“บิ๊กตู่” ชิ่งของร้อนโบ้ยไม่เกี่ยว ส.ว.ตั้งแท่นแก้ รธน.ต่อวาระนายกฯได้ครบ 4 ปี “เสรี” แจงเหตุจ้องปลดล็อก ม.158 ตามแผนปฏิรูปด้านการเมือง เทียบ “สี จิ้นผิง” ทำมาแล้วเพิ่มวาระจาก 2 เป็น 3 สมัย พูดหน้าตาเฉยห้ามเป็นนายกฯเกิน 8 ปีไม่ใช่กฎตายตัว หยัน พท.แลนด์สไลด์เห็นแค่เงาก็กลัวนายกฯ “กิตติศักดิ์” อวยไส้แตก “ลุงตู่” คนดีอยู่เกิน 8 ปีได้ “พี่ป้อม” ร่อนจดหมายเปิดใจย้อนความหลังดัน “น้องตู่” สู่เก้าอี้นายกฯ ย้ำ 3 ป. Forever ยังคงเดิม ขอให้สำเร็จบนเส้นทางใหม่ที่เลือกเดิน ลุยพื้นที่ตรวจงานแม่กลองปลื้มชาวบ้านร้องเรียกท่านนายกฯ “ประยุทธ์” บอกสารจากใจพี่ใหญ่ไร้ปัญหา การันตี 3 ป.จะแตกกันได้อย่างไร ปชป.เข็น 8 นโยบายภาคเกษตร โกยรายได้อุ้มฐานราก ปักหมุด “สร้างเงิน-สร้างคน-สร้างชาติ”จากกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ออกมาดักทางระบุว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เตรียมจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สามารถเป็นนายกฯได้ครบวาระ 4 ปี หลังเลือกตั้ง โดยนายกฯปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับตนเอง “บิ๊กตู่” ปัด ไม่เกี่ยว ส.ว.ชงแก้วาระ 8 ปีเมื่อเวลา 16.27 น.วันที่ 13 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ออกมาระบุว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีแนวคิดจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สามารถดำรงตำแหน่งนายกฯได้ครบวาระ 4 ปีว่า “ไม่เกี่ยวกับผม”“เสรี” แจงเหตุรื้อ รธน.158 ปลดล็อกนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ในฐานะประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาให้สัมภาษณ์กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ระบุ กมธ.การพัฒนา การเมืองฯมีแนวคิดจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นนายกฯได้ครบวาระ 4 ปีว่า เป็นการเสนอประเด็นการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง มีอยู่ 5 หัวข้อใหญ่ 1 ในนั้นคือการพัฒนาปรับปรุงรัฐธรรมนูญปัจจุบันว่ามีข้อต้องพัฒนาแก้ไขอย่างไรหรือไม่ เป็นหัวข้อเดิมหลักของการรายงานในสภาฯอยู่แล้ว สถาบันพระปกเกล้า รับผิดชอบที่จะเสนอมาหลายประเด็น แต่ กมธ.จะพิจารณาว่ามีประเด็นอื่นอีกหรือไม่อ้าง “สี จิ้นผิง” ก็ทำแลนด์สไลด์กลัวอะไร“เมื่อดูแล้ว กมธ.จึงเสนอประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ที่กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ที่รัฐธรรมนูญเดิมก่อนฉบับ พ.ศ.2550 ไม่มีการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่ปัจจุบันเมื่อเรามาศึกษาดูพบว่าการกำหนดเวลา 8 ปียังจำเป็นอยู่หรือไม่ บางประเทศยอมรับเสียงประชาชนเป็นผู้กำหนด ใครจะเป็นนานเท่าไหร่ หรือจะเป็นนานกี่ครั้งอยู่ที่เสียงประชาชน ไม่จำเป็นต้องไปกำหนด 8 ปี ยกตัวอย่างจีนที่สีจิ้นผิงตอนแรกให้ 2 สมัย แต่ตอนนี้ให้ 3 สมัย ไม่ใช่เป็นกฎตายตัว เราจึงเห็นว่าเมื่อมีข้อเสนอจะแก้ไขเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ใช้กับทุกพรรคการเมือง เรายังไม่รู้เลยว่าใครจะชนะเลือกตั้ง พท.บอกว่าจะแลนด์สไลด์ แล้วจะมาบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงว่าพรรค พท. คิดจะเป็นฝ่ายค้านตลอดหรืออย่างไร ตอนนี้พรรค พท.กลัว พล.อ.ประยุทธ์ไปเองหรือเปล่า” นายเสรีกล่าวแค่ข้อศึกษา หยัน พท.เห็นเงาก็กลัวแล้วนายเสรีกล่าวอีกว่า หากมีแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่จำกัดวาระ 8 ปีได้จริง ใครเป็นรัฐบาลสมัยเลือกตั้งคราวต่อไปใช้กติกานี้ได้ หรือจะไปแก้ไขตอนหลังก็ทำได้ ขณะนี้เป็นเพียงข้อศึกษาและข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่า กมธ.เสนอแล้ว จะแก้ได้เลยที่ไหน ต้องใช้เสียงทั้ง 2 สภาฯ อย่างน้อยต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 และเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน 20% เมื่อถามว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ ต้องใช้เวลานานเท่าใด จะเสร็จในรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้า นายเสรีกล่าวว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเสียงในสภาฯจะเอาอย่างไร ถ้าสภาฯไม่อยากได้ก็ล่มไปล่มมา เมื่อถามว่ากังวลว่าสังคมจะกล่าวหา ส.