“รัฐบาลพิเศษ” ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย และมีนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี อาจกลายเป็นความจริง เพราะเป็นรัฐบาลผสมแบบไม่จำกัดพรรค ไม่ว่าจะเป็น “พรรคเรา” หรือ “พรรคลุง” พรรคใดต้องการสนับสนุน ขอเชิญได้โดยไม่อั้น จะร่วมรัฐบาลก็ได้ ไม่ร่วมรัฐบาลแค่โหวตให้เฉยๆก็ขอบคุณหัวเรี่ยวหัวแรงของรัฐบาลพิเศษ คือนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศว่า รัฐบาลใหม่น่าจะเข้าบริหารประเทศ อย่างช้าในเดือนตุลาคม ทำไมจะต้องช้าขนาดนั้น ภารกิจสำคัญเร่งด่วนเฉพาะหน้า คือ ลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ทำไมจึงต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเหตุผลสำคัญอาจเพื่อเอาใจประชาชนกลุ่มเสรีนิยม ที่ต้องผิดหวังที่พรรคก้าวไกลแพ้ทุกแนวรบ ทั้งการชิงประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และถูกดีดออกไปเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่ชนะเลือกตั้งได้ สส.มากที่สุด พรรคก้าวไกลประกาศชัด ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ พรรคเพื่อไทยที่รับไม้ต่อจึงต้องตอบสนองเมื่อพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่มี สว.บางคนออกมาขวางทันที ราวกับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจผูกขาดของสว. ใครจะแก้ไขต้องได้รับอนุญาตจาก สว. ซึ่งไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร เพื่อสืบทอด อำนาจรัฐประหารทำไมจึงต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้ประชาชนลงประชามติและเลือก ส.ส.ร.ขึ้นมาเขียนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย นักรัฐศาสตร์บางคนตอบว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มุ่งที่จะทำให้ประเทศไทย เป็นประชาธิปไตย แต่ให้เป็นระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ รวบอำนาจการปกครองประเทศเริ่มต้นที่การปกครองส่วนกลาง การจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส. และได้รับความเห็นชอบของเสียงข้างมากของ สส. แต่ทำลายแม้แต่หลักการให้ สส.เลือกนายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ สว.มีบทบาทสำคัญ และไม่กระจายอำนาจสู่องค์กรท้องถิ่นอย่างแท้จริงยิ่งกว่านั้น รัฐบาลที่สืบทอดอำนาจรัฐประหาร ยังขยายอำนาจของข้าราชการ เช่น กอ.รมน.ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายทหาร เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปกครองประเทศ กลายเป็นเหตุผลสำคัญ ทำให้พรรคก้าวไกลประกาศนโยบายการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การกระจายอำนาจและปฏิรูป กอ.รมน. แต่ถูกดีดให้เป็นฝ่ายค้าน.คลิกอ่านคอลัมน์ "บทบรรณาธิการ" เพิ่มเติม