามอีกว่ามีโอกาสที่จะไปหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า คิดว่าทุกอย่างมันมีโอกาสและขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลามากกว่า เมื่อถามว่า ถ้าเกิดนายกฯไปควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม จะทำให้นโยบายต่างๆของนายกฯเดินไปได้ นายกฯกล่าวว่า อย่าพูดถึงถ้าเกิดดีกว่าไว้เกิดแล้วค่อยว่ากันดีกว่า เมื่อถามว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่เสร็จ ถ้าเปลี่ยนม้ากลางศึกจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ตอบคำถามเรื่องนี้ ดิจิทัลวอลเล็ตมันชัดเจนไปแล้วเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อถามว่าจะส่งไม้ต่อให้ รมว.คลัง คนต่อไปได้แล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่จะส่งไม้ต่อกับใครทั้งสิ้นโยนถาม พท.ยึดคืน ปธ.สภาฯเมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะดึงเก้าอี้ประธานสภาฯคืนจากพรรคประชาชาติ (ปช.) นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ทราบเรื่องจริงๆต้องไปถามหัวหน้าพรรค เมื่อถามว่าพรรค พท.จะยกเครื่องการทำงานในสภา จึงต้องมีการปรับ ครม. นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องการทำงานกับสภาฯเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่การจะยกเครื่องอย่างไรหรือจะปรับอย่างไรในบริบทปัจจุบันนี้ เชื่อว่าทุกคนให้ความสำคัญกับระบบรัฐสภาอยู่แล้ว อะไรที่จะสามารถทำให้ขับเคลื่อนการออกกฎหมาย ระบบตรวจสอบได้ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเรื่องนี้ เมื่อถามว่าในความคิดนายกฯบุคคลที่จะไปทำหน้าที่หลักประสานงานฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารต้องมีคุณสมบัติอย่างไร นายกฯกล่าวว่า คงไม่ไปก้าวล่วงและไม่ไปพูดอะไร เพราะเดี๋ยวจะกระทบกระเทือนกับคนที่อยู่ปัจจุบัน อย่าดีกว่า อันนี้ไม่ใช่เรื่องของตน “ชลน่าน” ไม่นอยด์ชื่อหลุดเก้าอี้ก่อนหน้านั้นเวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.หลังมีชื่อถูกปรับออกจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ว่า ไม่มีอะไรๆ ไม่ทราบเลยว่ามีสัญญาณอะไร เมื่อถามว่าได้ติดตามข่าวหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ก็ติดตามอยู่ตลอด เมื่อถามว่าข่าวออกมากระทบต่อการทำงานหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “สำหรับตัวผมไม่กระทบ แต่ในส่วนข้าราชการประจำจะกระทบหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่พยายามสั่งการมาโดยตลอดว่าห้ามเกียร์ว่าง ทุกคนต้องทำงานเต็มที่” เมื่อถามว่าดูเหมือนไม่สบายใจ และนอยด์ๆ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ไม่มี ก็ทำงานไป ไม่มีนอยด์ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เรามีหน้าที่ทำให้เต็มที่อย่าไปคิดมาก”ขำสื่อถามกลับไปปักหลักงานสภาต่อมาเวลา 09.05 น. นพ.ชลน่านเดินลงจากห้องประชุม ครม.ตึกบัญชาการ หลังจากขึ้นไปเพียง 10 นาที แล้วเดินไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบนายกฯ กระทั่งเวลา 09.35 น. นพ.ชลน่านเปิดเผยว่า เข้าพบนายกฯเพื่อรายงานสารแอมโมเนียรั่วที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยเรื่องอื่น ไม่มีการพูดคุยอะไรเป็นพิเศษ เมื่อถามว่าแต่มีกระแสข่าวว่าอาจมีรัฐมนตรีบางคนไปทำหน้าที่หลักที่สภา นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “อย่างนั้นหรอ บางคนนั้นคือใคร” เมื่อผู้สื่อข่าวถามกระเซ้าว่าไม่มีการระบุชื่อ นพ.