ว.ทำงานรับใช้ให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจหรือไม่ นายเสรีตอบว่าไม่หรอก เราต้องยอมรับว่าถ้ามีประเด็นกี่เรื่องเราต้องเสนอให้หมด และพรรคเพื่อไทยเสนอให้ลดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกฯ โดยไม่ห่วงว่าใครจะคิดอย่างไร ส่วนประเด็นไม่จำกัดวาระนายกฯเป็นเพียงแค่เงา แต่พรรค พท.กลัวแล้วอย่าคิดไปเอง ส.ว.จะดัน “ประยุทธ์”เมื่อถามว่า จากรายชื่อแคนดิเดตนายกฯพรรคต่างๆใครพอมีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นนายกฯ นายเสรีกล่าวว่า ส.ว.ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะถ้าคุยกันจริงก็ไม่มีเหตุผล เพราะยังไม่รู้เลยว่าพรรคใดที่ได้ ส.ส.อย่างน้อย 25 ที่นั่ง เพื่อมีสิทธิเสนอแคนดิเดตนายกฯ เพียงแต่ว่าคิดกันไปเองว่า พล.อ.ประยุทธ์หรือ คสช.เลือก ส.ว. มา ส.ว.จะไปทางนี้ ส่วนหลักการที่บอกว่านายกฯควรมาจากพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดของสภาฯ โดยหลักควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ที่ผ่านมาแต่ละพรรคใหญ่ๆถึงเวลาจริงยังไปเสนอแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเล็กเป็นนายกฯเลย คือไม่ได้เอาเสียงตัวเองเป็นหลัก คราวที่แล้วพรรค พท.ยังไปเสนอ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วัฒนธรรมนี้จึงไม่มีใครยึดเป็นแบบอย่างในแนวทางนี้ อยู่ที่ว่าใครมีเสียงในสภาฯเกินกว่ากึ่งหนึ่งและสนับสนุนให้บุคคลนั้นเป็นนายกฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อยู่พรรคกิจสังคม มี 18 เสียง สภาฯยังให้เป็นนายกฯได้เลย นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯไม่มี ส.ส.เป็นนายกฯได้ การยกหลักการนี้ขึ้นมาพูด เป็นเพียงกล่าวอ้างเป็นหลักการสำคัญเท่านั้น ถึงเวลาจริงเปลี่ยนแปลงได้หมด นี่คือการเมืองไทย“กิตติศักดิ์” อวยคนดีอยู่เกิน 8 ปีได้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.การพัฒนาการเมืองฯมีแนวคิดกำลังจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นนายกฯได้ครบวาระ4ปีว่า สนับสนุนประเด็นไม่ควรจำกัดวาระนายกฯไว้ 8 ปี หาก พล.อ.ประยุทธ์พ้นวาระ แต่นายกฯเป็นคนดีไม่ควรจะจำกัดวาระการทำงาน คนดีอยู่เกิน 8 ปีไม่เป็นไร แต่ถ้าได้นายกฯไม่ดี ผมไม่ขอเจาะจงว่าเป็นใคร ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินเอง ประเด็นนี้ ส.ว.หลายคนสนับสนุนให้แก้ไข รวมถึงประเด็นที่จะล็อก ส.ส. ห้ามดำรงตำแหน่งใดๆหลังพ้นตำแหน่งภายในระยะเวลา 2 ปีด้วย “พี่ป้อม” เปิดใจดัน “บิ๊กตู่” สู่นายกฯเมื่อเวลา 10.00 น. เพจเฟซบุ๊ก “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เพจทางการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เอาไว้ใช้โพสต์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวและภารกิจ ได้โพสต์จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร เนื้อหาเล่าถึงเบื้องหลังเหตุผลในการผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯเมื่อการเลือกตั้งปี 62 ว่า หลังรัฐประหารโดย คสช.เมื่อ 22 พ.ค.57 ด้วยความจำเป็นของกองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ.ขณะนั้น เพื่อยุติวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ตนเกษียณอายุราชการแล้วตั้งแต่ปี 48 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์จัดตั้งรัฐบาลเพื่อปฏิรูปบ้านเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อหวังช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้รีบจัดการเลือกตั้งทั่วไป รัฐบาลขณะนั้นตระหนักดีถึงความต้องการของประชาชนและความชอบธรรมของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รวมไปถึงการยอมรับจากประชาคมโลก จึงเร่งผลักดันยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น เตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน พล.อ.ประยุทธ์แสดงความประสงค์จะทำงานการเมือง อ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจที่ดำเนินการไว้ให้สำเร็จ จึงตัดสินใจสนับสนุนให้ตั้งพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งและเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯตามที่เจ้าตัวปรารถนาย้ำ “3 ป. Forever”-ลั่นไม่ทิ้ง พปชร.