“การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” เป็นคำพูดของ นักการเมืองไทย มาทุกยุคทุกสมัย อธิบายถึง “คุณลักษณะของนักการเมืองไทย” ได้เป็นอย่างดี นักการเมืองไทยไม่มีอุดมการณ์ของพรรคและตัวเอง ยึดผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์เป็นที่พึงพอใจก็ย้ายพรรค บางคนเห็นพรรคตัวเองตกต่ำก็ย้ายพรรคหนีช่วงใกล้ยุบสภาเลือกตั้งช่วงนี้ เราจึงเห็นนักการเมืองย้ายพรรคกันมากมายแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯโควตาพรรคพลังประชารัฐกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พี่น้อง 3 ป. ที่รักกันมากว่า 40 ปี วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตีจากไปสมัครเป็นสมาชิก พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เป็นพรรคสำรองแล้ว เพราะมีข่าวว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคพลังประชารัฐ จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็น แคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลายครั้ง หลังสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วว่า พี่น้อง 3 ป.ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ “เรื่องการเมือง” ก็ว่าไปตามการเมือง จึงไม่น่าแปลกที่เฟซบุ๊กทางการของ พล.อ.ประวิตร จะมีการโพสต์ “จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ” เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคม สะท้อนถึงความเจ็บปวดใจของ พล.อ.ประวิตร ต่อเกมการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กระทำต่อพี่น้อง 3 ป.“จดหมายเปิดใจ” ของ พล.อ.ประวิตร ไม่ว่าใครเขียนให้ก็ตาม แต่เมื่อ “บิ๊กป้อม” ไฟเขียวให้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กเป็นทางการ ก็แสดงว่า “บิ๊กป้อม” เห็นด้วยกับเนื้อความในจดหมายเปิดใจฉบับนี้แล้ว จดหมายเปิดใจบิ๊กป้อมเริ่มต้นพูดถึง การรัฐประหารของ คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำ ตนเองเกษียณอายุราชการแล้ว เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งรัฐบาลก็ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหมลองอ่าน จดหมายเปิดใจอันเจ็บช้ำ ของ บิ๊กป้อม ในท่อนท้ายๆดูครับ“...เมื่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น เตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ก็แสดงความประสงค์จะทำงานการเมือง โดยอ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจที่ดำเนินการไว้ให้สำเร็จ ผมจึงตัดสินใจสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง และเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ ตามที่เจ้าตัวปรารถนา ในช่วงเวลาของการเป็นแกนนำรัฐบาล มีทั้งเรื่องที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ ครม. แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีตามมารยาททางการเมือง...มาบัดนี้ ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2566 ว่า จะแยกทางจากพรรคพลังประชารัฐที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตรงกับที่สื่อมวลชนไปสืบข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น พรรคสำรอง ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ผมเคยกล่าวไว้ว่า “3 ป.Forever” มาวันนี้ผมก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อท่านตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ผมก็ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงบอกได้เพียงว่า ผมขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ ที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกแล้วสำหรับผม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขอประกาศในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่าจะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคนที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน และพร้อมจะเดินนำทุกคนที่มีความเชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ของผม เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง”จดหมายเปิดใจฉบับนี้ บิ๊กป้อม ประกาศแยกทางกับ น้องตู่ อย่างเป็นทางการ ตามมารยาททางการเมือง น้องตู่ ก็ควรจะ ยุบสภา เลือกตั้งกันใหม่ ไม่ควรเป็นนายกฯในโควตาพรรคพลังประชารัฐอีกต่อไป ให้เป็นที่ครหานินทา.“ลม เปลี่ยนทิศ”