ยังกำหนดวันโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เนื่องจากต้องรอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดก่อนว่าจะรับวินิจฉัยคำร้องว่าด้วยการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ได้หรือไม่นี่ก็เป็นอีกปมหนึ่งที่คาราคาซังอยู่ถ้าไม่รับก็จบเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้ารับพิจารณาก็ต้องดูว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร นั่นจึงจะตอบได้ว่าจะโหวตกันวันไหนนี่กระมังที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก “ก้าวไกล” ยังไม่ยอมประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเพราะยังมีความหวังอยู่แต่ในทางข่าวปรากฏว่าพรรคการเมืองที่กำลังรวมตัวเพื่อตั้งรัฐบาลก็มีความเคลื่อนไหวที่ไปไกลกว่านั้น แม้จะยังไม่รู้ด้วยซํ้าว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็นี่แหละการตั้งรัฐบาลไม่ว่ายุคสมัยไหนมีความเหมือนกันอยู่อย่างคือ การต่อรองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการคราวนี้ถึงขั้นจะขอให้ “เพื่อไทย” เปลี่ยนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก “เศรษฐา” เป็น “อุ๊งอิ๊ง” เนื่องจากไม่พอใจที่เสนอว่าคนที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ควรนั่งเก้าอี้ซํ้าขนาดยังไม่มีการแบ่งกันอย่างเป็นทางการก็ออกอาการแล้วยังมีอีกหลายตัวอย่างที่มีต่อรองทั้งพรรคที่จะเข้าร่วมและในพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่เบาประเด็นหนึ่งก็คือการขอให้ “เพื่อไทย” เจรจาตกลงการจัดสรรตำแหน่งแห่งหนให้เรียบร้อยก่อนจะถึงวันโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะกลัวจะเป็นการตีเช็คเปล่าแล้วถูกเบี้ยว เพราะ “เพื่อไทย” บอกว่าโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนแล้วค่อยมาเจรจาแบ่งกระทรวงกัน“เพื่อไทย” ต้องการให้ชัวร์ก่อนเพื่อดูว่าพรรคไหนจะยกมือให้แล้วค่อยว่ากันเป็นการ “ซื้อใจ” ล่วงหน้ากลัวถูกเบี้ยวแม้บางพรรคการเมืองจะประกาศตัวเทคะแนนให้เต็มที่โดยไม่มีเงื่อนไขอย่างพลังประชารัฐประกาศ 40 เสียงเอาไปเลยแต่รวมไทยสร้างชาติบอกว่าขอเจรจาก่อนแล้วค่อยว่ากัน หากตกลงกันได้ก็ไม่มีปัญหาไปด้วยกันได้ว่าไปก็เป็นลีลาของแต่ละพรรคแม้กระทั่งประชาธิปัตย์พรรคอกแตกเนื่องจากเกิดความขัดแย้งภายในอย่างหนัก ทำให้เลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารไม่ได้ประเด็นหนึ่งก็คือฝ่ายหนึ่งเสียงสนับสนุนมาก อีกฝ่ายจึงเบี้ยวแล้วนำประเด็นการร่วมรัฐบาลมาเป็นเงื่อนไขต่อรองสถานการณ์ดูท่าว่าจะตกขบวนก็ยังบอกว่ายังไม่ถึงวันโหวตโอกาสความเป็นไปได้ยังมีคือยังไม่ยอมหยุดปัญหาในประชาธิปัตย์จะจบลงได้คงต้องรอให้ตั้งรัฐบาลเรียบร้อยนั่นแหละด้วยความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบรรดากูรูต่างก็วิเคราะห์กันไปต่างๆนานา ใครเชียร์ซีกไหนก็หักมุมไปทางนั้นจนทำให้มองทะลุกันไปถึงขั้นที่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีจะตกไปเป็นของ “บิ๊กป้อม” ว่ากันไปถึงขั้นนั้นเลยทีเดียวประเด็นนี้ดูรูปการณ์แล้วแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ที่สำคัญหากเป็นจริงก็ตัวใครตัวมันล่ะทีนี้ เพราะบ้านเมืองลุกเป็นไฟแน่ เนื่องจากเสียงคัดค้านจะกลายเป็นไฟลามทุ่งแค่นี้ก็ยุ่งตายห่า...แล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ "กล้าได้กล้าเสีย" เพิ่มเติม