จดหมายเปิดใจระบุอีกว่าช่วงเวลาของการเป็น แกนนำรัฐบาล มีทั้งเรื่องที่ตนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใน ครม. แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีตามมารยาททางการเมือง ประกอบกับยังไม่มีอะไรชัดเจนว่ามติในเรื่องใดๆจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านเมือง มาบัดนี้ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์แสดงจุดยืนทางการเมืองแยกทางจากพรรค พปชร.ที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อไปร่วมงาน การเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตรงกับ ที่สื่อมวลชนไปสืบข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าพรรค รทสช.ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า “3 ป. Forever” มาวันนี้ยังมี ความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่าขอแสดงความยินดีด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกแล้ว ขอประกาศในฐานะหัวหน้า พปชร.ว่าจะขอรับผิดชอบจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคนที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน จะเดินนำทุกคนที่เชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารอีกครั้ง“ลุงป้อม” ปลื้ม ปชช.เชียร์นั่งเก้าอี้ผู้นำเมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ติดตามการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลัก ระบบป้องกันน้ำท่วมและการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรสงครามและ จ.สมุทรสาคร จุดแรกไปติดตามโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร.และนายอภิชัย เตชะอุบล สมาชิกพรรคลงพื้นที่ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขสถานการณ์น้ำโดยเร็ว เราต้องการให้ จ.สมุทรสาครและ จ.สมุทรสงคราม มีน้ำใช้ตลอดปี รัฐบาลต้องการทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศพัฒนารุ่งเรืองต่อไป จากนั้นเดินทักทายประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและ อบต.ที่มารอต้อนรับ มีประชาชนนำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้ ขอถ่ายเซลฟี่พร้อมชม พล.อ.ประวิตรว่าหล่อและยังดูแข็งแรง พล.อ.ประวิตรตอบกลับว่าอายุ 78 แล้วนะ ขอบคุณมาก และหลายคนอวยพรให้ พล.อ.ประวิตรได้เป็นนายกฯ สมัยหน้า พล.อ.ประวิตรยิ้มขอบคุณทุกคนที่อวยพรเคลิ้มคนแม่กลองเรียกท่านนายกฯต่อมาเวลา 11.45 น. พล.อ.ประวิตรเข้ากราบสักการะหลวงพ่อบ้านแหลม และกราบนมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม โดย พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า เจ้าอาวาสให้พรขอให้มีพลังแข็งแรง ทำงานต่อไปได้ จากนั้นนั่งรถกอล์ฟไปติดตามการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักและระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองสมุทรสงคราม ระหว่างทาง พล.อ. ประวิตรกล่าวสวัสดีทักทายชาวบ้านไปตลอดทาง โดยกองเชียร์เข้ามาขอเซลฟี่ไปด้วย ชมลุงป้อมใจดี จังหวะหนึ่งเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวได้เรียก พล.อ. ประวิตรว่า “สวัสดีท่านนายกฯ” ทำให้นายสันติกล่าวเสริมว่า “เขาเข้าใจถูกแล้ว” ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประวิตร ไปติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ติดตามการก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่ง ริมแม่น้ำท่าจีน ที่ อบต.พันท้าย นรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง พร้อมพบปะประชาชน ที่มาต้อนรับจำนวนมาก ชูป้ายข้อความเชียร์ให้กำลังใจ อาทิ ลุงป้อมสู้ๆค่ะ รักลุงป้อม ลุงป้อมน่ารัก โดยได้รับฟังปัญหาที่ทำกิน น้ำท่วม น้ำเค็มรุก ประมงพื้นบ้าน การกัดเซาะชายฝั่ง สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งโครงการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองอ้อมตัน ให้แล้วเสร็จภายในปี 66 เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมนายกฯเป็น ปธ.วันสถาปนา ทภ.1เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 (บก.ทภ.1) ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานงานวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบปีที่ 113 ประจำปี 2566 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจัดตั้งกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2453 มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. พล.ท.ธนา แคล้วปลอดทุกข์ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมอดีตแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง 3 เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชนร่วมงานคิกออฟ 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัยต่อมาเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนโพธิสารพิทยากร เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานพิธีเปิดงาน Kick off โครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ผู้บริหารโรงเรียนโพธิสารพิทยากร ครูและนักเรียนร่วมงาน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า วันนี้มาเป็นประธานเปิดกิจกรรม 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย สร้างเด็กไทยรอบรู้สุขภาพ ได้เห็นความริเริ่มความร่วมมือที่พยายามตั้งใจในโครงการดีๆ เสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตปัจจุบันให้ลูกของเราเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนไป เอาเวลามาคิดเรื่องแบบนี้เพื่อเกิดการสร้างสรรค์ จากนั้นได้ชมนิทรรศการการสาธิตและร่วมทดลองวิธีการปั๊มหัวใจ ชมสาธิตวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งหน้าอกในสตรีและร่วมเล่นตู้เกมส์คีบตุ๊กตาเขินลูกนักข่าวเรียกผิด “พล.อ.อนุพงษ์”ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 1/2566 ระหว่างเดินจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังห้องประชุมที่ตึกภักดีบดินทร์ ด.ช.กิตติพิชญ์ ทองนอก หรือน้องพฤกษ์ บุตรชายผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯได้สวัสดีนายกฯ ตะโกนเรียกชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำให้นายกฯเดินกลับมา เรียกน้องพฤกษ์ไปหา ถ่ายรูปร่วมกัน และพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง ผู้สื่อข่าวถามน้องพฤกษ์ระหว่างยืนอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไร น้องพฤกษ์ตอบว่า “พล.อ. อนุพงษ์” นายกฯ จึงแกล้งงอนทำท่าจะเดินเข้าตึกภักดีฯ ก่อนน้องพฤกษ์จะเรียกใหม่ว่า “พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯจึงเดินกลับมา น้องพฤกษ์จึงบอกว่าอยากเข้าไปข้างใน นายกฯจึงชวนเข้าไปในตึกภักดีบดินทร์ แต่น้องพฤกษ์ไม่ได้ตามเข้าไป ทั้งนี้ นายกฯยังเคยบอกกับแม่น้องพฤกษ์ขณะตั้งครรภ์ด้วยว่า ถ้าคลอดออกมาให้ตั้งชื่อ “น้องอาร์มี”บอก จ.ม. “พี่ป้อม” ไม่มีปัญหาจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กจดหมายเปิดใจว่า ก็ท่านเปิดก็เป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตรเปิด ที่ท่านทำก็เป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น แล้วเป็นอะไรล่ะ เมื่อถามว่า มีการอวยพรให้ พล.อ.ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จทางการเมือง นายกฯกล่าวว่า “ผมยังไม่ได้ฟังและไม่ได้ยิน และคิดว่าความปรารถนาดีที่มีให้กันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาท่านก็อวยพรผมตลอด รักกันอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ทำไมจะต้องให้มันแตกแยกกันล่ะ”การันตี 3 ป.จะแตกกันได้ยังไงเมื่อถามว่าแต่สิ่งที่สังคมเห็นคือ 3 ป.จะไม่มีวันแตกแยก พล.อ.ประวิตรย้ำมาในจดหมาย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ใช่นะสิ ทำไม แล้วมันจะแตกกันหรือไง แล้วจะแตกกันได้ยังไง” เมื่อถามว่าหมายถึงเป็นสิ่งที่ พล.อ.ประวิตรพูดมาในจดหมายด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดกันมาตั้งนานแล้ว ตนก็พูด ใครก็พูด พล.อ.ประวิตรพูดมา 10 รอบกันแล้วมั้ง ถามกันอยู่นั่นแหละ เมื่อถามว่าข้อความจาก พล.อ.ประวิตรดูเหมือนน้อยใจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เหรอ ไม่รู้สิ ยังไม่ได้ฟังเลย ท่านน้อยใจได้อย่างไรล่ะ เราต่างไม่ใช่คนขี้ใจน้อยกันอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าทุกเช้าที่จะไปร่วมทานกาแฟกันที่บ้านป่ารอยต่อฯ ทุกวันนี้ยังไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้ามีเวลาก็ไป เวลาตนก็มี แต่ไม่ใช่ว่าจะว่างไปทุกวันเมื่อไหร่มีงานว่างเมื่อไหร่ก็ไป วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ว่างก็ไปแค่นั้นเอง ทำไมจะต้องล็อกตนตรงนั้นตรงนี้ด้วยละ ชีวิตส่วนตัวคือของตน มีเวลาส่วนตัว มีครอบครัวของตนใช่หรือไม่ จะมองทุกอย่างเป็นการเมืองทั้งหมดได้อย่างไร “ผมอยู่กับท่านมา 40-50 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่า จะต้องไปวันนี้หรอก ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบกันมาแล้ว ชายแดนอยู่มาด้วยกันแล้ว อะไรกันนักหนาไม่เข้าใจ ทำไมต้องถามทุกอย่าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสีหน้าเบื่อหน่ายคุยกันตรงๆได้ไม่ต้องฝากใครเมื่อถามว่านายกฯมีอะไรจะพูดผ่านสื่อฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มี จะให้พูดอะไรล่ะ ทำไมต้องฝากอะไรกับใครล่ะ พูดกับท่านโดยตรงได้อยู่แล้ว ทำไมต้องฝากใคร ทำไมต้องขุดคุ้ยเรื่องพวกนี้ออกมาให้เป็นประเด็น ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆ แต่ก็ทนได้ว่ากันไปเถอะ แต่ไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถามอยู่แล้ว เรื่องดีๆมีเยอะแยะ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินขึ้นรถเดินทางกลับทำเนียบฯ พร้อมบ่นว่าคำพูดมีตั้งเยอะ “คำพูดดีๆก็มี แต่มาถามโน่นถามนี่กัน แล้วก็คิดกันไปเอง” ปชป.เปิด 8 นโยบายภาคเกษตรสู้ศึกเมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค รวมผู้บริหารพรรค ส.ส. อดีต ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมกันเปิดตัวนโยบายพรรคเบื้องต้น 8 เรื่องภาคเกษตร ในหมวดยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน” ที่ใช้หาเสียงเลือกตั้ง โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า เราเดินเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง วาระรัฐบาลหรือฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ได้ไกลสุดไม่เกินวันที่ 23 มี.ค. เหลืออีกแค่ 2 เดือนเศษจะเลือกตั้ง ปชป.พร้อมมาตลอด ไม่ว่าเป็นตัวบุคคลหรือนโยบาย เราใช้ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศไปสู่อนาคตที่ สดใส คือสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ วันนี้เปิดตัว 8 นโยบายภาคเกษตรและนโยบายพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนทั่วประเทศและใน กทม.เป็นนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ประเทศต่อไป และพัฒนาพื้นที่ชนบทต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะนโยบายด้านการเกษตร ที่เป็นดีเอ็นเอของไทยเพราะประชากรไม่ต่ำว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประเทศส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกรรมตีปี๊บ “สร้างเงิน-สร้างคน-สร้างชาติ”นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตลอด 2 ปีเราทำและสอบถามความพึงพอใจจากประชาชน นโยบายเริ่มต้นฐานรากของประชาชนชาวไทยและพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นรูปธรรม ไม่ต้องการเพียงแค่คะแนนเสียงอย่างเดียวทั้ง 8 นโยบายคือ 1.การประกันรายได้ เกษตรกร จ่ายเงินส่วนต่างทั้งข้าวมัน ยางปาล์มและข้าวโพด สานต่อนโยบายเดิมที่พรรคทำอยู่ 2.นโยบายให้เกษตรกรที่ปลูกข้าว ชาวนารับ 3 หมื่นบาทต่อครัวเรือน สร้างความเข้มแข็งให้ชาวนามากกว่าที่เราจะให้เงินไป ให้เขาเลือกเราแต่สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 3.ฟรีนมโรงเรียน 365 วันพัฒนาเด็กทรัพยากรวันข้างหน้า ให้เกษตรกรที่เลี้ยงโคนมได้ผลิตนม 4.ประมงท้องถิ่น ให้เงินอุดหนุนกับประมง 1 แสนบาทต่อปี ทั้ง 2,800 กลุ่ม 5.ปลดล็อกประมงพาณิชย์ ต้องอยู่ภายใต้ไอยูยู ยังต้องอยู่กับสากลอยู่กับนานาประเทศ 6.สิทธิที่ดินทำกิน ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี จะแก้ปัญหาพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน อยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า 7.ออกกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของรัฐ 8.ธนาคารหมู่บ้านและชุมชนแห่งละ 2 ล้านบาททั้งประเทศ รวมทั้งในกรุงเทพฯทุกชุมชนมุ่งสร้างรากฐานเข้มแข็งพัฒนายั่งยืน“นโยบายทั้งหมดจะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบ ต่อไป ต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันเราคิดมาแล้ว ต้องมีมาตรการควบคุมเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบางหน่วยไปเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนา ถือว่านโยบายชัดเจนที่สุดว่าความเข้มแข็งของประเทศ ต้องเกิดจากความเข้มแข็งของฐานราก เราแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ได้แก้ไขปัญหาเพื่อจูงใจเรียกคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นนโยบายทั้งหมด จึงเป็นนโยบายส่วนหนึ่งที่เราเอามาเปิดให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ปชป.จะทำอะไรให้ท่านบ้างในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายเฉลิมชัยกล่าวนายนิพนธ์กล่าวเสริมว่า ภาพรวมยุทธศาสตร์หลักหมวดสร้างเงิน กลุ่มเกษตรจะช่วยเหลือประชาชนได้ 9.7 ล้านครัวเรือน จากนี้พรรคฯ จะเปิดนโยบายหมวดสร้างคนปลายเดือนนี้ และหมวดสร้างชาติต้นเดือน ก.พ.จากนั้นจะลงรายละเอียดนโยบายทั้งหมดเดือน ก.พ. มั่นใจจะถูกใจประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรไม่กังวล รทสช.แย่งชิงฐานเสียงนายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับนโยบายภาคจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป เพราะนโยบายภาคก็จะมีเฉพาะภาคในเรื่องสำคัญๆ ส่วนเรื่องความพร้อมในการเปิดตัวผู้สมัคร รายจังหวัด และกรุงเทพฯ จะเปิดได้ช่วงเดือน ก.พ.และในอีก 2-3 วันนี้จะไปเปิดตัวในภาคเหนือ ยืนยันพรรคพร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ที่คนของ ปชป.ย้ายไปพรรค รทสช. แบ่งคะแนนกัน นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีอะไรใหม่ ทราบอยู่นานแล้ว พรรค ปชป.มีผู้สมัครเตรียมไว้แล้วไม่กระทบเป้าหมายหลักพท.ปาดหน้ากระชับสัมพันธ์ไทย-จีนที่พรรคเพื่อไทย นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ให้การต้อนรับนายเฉิน โจว รมช.วิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนและคณะ โดยนายเฉิน โจว กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์จีน-ไทย นำแนวทางการนำพาจีนของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง มาชี้แจง จีนต้องการส่งเสริมการค้าระหว่างกันทั้งนำเข้าและส่งออก ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จีนมีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมาตลอด ในช่วงรัฐบาลไทยรักไทย และรัฐบาลพรรค พท.ได้ผลักดันความร่วมมือกันหลายมิติ การเลือกตั้งที่จะมาถึงพรรค พท.มีนโยบายสานต่อพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจแจ้งจับมือทำลายป้ายกรีดรูป “อุ๊งอิ๊ง”นายสมภพ คงความซื่อ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แม่ฮ่องสอน เขต 1 พรรค พท.เปิดเผยว่า ป้ายนโยบายพรรค พท.ที่ติดตั้งริมถนนทางหลวงสาย 1095 ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ถูกคนร้ายเผาและกรีดทำลาย ส่วนใหญ่เจาะจงกรีดเฉพาะภาพของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 10 กว่าป้าย เบื้องต้นเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตามคนผิดมาดำเนินคดี ขณะที่นายณัฐเศรษฐ์ ราชไชยา ผอ.สำนักงานคณะ กรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การทำลายป้ายหาเสียงเป็นความอาญาไม่น่าเกิดขึ้นช่วง 180 วันก่อนเลือกตั้ง กกต.เปิดโอกาสให้พรรคและผู้สมัครติดป้ายนโยบายแนะนำตัวได้“สุดารัตน์” ติวเข้มขุนพลภาคเหนือที่โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด จ.เชียงใหม่ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) จัดสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ทสท.พร้อมผู้บริหารพรรค โดยคุณหญิงสุดารัตน์เน้นย้ำว่า ใน 3 ปีทุกคนต้องสร้างความรักความศรัทธาให้ประชาชนมั่นใจซื้อนโยบายเรา ขณะนี้เสนอกฎหมายเข้าสภาฯ ไปแล้ว 4 ฉบับ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ส.ร.ยกร่าง ร่าง พ.