ชลน่าน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “นั่นน่ะสิครับ”“สุดาวรรณ” ไม่รู้ยังเหนียวรั้งที่เก่าน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการปรับ ครม.หลังงานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ได้รับคำชมว่า ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนจริงๆ ส่วนการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯพิจารณาว่าใครเหมาะสม ส่วนตัวไม่ได้รับสัญญาณใดๆจากนายกฯ เมื่อถามว่าการจัดกิจกรรมสงกรานต์เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ทำให้มีกระแสข่าวว่าผลงานเข้าตาจากเดิมที่เคยมีชื่อต้องย้ายไปนั่งกระทรวงวัฒนธรรม แต่ถูกดึงตัวกลับมาดูกระทรวงการท่องเที่ยวฯเหมือนเดิม ทำให้มีกำลังใจหรือไม่ น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า จริงๆทุกคนใน ครม. ตั้งใจทำงานกันหมด ข่าวที่ออกมาขอย้ำว่าเป็นเรื่องที่นายกฯจะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจว่าจะได้อยู่ดูแลกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ น.ส.สุดาวรรณตอบว่า ไม่ทราบจริงๆ“สุริยะ” บอกอยู่คมนาคมแฮปปี้ดีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวถูกปรับให้ควบตำแหน่งรองนายกฯ ว่า ไม่ทราบ อยู่ในดุลพินิจของนายกฯ ตอนนี้ทำงานที่กระทรวงคมนาคมมีความพึงพอใจอยู่แล้ว เมื่อถามว่าช่วงสงกรานต์ที่ได้พบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เชียงใหม่ ได้รับคำแนะนำในการทำงานอย่างไรหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ตอนไป จ.เชียงใหม่ ได้รดน้ำดำหัวนายทักษิณ ผู้ใหญ่ที่เราเคารพ มี สส. ประชาชนไปร่วมจำนวนมาก ไม่มีโอกาสคุยเรื่องงาน เมื่อถามว่าหากได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯพร้อมจะทำงานใช่หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า “อย่าเพิ่งไปคาดเดาเลย ผมอยู่เป็น รมว.คมนาคม มีงานที่ทำเป็นที่พอใจอยู่แล้ว” โต้ ก.ก.20 บาทตลอดสายจะทำให้ดูนายสุริยะกล่าวอีกว่า ส่วนนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ทราบสิ่งที่นายสุรเชษฐ์ให้ความเห็น ยินดีรับฟังทั้งคำติคำชมจากประชาชนและฝ่ายค้าน คำวิจารณ์นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่ตนพยายามดำเนินการ ที่นายสุรเชษฐ์ไม่เห็นด้วยและไม่ควรทำนั้น ตรงนี้ยอมรับไม่ได้ เพราะประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้าปัจจุบัน ถ้าต้องโดยสารระยะทางไกลราคาค่าโดยสารสูงสุดถึง 192 บาท เป็นภาระมาก การทำให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าเยอะๆจะมีส่วนลด PM2.5 และลดค่าใช้จ่ายประชาชน ไม่เช่นนั้นราคาจะแพงไม่น่าจะรับได้ ยืนยันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายตามที่เคยให้สัญญาภายใน 2 ปีต้องทำให้ได้ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ตอนเดือน ก.ย.66 ฉะนั้น ก.ย.68 รัฐบาลจะดำเนินการให้ได้ทุกสายคือ 20 บาท นายสุรเชษฐ์บอกว่าทำไม่ได้ จะทำให้ดู กระทรวงได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อชดเชยให้ผู้ประกอบการ จะเสนอที่ประชุม ครม.ได้เร็วๆนี้“ไชยา” ไม่หวั่นขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการปรับ ครม. หลังมีรายชื่อถูกปรับออกว่า ทราบตามข่าว ไม่ได้หวั่นไหว แล้วแต่ผู้ใหญ่ ขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณ ยังทำหน้าที่ตามตารางงานที่ได้วางแผนไว้ เมื่อถามว่าถูกปรับออกจริงจะไม่เสียใจใช่หรือไม่ นายไชยาตอบว่า เป็นนักการเมืองไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น แต่ห่วงอย่างเดียวว่าปรับแล้ว หากวางเป้าทำแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กระทรวงเกษตรฯเป็นกระทรวงขับเคลื่อนนโยบายที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ ดังนั้น ปรับ ครม.ครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯต้องอยู่กับพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่าต้องรวมถึงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ด้วยที่ควรเป็นของพรรคเพื่อไทย นายไชยาตอบว่า มองในภาพรวมที่ต้องแก้ปัญหาให้ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยที่อยู่ภาคอีสาน เพื่อตอบโจทย์ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา“สุทิน” กลัวไมค์ชิ่งไม่ตอบตกเก้าอี้ขณะที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม หนึ่งใน รายชื่อที่มีโอกาสถูกปรับพ้นตำแหน่ง กลับไม่ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ครม.เหมือนทุกครั้ง เพียงตอบคำถามอย่างยิ้มแย้มกับสื่อมวลชนว่า เดี๋ยวจะให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรมกล่าวถึงกรณีมีโผโยกย้ายปรับ ครม.สลับตำแหน่งไป รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่า ทราบโผปรับ ครม.จากสื่อเท่านั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค หรือนายกฯถึงการสลับเก้าอี้ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งจนถึงทุกวันนี้ ตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่มีวันหยุด คิดว่าเป็นงานที่รักและทำงานได้อย่างมีความสุข จึงมุ่งมั่นลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจทั่วทุกภูมิภาค พยายามทำความเข้าใจเนื้องานวัฒนธรรมอย่างดีและลงตัวแล้ว แต่หากต้องโยกย้ายจริงๆ ก็ต้องไปรับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย “ธรรมนัส” ยันส่ง “ไผ่ ลิกค์” เช่นเดิมร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม.ว่า นายกฯยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร เมื่อถามว่าพรรค พปชร.เตรียมความพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ว่าจะเสนอชื่อใคร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า คงยืนยันเหมือนเดิมจะเสนอชื่อนายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร จะผ่านไม่ผ่านเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามว่าวางตัวสำรองไว้แล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่าจะส่งรายชื่อให้นายกฯได้วันไหน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า นายกฯยังไม่ได้ส่งสัญญาณมา ได้หารือกับหัวหน้าพรรคแล้ว ต้องรอสัญญาณจากนายกฯ ยืนยันว่าพรรค พปชร.ยังคงส่งชื่อนายไผ่เหมือนเดิม แต่กระบวนการจะติดขัดตรงไหน จะผ่านหรือไม่เรื่องข้อกฎหมาย หัวหน้าพรรคคงเตรียมชื่อสำรองไว้แล้วแย้มอยากได้ รมช.มาช่วยอีกคนเมื่อถามว่าจะมีการเสนอรายชื่อเฉพาะเก้าอี้ที่ว่างหรือว่าจะมีการสับเปลี่ยนในจุดอื่นของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า กระทรวงเกษตรฯมีอะไรต้องปรับเปลี่ยนหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรค พปชร.ไม่มี แต่อยากจะเอา รมช.ไปช่วยอีกคน เมื่อถามต่อว่าการทำงานกับรัฐมนตรีต่างพรรค อย่างรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังดีใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย ที่ผ่านมา 7 เดือน ทำงานกันด้วยดีมาตลอด ตำแหน่ง รมช.เป็นอำนาจของนายกฯว่าจะส่งใคร ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพรรค พปชร.ได้ทุกคน“พิมพ์ภัทรา” ยันยังอยู่กระทรวงอุตฯน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า เมื่อมีการกล่าวถึงเรื่องการจะปรับ ครม. ย่อมมีความหวั่นไหวเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ดี จะเป็นนายกฯและหัวหน้าพรรค รทสช. เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคได้ส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ยัง เมื่อถามต่อว่า ไม่ได้หวั่นไหวอะไรใช่หรือไม่ น.ส.พิมพ์ภัทราหัวเราะพร้อมกล่าวว่า พร้อมรับทุกอย่าง ทั้งนี้ ก่อนที่ น.ส.พิมพ์ภัทรา จะเดินขึ้นห้องประชุม ครม. ยังได้หันมาทำมือชูกำปั้นพร้อมกล่าวว่า “ยังอยู่ค่ะ ถามหัวหน้ามั้ยคะ”“วันนอร์” ติงแทรกแซงเสาหลัก ปชต.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตำแหน่งประธานสภาฯควบคู่ไปกับการปรับ ครม.ว่า ส่วนตัวไม่ยึดติดตำแหน่ง สมัยเป็นประธานสภาฯครั้งแรก ได้ลาออกไปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ให้พรรคเดินหน้า ทุกอย่างลงตัวโดยไม่มีใครมากดดัน เป็น สส.ปี 62 ก็ลาออกจาก สส.เพื่อให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคขณะนั้นมาเป็น สส. เพราะพ.ต.อ.ทวีทุ่มเทให้พรรค มีอนาคตเส้นทางการเมือง ยืนยันไม่ยึดติด แต่ไม่อยากให้ฝ่ายนิติบัญญัติถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเป็น 1 ใน 3 เสาหลักประชาธิปไตย ฝ่ายอื่นจะแทรกแซงไม่ได้ จึงกำหนดในรัฐธรรมนูญตำแหน่งประธานสภาฯต้องเป็นกลาง ไม่มีพันธะกับพรรคการ เมือง ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ประธานสภาฯที่ได้รับมาจากมีคนเสนอชื่อ และสมาชิกโหวตเลือกตนมาทำหน้าที่ ถ้ามีการแทรกแซงให้ตนลาออก สภาฯจะไม่ใช่สภาฯ การปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนตำแหน่งประธานสภาฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้อยู่ในวาระที่กำหนด ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ ยกเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ หมดวาระหรือลาออก ตนไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่ต้องการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติ ธำรงหลักการให้ประชาธิปไตยไทยเดินไปข้างหน้า “อ้วน” จ่อเสนอทำประชามติ 3 ครั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กำลังเตรียมสรุป เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจน คาดว่าจะนำส่งรายงานทั้งหมดเสนอเข้า ครม.สัปดาห์หน้า ถามว่า แนวทางที่จะเสนอเข้า ครม.จะใช้การทําประชามติ 3 ครั้งเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยืนยันว่าที่ล่าช้า ไม่ใช่เพราะดึงเวลา แต่ต้องการความชัดเจน และเมื่อบอกให้ดูหลักการที่เคยทํา จึงเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด คือการทำประชามติ 3 ครั้ง ไม่อยากให้ทําผิดและต้องไปเริ่มใหม่ เมื่อถามว่ามีข้อกังวลกฎหมายประชามติ อาจทําให้การแก้รัฐธรรมนูญไปต่อไม่ได้ จะดำเนินการอย่างไร นายภูมิธรรรมกล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการ เราจะทําให้ดีที่สุด ไม่น่ากังวลใจอะไร เพราะอำนาจอยู่ที่ประชาชน การจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ต้องขึ้นอยู่กับ 3 ฝ่าย หากจะทําวันนี้มี 2 ทางเลือกระหว่างทำให้สุดแต่ไม่เกิดผล แต่ถ้าทําแบบที่เราเสนอ แม้ไม่ได้ถูกใจทุกเรื่อง แต่ทำให้ประชาธิปไตยขยายตัวได้มากขึ้น เป็นประโยชน์หลายอย่าง มีเรื่องน่าสนใจกว่าข้อกังวลที่สุดขั้วไป หากเข้าใจจะแก้ปัญหาได้ดีขึ้น“ชูศักดิ์” ห่วงแก้ รธน.ถึงทางตันนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องที่รัฐสภาสอบถามถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนการทำประชามติว่า จากที่อ่านคำวินิจฉัยมองว่า การบรรจุระเบียบวาระเป็นอำนาจประธานรัฐสภา จึงไม่เป็นเหตุการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องถามประธานรัฐสภาว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วจะเดินต่อไปอย่างไร ถ้าประธานรัฐสภาไม่บรรจุวาระให้ ก็ไม่มีเรื่องพิจารณา อาจถึงทางตัน จึงไม่มีทางเลี่ยง ต้องทำประชามติตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ เคยเสนอว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ส่วนตัวมองว่าประธานรัฐสภาควรหารือสำนักกฎหมายที่เป็นเจ้าของเรื่องว่าควรทำอย่างไรต่อไป ถึงจะเหมาะและไปได้ ไม่มีอะไรยื้อแล้ว อยากให้ลองหารือให้รอบคอบว่ามีทางไปทางอื่นหรือไม่อย่างไร หากต้องทำประชามติ อาจต้องทำ 3 รอบตามที่นายภูมิธรรมสรุปคือ ครั้งแรก ถามประชาชนก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีร่างแก้ไขเสนอเข้าสู่สภา ครั้ง 2 ตอนแก้ไขมาตรา 256 จากนั้นนำไปทำประชามติ และครั้งที่ 3 เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จก.ก.ชี้ 3 ความเสี่ยงดิจิทัลวอลเล็ตเมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. แถลงกรณีรัฐบาลยืนยันเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ในฐานะเคยเป็นผู้บริหารธนาคารระดับอาเซียน อดห่วงไม่ได้กับท่าทีรัฐบาลขอเตือนรัฐบาลในความเสี่ยง 3 เรื่องคือ 1.การเตรียมตัวรับวิกฤติในอนาคต ขณะนี้เกิดวิกฤติสู้รบในยุโรป ตะวันออกกลาง ถ้าโลกเกิดวิกฤติความไม่สงบจนกระทบเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจะเผชิญวิกฤติ ถ้าแจกเงิน 5 แสนล้านบาทในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่เศรษฐกิจไทยไม่ได้เติบโตตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ จะรับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้ยาก จะคาดหวังการเก็บภาษีเป็นรายได้ เพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจไม่ได้ ประเทศไทยมีรายได้จากการเก็บภาษี 13.7% เทียบกับจีดีพีน้อยมาก เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วเก็บภาษีได้ราว 35% ของจีดีพี เป็นความเสี่ยงประเทศไทยในการรับมือวิกฤติในอนาคต หากใช้จ่ายเกินตัวแต่มีรายได้ต่ำ 2.การขาดงบฯค่าใช้จ่ายอื่นๆของรัฐบาล เพื่อยกระดับความเป็นอยู่เกษตรกร คนชั้นกลาง คนยากจน การช่วยเหลือเอสเอ็มอี หากไม่สามารถยกระดับเกษตรกรและคนยากจนเป็นคนชั้นกลางได้ จะไม่มีทางขับเคลื่อนด้วยคนชั้นกลางเหมือนประเทศอื่นๆ จะเดินหน้าต่อยากถ้าเป้าหมายแจกเงิน 5 แสนล้านบาทไม่สำเร็จ รัฐบาลชุดนี้หรือชุดหน้าจะไม่มีเงินมากพอ ดูแลคนยากจนและเกษตรกรได้ทั่วถึงห่วงเปิดช่องทุจริตจ้างทำแอปฯนายจุลพงศ์กล่าวว่า 3 การทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของไทยยังมีช่องว่างมาก เช่น การทำซุปเปอร์แอป รัฐบาลบอกจะสร้างขึ้นใหม่ ใครจะทำ หากให้เอกชนทำมีการจัดจ้างหรือยัง เพราะการลงทะเบียนผู้ค้าในไตรมาส 3 จะเริ่มเดือน ก.ค.แล้ว หรือถ้าจัดจ้างแล้วผ่านการประกวดราคาเมื่อใด ระบบที่รัฐบาลจะนำมาใช้กับโครงการตรวจสอบได้หรือไม่ เกิดความเสี่ยงคอร์รัปชัน เป็นเดิมพันที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ชาวบ้านฝากมาถามรัฐบาลกำหนดคนได้รับเงินต้องมีรายได้ต่ำกว่า 70,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้มาจากไหน ไม่เคยได้รับการอธิบายจากรัฐบาล ทำไมคนมีรายได้เกิน 70,000 บาทต้องมารับจ่ายหนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลเปลี่ยนเงื่อนไขโครงการมาตลอด ไม่รู้จะเปลี่ยนเงื่อนไขอีกหรือไม่ กังวลเงื่อนไขที่ออกมาร้านหาบเร่แผงลอยจะไม่ได้รับ เหมือนสมัยโครงการคนละครึ่ง เงื่อนไขล่าสุดจะเอื้อนายทุนหรือไม่ มองว่าทำให้โอกาสร้านค้าขนาดเล็กถูกตัดโอกาส แต่ไม่ขอพูดว่าเอื้อใคร ควรดูร้านค้าขนาดเล็ก “อุ๊งอิ๊งค์” ถกผู้นำแฟชั่นฝรั่งเศสที่กระทรวงการต่างประเทศ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นำคณะต้อนรับ น.ส เบเนดิกต์ เอปิเนต์ ผู้อำนวยการใหญ่ Comité Colbert องค์กรภาคเอกชนของฝรั่งเศสที่มีสมาชิกแบรนด์เนมกว่า 90 บริษัท เพื่อหารือความร่วมมือด้านแฟชั่น พัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้มุ่งหวังยกระดับแฟชั่นไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและช่างฝีมือไทย พัฒนาเศรษฐกิจไทยผ่าน Soft Power ผสมผสานภูมิปัญญาไทยกับเทรนด์ปัจจุบัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายงานฝีมือและแฟชั่นไทยในต่างประเทศสว.ทิ้งทวนบินดูงานเอิกเกริกผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในขณะที่ สว.ที่จะหมดวาระในวันที่ 10 พ.ค. และรักษาการต่อจนกว่าจะได้ สว.ชุดใหม่ ปรากฏว่า กมธ.สามัญวุฒิสภา หลายคณะ มีกำหนดเดินทางไปดูงานต่างประเทศกันอย่างเอิกเกริก โดยใช้งบฯปี 2567 รายการค่าใช้จ่ายการเดินทางไปดูงาน และไปเยือนต่างประเทศของ กมธ. 81 ล้านบาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ท้วงติงถึงความเหมาะสมว่า ทิ้งทวนก่อนหมดวาระหรือไม่ อาทิ กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน จะไปประชุมทวิภาคีและเยือนคาซัคสถาน และจอร์เจีย 2-9 พ.ค. กมธ.ท่องเที่ยว มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธานไปโครเอเชีย มอนเตเนโกร และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 14-23 พ.ค. อีก 2 คณะไปนิวซีแลนด์พร้อมกัน คือ กมธ.แรงงาน มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นประธาน กับ กมธ.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม วุฒิสภา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธาน 26 เม.ย.-3 พ.ค. ขณะที่ กมธ.การศึกษา มีนายตวง อันทะไชย เป็นประธาน ไปเมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน 11-16 พ.ค. และไปฟินแลนด์ สวีเดน เอสโตเนีย 27 พ.ค.-3 มิ.ย.“เสรี” จวกเลิกฟุ่มเฟือยได้แล้วพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สว.ชี้แจงว่า การเดินทางไปต่างประเทศไปได้ เพราะใช้งบฯเพื่อหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตไม่ได้มากมายอะไร ไม่ใช่เรื่องทุจริต อย่ามอง สว.ไปเที่ยวทิ้งทวน สว.ไม่อยากไปดูงานเพราะกลัวข้อครหาทำให้เวลาออกกฎหมาย บางทีออกมาอย่างห่วยๆเพราะไม่ดูของจริง ข้อมูลนำมาใช้ในอนาคต ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการไปดูงานต่างประเทศ การใช้งบประมาณแผ่นดินต้องระวัง สว.ไม่ให้คนอื่นใช้เงินฟุ่มเฟือย ต้องทำเป็นตัวอย่าง เหตุผลไปดูงานฟังไม่ขึ้น สว.จะหมดวาระเดือน พ.ค.จะไปดูอะไร แม้อ้างได้ประโยชน์ แต่สังคมมองว่า ไปเที่ยวแล้วจะทำไปทำไม ประเพณีนี้ควรเลิกได้แล้วคนด่าทุกปี ใครไปต้องระวังเป็นเรื่องแต่ละคนต้องชี้แจงกันเองให้สังคมเข้าใจ ไม่ให้เหมารวม สว.ทั้งหมดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่