สลับขั้วย้ายข้างมั่วไปหมด ตลาดการเมืองคึกคัก นับถอยหลังสู่วันกาบัตรเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566สีเสื้อถูกสลับ เหลืองไปแดง–แดงย้ายมาเหลือง จับต้นชนปลายกันไม่ถูกล่าสุด รุ่นใหญ่วัยเก๋ากึ๊ก “บิ๊กแอ๊ด” พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขุนพลตัวพ่อยุคพรรคไทยรักไทย ฝั่งเดียวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วางมือการเมืองไปนาน หวนคืนสังเวียนไปร่วมวงพรรคพลังประชารัฐของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าค่าย พปชร. เปลี่ยนข้างย้ายจุดยืน กระโดดมาอยู่ฝ่ายตรงข้าม ช่วยคุมทัพภาคอีสานรอห้ำหั่นกับพรรคเพื่อไทย เจ้าถิ่นดินแดนที่ราบสูงตรงกันข้ามกับอีเวนต์เปิดตัว 2 คีย์แมนกลุ่มสามมิตร “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ–สมศักดิ์ เทพสุทิน” โยกจากพลังประชารัฐกลับบ้านเก่า พรรคเพื่อไทย หลังได้เวลาฟ้าเปิด เมฆหมอกจางเข้าสู่บรรยากาศประชาธิปไตยทีมรุ่นใหญ่เปิดหน้าโชว์ค่ายใหม่คึกคัก ยังไม่นับพวกปลาซิว ปลาสร้อยที่ย้ายสังกัด เปลี่ยนพรรคใหม่กระจุยกระจาย บางส่วนก็ซมซานกลับมาตายรังพรรคเดิมตลาดนัด ส.ส.ฝุ่นตลบ ย้ายกลับไปกลับมาจนเลอะเทอะ สีเสื้อและอุดมการณ์ไม่สำคัญเท่าไปอยู่พรรคใดแล้วได้เป็นรัฐบาลทุกพรรคเร่งปรับกลยุทธ์หลังเสียงนกหวีดเลือกตั้งดังขึ้นอย่างเป็นทางการ หน้าฉากแข่งเปิดตัวขาใหญ่ บ้านใหญ่ คนดังในสังกัด โชว์ตัวเก่งทีมเศรษฐกิจ สร้างจุดแข็งให้ตัวเองขณะที่หลังฉากก็เปิดดีลเจรจา ร่างสัญญาใจ แท็กทีมเป็นพันธมิตรจับมือตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งดีลตั้งรัฐบาลก็ฝุ่นตลบไม่แพ้บรรยากาศย้ายค่าย ส.ส. โดยเฉพาะพวกที่เสียรังวัดหนัก อย่างพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทยจับมือกันแน่นเป็นพิเศษ“บิ๊กป้อม” กับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดคอร์สฟอร์มทีมรัฐบาลบนโต๊ะอาหาร ถี่ๆ 2 มื้อใน 1 สัปดาห์ กระชับความแนบแน่นการเป็นมหามิตรส่งสัญญาณให้รู้ พร้อมเป็นอีกขั้วอำนาจ ท้าชิงการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ให้ราคาไหลไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือพรรครวมไทยสร้างชาติแค่ 2 ขั้ว“ลุงป้อม–เสี่ยหนู” แพ็กกันแน่นเป็นมัดข้าวต้ม ปล่อยจำนวน ส.ส.หลังปิดหีบ สองพรรคพรรคละ 70 คน รวม 140 เสียง เป็นสารตั้งต้น รวมกับตัวช่วยพรรค ส.ว.ใช้ล่อใจพรรคอื่นๆ มาร่วมวงตั้งรัฐบาลร่วมกันร่วมด้วยช่วยกันเบรกกระแสแลนด์สไลด์ของตัวเต็ง พรรคเพื่อไทยที่ทำท่านำโด่งม้วนเดียวจบ ทั้งแคนดิเดตนายกฯ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผลโพลหลากสำนักฟันธงตรงกัน “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คือเต็งหนึ่งนายกฯคนที่ 30 ก็ยิ่งช่วยปลุกกระแสแลนด์สไลด์ให้ฟีเวอร์ไปถึงขั้นตั้งรัฐบาลพรรคเดียว 310 เสียงแต่ก็เป็นเพียงทฤษฎีที่นายใหญ่ให้ลูกทีมท่องสคริปต์จนแผ่นเสียงตกร่อง ขัดกับความเป็นจริงที่การตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ยังไงก็ต้องออกมาในรูปรัฐบาลผสมโอกาสค่ายเพื่อไทยจะกวาดแลนด์สไลด์ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ตัวเลข 310 เสียง แค่กลยุทธ์การตลาด มีไว้ปั่นกระแส สร้างความฮึกเหิมเท่านั้นตัวเลขของจริงกับตัวเลขทางยุทธศาสตร์เป็นคนละตัวกันและของจริงที่ทีมคนแดนไกลต้องเจอแน่ๆ คือ ด่านสกัดตอนจัดตั้งรัฐบาล ถึงจะเป็นแชมป์เลือกตั้ง แต่การจะจับมือกับขั้วเดียวกัน หรือผสมพันธุ์ข้ามขั้ว ต้องถูกกดดันต่อรองบีบจนหน้าเขียวแน่เส้นทางหวนคืนทำเนียบฯหืดจับ ยิ่งหากต้องตั้งรัฐบาลโดยยืมจมูกหลายพรรคหายใจ ก็มีโอกาสถูกฮุบเก้าอี้นายกฯ แลกกับการไม่พลิกไปจับมืออีกขั้ว เพื่อชิงตั้งรัฐบาลให้เพื่อไทยเต็มที่ได้แค่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ไม่มีสิทธิจองเก้าอี้ผู้นำอย่างที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปูดแผนเดดล็อกการเมือง ให้ ส.ว.ไม่โหวตเลือกนายกฯ บล็อกแต้มให้ไม่ถึง 376 เสียง ไม่ให้ตั้งรัฐบาลได้ ยื้อเวลาช่วย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งรักษาการเก้าอี้ผู้นำต่อไปเรื่อยๆ เพราะกติการัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้สภาฯต้องเลือกนายกฯให้เสร็จภายในกี่วันเพื่อไทยก็แอบขาสั่น ต่อให้แลนด์สไลด์ก็ยังเหนื่อย ติดด่านกำลังภายใน ทั้งพรรค ส.ว. พรรคร่วมรัฐบาล คอยเตะตัดขาไม่ปล่อยไฟเขียวให้ “อุ๊งอิ๊ง” เป็นผู้นำคนใหม่แม้คู่แข่งสำคัญพรรครวมไทยสร้างชาติ กระแสไม่สู้ดี แต่ “บิ๊กตู่” ก็ไม่ใช่ “หมู” จะให้ใครโค่นอำนาจไปต่อหน้าต่อตา!!!ทีมข่าวการเมือง