ร.บ.บำนาญประชาชน ร่าง พ.ร.บ.จะแขวนหรือพักใช้กฎหมาย อุปสรรคการทำมาหากินกว่า 1,300 ฉบับไว้ 3-5 ปี ให้เหลือไม่เกิน 200 ฉบับ พันธกิจดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ ผ่านนโยบาย 3 สร้างคือ สร้างพลังอำนาจให้พี่น้องประชาชน สร้างรายได้และสร้างโอกาสและความสุขพช.ชง 12 นโยบายอัปเกรดเยาวชนวันเดียวกัน น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติให้ความสำคัญกับการศึกษาที่สร้างสรรค์ เชื่อมั่นว่าการศึกษาที่ดี เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ เนื่องจากในวาระโอกาสวันเด็กแห่งชาติ จึงขอนำเสนอ 12 นโยบายการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน โดยผลักดันเงินเดือนอาชีวะเทียบเท่าปริญญาตรี ปรับโครงสร้างอาชีวะ ทั้งงบฯและการจัดหลักสูตรยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพ ครูอัตราจ้างให้ได้เงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ลดจำนวนเด็กหลุดจากการศึกษาจากปัญหาเศรษฐกิจ เงินกู้ กยศ.ปลอดดอกเบี้ย จบแล้ว มีงานทำ รวมถึงการปฏิรูปการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ให้สะสมหน่วยกิต เพิ่มโอกาส ต่อยอดสร้างอาชีพ ยกระดับความสำคัญสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นกลไกยืนยันความเชี่ยวชาญวิชาชีพที่หลากหลายตอบสนองอาชีพเกิดขึ้นใหม่ย้ำสร้างชาติต้องเริ่มที่การศึกษาน.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาฯ ควรหาเงินได้ ความรู้คือทุน เน้นขายลิขสิทธิ์ นวัตกรรมและสิทธิบัตรการศึกษา โรงเรียนต้องปลอดภัยทั้งกาย ใจ ลดระบบแพ้คัดออกที่ทำร้ายจิตใจและคุณค่าในตัวเด็ก เพราะทุกคนมีศักยภาพ ทุกคนทำเพื่อชาติได้ในแบบของตัวเอง และต้องจัดให้มี Family Group Day Care เพื่อสร้างพื้นที่รับฝากเลี้ยงลูกปลอดภัยประจำชุนชน ยกเลิกชุดนักเรียน ปรับโรงเรียนละเมิดกฎกระทรวงและเพิ่มคุณภาพ เพิ่มงบอาหารกลางวันทุกโรงเรียน เชื่อมั่นว่าการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศให้แข็งแรง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังต้องเริ่มต้นจากการศึกษา ทำเนียบฯคึกคักจัดวันเด็กรอบ 3 ปีผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจากงดมา 3 ปีติดต่อกันจากสถานการณ์โควิด-19 หน่วยงานต่างๆภายในทำเนียบฯ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ภาคเอกชน ตั้งเต็นท์จัดกิจกรรม เวทีการแสดง นิทรรศการให้ความรู้ บูธอาหารและเครื่องดื่มไว้เต็มพื้นที่ นำรถโบราณมาจอดโชว์ให้ทดลองนั่ง โดยกรมทรัพยากรธรณีนำไดโนเสาร์จำลองมาตั้งไว้ให้ชมและถ่ายรูปที่ระลึก สำนักเลขาธิการนายกฯ นำจักรยานจากตัวแทนนักศึกษา หลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตยรุ่นที่ 12 (ปนป.12) สถาบันพระปกเกล้า 40 คันมาแจกเป็นของขวัญ ปีนี้ทำเนียบฯงดจัดงานวันเด็กสำหรับบุตรหลานข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในทำเนียบฯ ที่ต้องปฏิบัติงานในวันที่ 14 ม.ค. คาดว่าป้องกันไม่ให้ถูกร้องเรียน ต่อมาเวลา 16.50 น. นายกฯลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามาตรวจความเรียบร้อย ทักทายถ่ายรูปกับลูกหลานข้าราชการทำเนียบฯ โดยจูงมือพาเด็กๆไปถ่ายรูปกับไดโนเสาร์จำลอง กล่าวว่า “ไม่ต้องกลัวไดโนเสาร์ เพราะตายไปแล้วนับล้านปี”“ชวน” ให้คำขวัญชูบ้านเมืองสุจริตขณะที่รัฐสภาเปิดลานประชาชนจัดงานวันเด็กเป็นครั้งแรกที่ย้ายมาที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ แยกเกียกกาย โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น. อาทิ เปิดให้เข้าชมห้องประชุมรัฐสภา การถ่ายภาพเด็กๆจากมุมสูงด้วยโดรน เป็นต้น โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน พร้อม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาฯชุดต่างๆ และ ส.ส.มาร่วมงาน ทั้งนี้ นายชวนมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2566 ว่า “ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต” ขณะที่อาคารพระจันทรา ฝั่งวุฒิสภาจัดงานวันเด็กเช่นกันตั้งแต่เวลา 08.30-14.00 น. จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 “NASAPA (ณ สภา) Land ดินแดนแห่งจันทรา” เปิดห้องประชุมใหญ่ร่วมกิจกรรมมากมาย รับของรางวัลและเกียรติบัตรจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเด็กวัดเบญฯพาเหรดแซะ “ลุงตู่”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร มีการจัดกีฬาสี “เบญจมบพิตรเกม 122 ปี” มีนักเรียนร่วมแสดงออกจัดกิจกรรมประกอบการแข่งขันกีฬา ประกวดกองเชียร์ ที่เป็นไฮไลต์ คือขบวนพาเหรดของสีต่างๆเคลื่อนขบวนออกจากโรงเรียนไปยังถนนศรีอยุธยา ผ่านหน้าพระราชวังดุสิต เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนครราชสีมา ถนนราชดำเนิน วนกลับเข้าโรงเรียน สร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นคือ ป้ายในขบวนพาเหรดของสีแดงมีข้อความสะท้อนแนวคิดทางการเมืองในช่วงวันเด็กแห่งชาติปี 2566 อาทิ รู้แพ้รู้ชนะรู้ไหมนะประยุทธ์ อยู่มา 8 ปี ห้ามพูดเรื่องการเมือง ชาติ ศาสนา ประชาชน เป็นต้น สำหรับกลุ่มนักเรียนสังกัดสีแดงนั้นจากการสอบถามพบว่า มีนายธนภัทร กาเพ็ง หรือปูนทะลุฟ้า หนึ่งในเยาวชน แนวร่วมกลุ่มราษฎร เพื่อเรียกร้องการปฏิรูป รวมอยู่ด้วยกกต.เตือนวันเด็ก-ตรุษจีนงดแจกนายสำราญ ตันพานิช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงข้อห่วงใยการหาเสียงเลือกตั้งวันปกติทั่วไปและการหาเสียงเลือกตั้งช่วงวันสำคัญตามประเพณีต่างๆของพรรคการเมืองและผู้ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.2566 โดยเฉพาะช่วง 180 วันก่อนครบอายุของสภาฯ ก่อนวันเลือกตั้งว่า ขอให้พึงระมัดระวังมิให้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 อาทิ ให้สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ การจัดให้มีมหรสพ การรื่นเริง การจัดเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม อย่างในวันสำคัญตามประเพณี วันเด็ก และวันตรุษจีน งานบวช งานแต่งงาน งานบุญต่างๆไปร่วมงานหาเสียงได้ แต่พึงระมัดระวังงดช่วยเหลือเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เช่น ให้ของขวัญ แต๊ะเอีย อั่งเปา สนับสนุนเครื่องเล่น เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้อย่างเด็ดขาด ห่วงใยผู้สมัคร ส.ส.จะผิดหลงไปแจกของขวัญให้เด็ก หรือให้แต๊ะเอีย อั่งเปา หรือจ้างดนตรีมาแสดง จัดเครื่องเล่นต่างๆทำไม่ได้แจงระเบียบติดประกาศป้ายหาเสียงนายสำราญกล่าวว่า การแจกจ่ายเอกสารหาเสียงเลือกตั้ง ห้ามวางหรือโปรยในที่สาธารณะ และระบุชื่อ รูปถ่าย ชื่อและสัญลักษณ์พรรค นโยบาย คติพจน์ คําขวัญหรือข้อมูลประวัติเฉพาะผู้ประสงค์จะสมัครหรือพรรค ภาพผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค ลงแผ่นประกาศแผ่นป้ายและเอกสารการหาเสียงต่างๆได้ พร้อมต้องระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวัน เดือน ปีที่ผลิตไว้อย่างชัดเจน ที่ด้านหน้าให้เรียบร้อยครบถ้วน การปิดแผ่นประกาศต้องมีขนาดไม่เกิน 30×42 ซม.และติดแผ่นป้ายได้ขนาดไม่เกิน 130×245 ซม. ปิดและติดได้เฉพาะสถานที่ที่ประกาศกำหนดเท่านั้น ใช้สถานที่ที่ประกาศกำหนดการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.62 ไปพลางก่อน176 ส.ส.จี้สอบประมูลห้องอาหารสภาผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ส.ส.เกือบทุกพรรคยกเว้นก้าวไกล (ก.ก.) 176 คน เข้าชื่อร้องเรียนต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เรื่อง “ไม่พึงพอใจการบริการอาหารและเครื่องดื่ม” ระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯจัดหาผู้ประกอบการจัดอาหารและเครื่องดื่มให้ ส.ส.ในวันประชุมสภาฯ และสมาชิกรัฐสภาประจำปีงบฯ 2566 โดยคัดเลือกบริษัท เลิศ แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ ปรากฏว่าวันที่ 4 ม.ค.66 เกิดเหตุเชื้อเพลิงอุ่นอาหารลุกไหม้ในห้องอาหาร 2 ครั้ง อาหารและเครื่องดื่มไม่หลากหลายและไม่เพียงพอ คุณภาพมาตรฐานภาพรวมลดลงกว่าเดิมมาก ผู้ประกอบการขาดความพร้อมไม่ตระหนักต่อความปลอดภัยและสิทธิของ ส.ส.ที่พึงได้รับตามงบที่เบิกจ่าย ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ส.ส. 14 คน ตัวแทนของพรรคการเมืองที่ทำหน้าที่ชิมอาหาร เคยทำหนังสือให้ประธานสภาฯสอบสวนคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการ บัดนี้ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯที่ปกป้องสิทธิพื้นฐานของสมาชิกสภาฯ