ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ นักการเมืองที่ผิดศีลห้าพูดโกหกประชาชน กรรมจะตามเร็วขนาดนั้น เพียงข้ามวันที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปลี่ยนขั้วจับมือตั้งรัฐบาลใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น และยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า แคมเปญหาเสียง “ไล่หนูตีงูเห่า” ของพรรคเพื่อไทย “เป็นภาพของการรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง กิจกรรมแต่ละครั้งจัดบนวัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ เราไปขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เราไม่เคยประกาศว่าเราเป็นศัตรูกับใคร เราเป็นคู่แข่งกันจริง เทคนิคการหาเสียง วิธีการหาเสียงต่างฝ่ายต่างมี อันนี้เรียนด้วยความเคารพว่า เราไม่เคยคิดว่าเป็นศัตรูกัน”งานนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถลกหนังพรรคตัวเอง แคมเปญหาเสียง “ไล่หนูตีงูเห่า” เป็นเพียง ภาพการรณรงค์เพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนในการเลือกตั้ง เป็นการรับสารภาพว่า “โกหกประชาชน” เพื่อหวังได้คะแนนเสียงจากประชาชนวันรุ่งขึ้น นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิก พรรคพลังประชารัฐ ที่มี “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ก็ไปยื่นร้องต่อ กกต.ทันที ขอให้ตรวจสอบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับพวกว่า เข้าข่ายการกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 (5) และมีโทษตามมาตรา 169 หรือไม่มาตรา 73 ใน พ.ร.ป. การเลือกตั้ง สส.2561 บัญญัติไว้ดังนี้“ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใด กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง”ส่วน มาตรา 159 บัญญัติว่า“ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 73 (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนดยี่สิบปี และให้นำความในมาตรา 158 วรรคสองมาใช้บังคับด้วย”ความผิดตามมาตรา 73 ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก เพื่อป้องกันการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพื่อให้เข้าใจผิดในพรรคอื่น หาคะแนนเสียงให้พรรคตัวเองถ้า กกต.ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผิดจริง ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อลงโทษ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และพวก (ที่ร่วมทำแคมเปญไล่หนูตีงูเห่า) ซึ่งมีโทษสูงติดคุก 1-10 ปี และตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอาจจะต้องดับวูบไปเลยก็ได้ และโอกาสที่ นายเศรษฐา ทวีสิน จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯคนที่ 30 ก็อาจจะต้องดับวูบไปด้วยเช่นเดียวกันการหาหลักฐานเรื่องนี้ไม่ยาก นพ.ชลน่าน เพิ่งแถลงข่าวเย็นวันจันทร์ที่ 7 สิงหาคมนี้เอง สื่อทุกสื่อไปกันครบ บันทึกข่าวกันเต็มที่ เห็นทั้งสีหน้าและน้ำเสียงการแถลงข่าวชัดเจนก็เป็น “บทเรียน” ของ “นักการเมืองไทย” ว่า การหาเสียงด้วยการโกหกหลอกลวงประชาชน นอกจากจะ ผิดศีล 5 แล้ว ยังเป็นการ “ดูหมิ่นประชาชน” ที่ไปออกเสียงเลือกตั้งอย่างรุนแรงอีกด้วย เป็นความดีของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ร้องให้สอบเรื่องนี้ ส่วน พรรคพลังประชารัฐจะได้ประโยชน์อะไร ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไป.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม